Advertisement

SHARE

ตำรวจเผย ผลนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ออก ไม่ยัน 100% ว่าเป็นเซลส์สาวที่สงสัยว่าหายไป แต่ไม่นิ่งนอนใจ เร่งสืบคดีหาความจริง ขอ ปชช.มั่นใจ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย จะจับคนผิดมาลงโทษให้ได้

ความคืบหน้าจากกรณีที่มีการพบรถเก๋งโผล่อยู่กลางคลองน้ำชัยนาท-ป่าสัก ต.หนองโป่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี มีโครงกระดูกมนุษย์อยู่ภายใน พบว่าชื่อผู้ครอบครองรถคือ น.ส.กลิ่นเกษร วงษ์สิงห์ อายุ 36 ปี เซลส์สาวขายปุ๋ย ของบริษัทปุ๋ยชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ที่แม่เคยแจ้งความคนหายเมื่อปี 2559 และร้องกองปราบปราม แต่คดีไม่คืบหน้า โดยทราบว่า น.ส.กลิ่นเกษร นั้นเคยคบหาอยู่กับเสี่ยสูงวัยรายหนึ่ง ทางครอบครัวสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกบการหายตัวไป นั้น

ล่าสุดวันนี้ (12 ธ.ค. 62) เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม สภ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก.ภจว.สระบุรี ได้เดินทางเข้าร่วมประชุม โดยมี พ.ต.อ.พารินท จันทร์เลิศ ผกก.สภ.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พ.ต.อ.กฤติเดช จันทร์เพชร ผกก.สภ.หนองโดน อ.หนองโดน จ.สระบุรี และชุดสืบทั้ง 2 สถานี เข้าประชุมหาความคืบหน้า ตรวจสำนวนในคดีฆ่าอำพรางศพเซลส์สาวนานกว่า 3 ปี ซึ่งการประชุมภายในห้องประชุมแล้วเสร็จใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟัง

ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก.ภจว.สระบุรี ได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้กำลังรอผลการตรวจยืนยันบุคคลจากแพทย์ ซึ่งทางตำรวจพยายามเร่งรัดกับเจ้าหน้าที่ไป และประสานกับทางแพทย์ผู้ตรวจว่า ให้ยืนยันบุคคลให้ชัดเจนก่อน ตอนนี้เพียงแต่สันนิษฐานว่า โครงกระดูกที่พบเป็นของ น.ส.กลิ่นเกษร แต่ทางนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ยืนยันว่าเป็น น.ส.กลิ่นเกษร 100% ถ้าผลตรวจ 100% แล้ว อย่างอื่นก็จะคืบหน้าได้ชัดเจนขึ้น และสามารถดูได้ว่าการเสียชีวิตเกิดจากอะไร จากนั้นทางฝ่ายสืบสวนจะสืบสวนว่าเสียชีวิตเพราะอะไร และใครเป็นผู้ทำให้เสียชีวิต ซึ่งมีประเด็นในทางสืบสวนอยู่ 1 – 2 ประเด็นเท่านั้น แต่เนื่องจากเหตุเกิดมานานแล้ว การที่จะแสวงหาพยานหลักฐาน ซึ่งจะพิสูจน์การกระทำผิดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทางเราก็จะพยายามระดมคุยกัน พยายามหาหนทางทุกวิถีทาง เพื่อจะให้ทราบว่าใครเป็นคนทำให้ น.ส.กลิ่นเกษร ถึงแก่ความตาย และจะนำตัวมาดำเนินคดีในทุกข้อหาให้ได้

พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก.ภจว.สระบุรี

ส่วนประเด็นทั่วไปที่จะกำหนดกันก็คือ จะเป็นเรื่องชู้สาว เรื่องธุรกิจ หรือประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สินไหมนั้น ประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์น่าจะไม่ใช่ เพราะว่ารถก็ยังอยู่ มีสมบัติและแหวนยังติดอยู่กับตัวผู้ตาย ประเด็นทางธุรกิจก็มีน้ำหนักน้อย แต่น้ำหนักทางเรื่องชู้สาวก็มีโอกาสมากที่สุด ซึ่งอีก 2-3 อย่าง ก็พยายามจะดูทุกทาง ยังไม่ตัดประเด็นอะไรไป มองในภาพรวม

“ตอนนี้อย่าเพิ่งไปบอกไปกล่าวว่าเป็นใคร หรืออะไรยังไง รอให้พยานหลักฐานมันปรากฏก่อน และก็จะทราบกันเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยืนยันว่า ทั้งผู้บังคับบัญชา ทั้งตัวเราเอง และก็ทั้งเจ้าหน้าที่คนทำ ก็พยายามจะพิสูจน์ทราบให้ได้ว่า เหตุการณ์เป็นไปเป็นมาอย่างไร และจะบอกให้ประชาชนทราบต่อไป” พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ กล่าว

ส่วนเรื่องกล้องหน้ารถของผู้ตาย ซึ่งตอนนี้ได้ส่งตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลกลับมา เนื่องจากทุกอย่างส่งไปที่กองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานเป็นคนเก็บ และทางตำรวจก็แยกส่งตรวจ ทั้งกองพิสูจน์หลักฐานของสระบุรีเอง ส่งไปส่วนกลาง และส่งไปให้แพทย์ที่ตรวจ จากการประเมินกล้องวงจรปิดขณะที่รถขับออกมา ซึ่งยังไม่เห็นว่าเป็นใคร ก็ต้องไปตรวจพิสูจน์ให้ลึกซึ้งอีกทีว่า จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องคดีเก่าจากปี 2559 ตอนนั้นได้มีการทำสำนวนไว้แล้ว และมีการสอบสวนไว้หลายปาก มีการร่วมกันระหว่างตำรวจจังหวัดสระบุรี และทางกองปราบปราม ซึ่งทางกองปราบได้เข้ามาสืบสวนสอบสวน และมีการตรวจค้นบ้าน ตรวจค้นอะไรไป และเก็บพยานหลักฐานไว้ ซึ่งตอนนี้สำนวนก็ยังอยู่ ทางเราก็เอาสำนวนนั้นเป็นแนวทางและดำเนินการ ซึ่งตนเองได้สั่งการให้ไปดู ไปสืบสวน สอบสวนเพิ่มเติมต่อให้ชัดเจนขึ้น

สำหรับคดีนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ไม่มีใครมีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่เหนือกฎหมายได้

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...