Advertisement

SHARE

ประธานวิปฝ่ายค้าน เผย  7 พรรคขั้วฝ่ายค้านถูกเจาะแค่รูเล็กเย้ยคนจ่ายลงทุนสูงมาก ก็ถือว่าขาดทุน  ยอมรับแปลกใจ 2 เสียงเพื่อไทย “พรพิมล-ขจิตร”  แต่จะรับฟังเหตุผลก่อน 

วันที่ 5 ธ.ค. นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ยืนยันว่า ฝ่ายค้านไม่ได้หลงเกมของรัฐบาลที่สามารถระดมเสียงเพื่อให้ครบองค์ประชุมไปจนถึงการลงมติ และทำให้ผลญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากคำสั่งคสช.และมาตรา 44 ไม่ผ่านความเห็นชอบแต่เพราะต้องการยืนยันในหลักการ “เราคิดว่าเขาน่าจะทำได้ ถ้าทำไม่ได้ผิดปกติ”

รู้ตัวก่อนหรือไม่ว่าจะมีฝ่ายค้านเทไปรัฐบาล? นายสุทิน บอกว่า รู้ เพราะได้เห็นความเคลื่อนไหวหลายอย่าง แต่ไม่ทราบว่ากี่คน ทุกพรรคก็ดูแลลูกพรรคตัวเอง ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่คาดว่าจะมี

นายสุทิน กล่าวถึงเสียงของพรรคเพื่อไทยที่แตกไป 3 เสียง ว่า คาดหมายผิดไป 2 คน คนแรก เช่น พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เราทราบว่าเขาจะไปอยู่แล้วออกจากเพื่อไทยไปอยู่พลังประชารัฐ เพราะว่าก่อนหน้านี้เขามีคดีที่เป็นเรื่องเป็นเรื่องตายกับการเมืองเขา แล้วเขาก็ถูกช่วย เขาก็บอกตรง ๆ ว่า ได้รับการช่วยเหลือเรื่องคดี เขาต้องไป

ส่วน น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ตนไม่คาดหมายจริง ๆ และไม่ได้อยู่ในสายตาว่า เขาจะไปแบบนั้น เราก็เลยคิดว่า จะต้องถามเขาก่อนต้องให้เขาชี้แจงก่อนว่า เขาเกิดอะไรขึ้น ไม่มีวี่แวว และยังไม่กล้าคิดว่าจะย้ายพรรค เราไม่คิดเลย เพราะเขาเป็นคนที่อยู่กับพรรคและทำงานดี มีวินัยมาตลอด หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอะไร ทั้งนี้ยอมรับว่า ถ้า น.ส. พรพิมล ย้ายพรรคจริงจะกระทบกับศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ที่ส่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ส่วนกรณี นายขจิตร ชัยนิคม นายสุทิน บอกว่า ก็นอกเหนือความคาดหมายเช่นกันไม่ได้มีอาการ แต่คราวที่แล้ว วันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย. เขาก็เป็นคนหนึ่งที่นั่งองค์ประชุมให้ฝ่ายรัฐบาล แต่เขาแถลงบอกว่า ครั้งนี้เสียบบัตรคาไว้ มีคนแอบกด ตนคิดว่าถ้ามีคนกดบัตรแทนกัน ก็เสี่ยง เพราะไฟท์สำคัญกล้องจับตลอด แต่ก็รับฟังไว้ และคงต้องให้โอกาสเขาชี้แจง

ประธานวิปฝ่ายค้าน ยอมรับด้วยว่า กรณีโหวตตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากคำสั่งคสช.และมาตรา 44 ขั้วฝ่ายค้านถูกเจาะแล้ว แต่ในความเห็นตนนั้นเป็นรูเล็กไม่ใช่รูใหญ่ ถ้าเทียบกับการลงทุน รั่วไปแค่นี้ไม่มาก แต่เราก็ไม่อยากให้เกิด เพราะการลงทุนสูงมากแล้วรั่วไปเท่านี้ ถือว่าคนจ่ายก็ขาดทุนอยู่

ในส่วนของนายพลภูมินั้น เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2562 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ยกคำร้องของ ป.ป.ช. ที่ยื่นฟ้องนายพลภูมิ จงใจปกปิดการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน หลังพ้นตำแหน่ง ส.ส. ในปี 2557 เนื่องจาก ป.ป.ช.ไม่สามารถนำตัวผู้ถูกกล่าวหามายังศาล ได้ทันภายใน 5 ปี ทำให้คดีขาดอายุความ อ่านข่าวนี้

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...