กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ 18 คนลาออก ก๊กภาคเหนือ-ภาคกลาง-สามมิตร ไขก๊อก ส่งผลกรรมการบริหาร 34 คนพ้นสภาพ
วันที่ 1 มิถุนายน ที่พรรคพลังประชารัฐ อาคารปานศรี นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวการยื่นจดหมายลาออกของกรรมการบริหารพรรค 18 คน ถึงนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคประชารัฐ ซึ่งประกอบด้วย
- นายสันติ พร้อมพัฒน์
- นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
- นายสุพล ฟองงาม
- ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า
- นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์
- นายไผ่ ลิกค์
- นายนิโรธ สุนทรเลขา
- นายสัมพันธ์ มะยูโซ้ะ
- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
- นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
- นายชาญวิทย์ วิภูศิริ
- นายสกลธี ภัทรยิกุล
- นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์
- นายสุรชาติ ศรีบุศกร
- นายนิพันธ์ ศิริธร
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
- นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในวันนี้กรรมการบริหารพรรคที่ลาออกก็ประสงค์ให้เป็นไปตามข้อบังคับ เป็นเรื่องภายในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งการดำเนินการของพรรคการเมืองโดยทั่วไปก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างนี้เป็นประจำ พรรคพลังประชารัฐต่างหากที่ยังไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ถือว่าครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งต้นๆ เมื่อเป็นพรรคที่เกิดใหม่ หลังจากการเลือกตั้งก็มี ส.ส. เป็นจำนวนมากมาจากหลายๆ แห่ง หลายๆ กลุ่มมารวมกันแล้ว ก็มีความเป็นที่จะต้องมีความปรับตัวเพื่อให้พรรคได้ตอบสนอง ส.ส.ที่เข้ามาดำรงตำแหน่ง และโดยเฉพาะตอบสนองต่อการทำหน้าที่ ช่วยเหลือประชาชนได้ดีขึ้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ จะต้องเริ่มต้นจากกรรมการบริหารพรรค เพราะเป็นหลักที่บริหารพรรค
“ในวันนี้ก็เป็นวันเริ่มต้น ซึ่งผลตามที่ดำเนินการมาทั้งหมดนั้นเป็นไปตามข้อบังคับ เป็นเรื่องของข้อบังคับ เป็นเรื่องภายในพรรค”
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่อยากจะกล่าวถึง เพราะวันนี้เป็นการแถลงข่าวว่าเมื่อมีกรรมการบริหารพรรคลาออกเกินกึ่งหนึ่ง แล้วก็ถือว่า กรรมการบริหารพรรคมทั้งหมดต้องสิ้นสภาพ กลายเป็นกรรมการบริหารพรรค รักษาการ ก็จะต้องมีการนัดประชุม กรรมการบริหารพรรครักษาการ เพื่อจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือก กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 45 วัน ทั้งนี้หัวหน้าพรรคต้องเร่งเรียกประชุมกรรมการบริหารรักษา เพราะครั้งหลังสุด คือเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 ไม่ได้ประชุมมาหลายเดือนแล้ว
“พล.อ.ประวิตร ท่านเป็นผู้ที่อาวุโส ที่เป็นเสาหลักของพรรคอยู่แล้ว ผมพูดเพียงเท่านั้น ส่วนการจะเลือกกรรมการบริหารพรรคต้องรอการประชุมใหญ่ แล้วดูว่าสมาชิก ส.ส.พรรค จะเห็นกันอย่างไร ทุกอย่างที่จะทำเพื่อเป็นประโยชน์พรรคทั้งสิ้น “ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตอบคำถามว่าที่ว่าหากพล.อ.ประวิตรขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคจะทำให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันภายในพรรคพปชร.หรือไม่
เมื่อถามว่า การยื่นลาออกเหมือนเป็นการบีบกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า นายไพบูลย์ ปฏิเสธ และว่าเป็นไปตามข้อบังคับ เมื่อกรรมการลาออกเกินกึ่ง เลือกใหม่ ไปบีบอะไร อย่างนี้เรียกเป็นไปตามข้อบังคับ
“ผมมั่นใจไม่มีปัญหา ทุกอย่างพรรคการเมืองต้องดำเนินการไปตามข้อบังคับ ไม่มีอะไรที่จะเกิดความเสียหาย เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องการมีการปรับเปลี่ยน แต่ผมมั่นใจว่า เมื่อได้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก็จะทำให้พรรคพลังประชารัฐ เข้มแข็งขึ้น”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ใช้วิธีนี้เพราะไปคุยกับหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคแล้วเขาไม่ยอมประชุมเพื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่หรืออย่างไร นายไพบูลย์ กล่าวว่า การจะเลือกชุดใหม่เป็นไปได้คือ 1.หัวหน้าพรรคต้องลาออก ถ้าลาออกถือว่ากรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ หรือ 2. มีกรรมการบริหารพรรคลาออกเกินกึ่งหนึ่ง
เมื่อถามย้ำว่า เป็นวิธีมัดมือชกโดยไม่มีการพูดคุยกันก่อนใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ทุกอย่างไม่ใช่มัดมือชก ทุกอย่างเป็นข้อบังคับ ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา อย่าว่าเป็นการมัดมือ ไม่ใช่ และว่า ไม่ได้บอกผ่านสื่อ แต่เป็นการตามข้อกฎหมาย ไม่อยากให้พูดกันลอยๆ
เมื่อถามว่า เพิ่งผ่านการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินเมื่อวานนี้มีนัยยะสำคัญหรือไม่ “ผมคิดว่าวันนี้วันที่ 1 มิถุนาก็เป็นวันดี ไม่มีครับ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับ ผมคิดว่าช่วงเวลาทั้งหลายนี้อย่าไปคิดอะไรอย่างนั้น แต่ผมอยากจะฝากจริงๆ คือช่วยติดตามดูว่าจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเมื่อไหร่เพราะครั้งหลังสุดคือวันที่ 26 มกราคม”
เมื่อถามว่า ลาออกเพื่อยึดเก้าอี้หัวหน้าพรรคใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตำแหน่งทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด นายอุตตม ก็รักษาการ ไม่ทราบ เป็นเอกสารทางการ วันนี้มีสภาพรักษาการ
นายไพบูลย์ แสดงความเห็นกับความเหมาะสมในการนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคของ พล.อ.ประวิตร ว่า “ความเห็นส่วนตัวในพรรคมีเอกภาพอยู่แล้ว ทุกคนที่เป็น ส.ส. ล้วนแล้วแต่ชื่นชม ศรัทธาในท่าน พล.อ.ประวิตรอยู่แล้ว พรรคเรามีหนึ่งเดียว แต่ส่วนที่จะไปแยกย่อยสื่อไปแยกย่อยก็สุดแล้วแต่ เพราะว่า คนแต่ละคนยังมีความคิดไม่เหมือนกันเลย แม้แต่ผมเองบางวัน เวลาคิด ผมยังคิดไม่เหมือนกันเลย คนเดียวกัน”

(แฟ้มภาพ)
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีการเลือกให้เป็นหัวหน้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง