Advertisement

SHARE

สั่งเด็ก 15 ทำกระทงลายการ์ตูนลิขสิทธิ์ สุดท้ายจับเด็กข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ด้านเด็กตกใจ หวังทำอาชีพเสริมช่วยทางบ้าน ลูกค้าสั่งก็ทำ สุดท้ายต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ หลังนี้ไม่กล้าทำแล้ว

โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความพร้อมภาพ ระบุว่า “..ท่านๆ ทั้งหลายที่มีหน้าที่ตรวจจับลิขสิทธิ์ ตรงนี้รู้ว่าคือหน้าที่ แต่เกินไปมั้ยคะ คุณโทรไปสั่งให้เด็กทำสินค้าตัวนี้ #เน้นตัวนี้ แล้วโอนเงินมัดจำมา 200 บ. นัดรับของ..แล้วมาจับกุมเขา และโทรบอกผู้ปกครองว่าถ้าไม่จ่ายต้องติดคุก พร้อมเรียกเงิน 50,000 บ. ไม่งั้นติดคุก 2 ปี

…เด็กเขาอยากทำกระทงขายเพื่อมีรายได้ด้วยความภาคภูมิใจที่ไม่ขอเงินพ่อแม่ ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีต่อสังคม แต่ผลตอบรับกลับมา เด็กอายุ 15 เจอสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวและตกใจมาก…และในอนาคตภายภาคหน้า เด็กเหล่านี้เขาจะไว้ใจอะไรในสังคมนี้บ้าง ….กลุ่มคนพวกนี้กำลังทำวิธีส่องเฟซและล่อซื้อ และจะเจอเหมือนกับเด็กคนนี้และอีกหลายคนที่โดนอยู่…. #เตือนกันนะคะ”

ภายหลังจากเรื่องดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างก็เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

ด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้ให้ข้อมูลถึงประเด็นดังกล่าวว่า “ถ้าในทางกฎหมายมีความผิดแน่นอน เพราะถือว่ามีการดัดแปลงงานศิลปะ และแสวงหากำไรเพื่อเอาไปขาย ซึ่งกฏหมายห้ามในส่วนนี้ โทษคือ ถ้ากระทำเพื่อการค้า โทษจำคุก 6 เดือน ถึง 4 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสน ถึง 8 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ถ้าเป็นเด็ก 15 ไม่น่าจะติดคุก แต่ถ้าไม่ผิดเลยก็คงจะไม่ใช่ เพราะมันเป็นการดัดแปลง แต่ถ้าจะมองว่า ตร. ทำเกินไปหรือไม่นั้น คิดว่าไม่เกินไป เพราะเป็นเทคนิกของทางตำรวจในการดำเนินการอยู่แล้ว

ส่วนประเด็นล่อซื้อและก่อให้เป็นการกระทำความผิด หลักฐานตรงนี้อาจจะได้มาไม่ชอบ ถ้าจะสู้ประเด็นนี้ก็เป็นไปได้อยู่ แต่ก็ต้องไปสู้คดีในชั้นศาลต่อไป ให้ทนายช่วยในคดีล่อซื้อ”

ขณะที่ พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผย่วา ตนได้ให้ตำรวจเชิญตัว นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี พร้อมสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ มาที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งผู้เสียหาย และผู้ถูกจับกุมซึ่งเป็นเยาวชน ได้มีการเจรจายอมความ โดยเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท และตกลงกันได้

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าว อยากฝากไปยังประชาชนเยาวชนที่ต้องการหารายได้ จากการผลิตสินค้าเพื่อนำมาขายบนโลกโซเชียลว่า ควรมีการตรวจสอบเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

และกรณีดังกล่าว ผู้ที่ถูกจับกุมเป็นเยาวชน ซึ่งอาจจะทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เมื่อเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปที่บ้านของน้องที่ทำกระทงขาย อยู่ที่บ้านเลขที่ 1271 หมู่ที่ 7 ต.คำปัง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ได้เจอกับ นางสาวเอ เยาวชนที่ขายกระทง บอกว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่คิดว่าการทำกระทงจะเป็นกรณีร้ายแรงขนาดนี้ เนื่องจากตนเองต้องการหาเงินช่วยพ่อแม่เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว และปริ๊นต์รูปการ์ตูนมาติดที่กระทง ซึ่งลงทุนซื้อขนมปังไปกว่า 1,000 บาท และขายให้กับผู้ที่สนใจทางออนไลน์ และรายนี้ถือเป็นรายแรก โดยเจาะจงสั่งให้ผลิตกระทงอาหารปลาติดสติ๊กเกอร์รูปการ์ตูน และวางเงินมัดจำ 200 บาท จ่ายให้อีก 600 กว่าบาทในวันส่งสินค้า เมื่อนำไปส่งก็ถูกจับกุมดังกล่าว วันนี้ไม่กล้าขายกระทงอีกแล้ว และขอฝากไปยังเพื่อนๆ ที่จะทำการขายสินค้าผ่านออนไลน์ด้วย

ทั้งนี้ ได้ตกลงชำระค่าเสียหายให้กับผู้รับมอบอำนาจช่วงของทางบริษัทผู้เสียหายเป็นที่พอใจแล้ว โดยมิได้มีการบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด โดยทางผู้รับมอบอำนาจช่วงไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับนางสาวเอ ทั้งคดีทางแพ่งและอาญาอีกต่อไป

ด้าน นางธนวาร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นยาย บอกว่า ฝากเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่คนอื่นๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าดำเนินการกับเด็ก ควรใช้ความละมุนละม่อม ไม่ใช่การใช้ความรุนแรงหรือข่มขู่เด็ก ซึ่งทำให้เด็กเสียกำลังใจ และกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีในการที่จะหาเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ควรให้คำแนะนำมากกว่าที่จะจับเด็กไปส่งตำรวจ

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ โพสต์ลงแฟนเพจ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมว่า “พรุ่งนี้จะให้นำเงินมาคืนเด็ก ชมรมได้คุยกับเจ้าของลิขสิทธิ์พรุ่งนี้จะนำเงินมาคืนเด็กผ่านผกก สภ.เมืองนครราชสีมาและกระทงทำขายได้โดยไม่มีความผิดแต่อย่างใด”

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...