‘สุชัชวีร์’ เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบทรัพย์สินของตนเองและภรรยา หลังกมธ.ป.ป.ช. ของสภาฯ สอบร่ำรวยผิดปกติหรือไม่
จากกรณีเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2565 คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปราบการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ) กำลังพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณี นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า(สจล.) ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ของพรรคประชาธิปัตย์ มีเหตุอันควรสงสัยว่าทุจริตต่อหน้าที่และร่ำรวยผิดปกติ โดย ประธาน กมธ. ป.ป.ช. คือ พล.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้รับเรื่องจากผู้ร้องเรียน
ล่าสุด ทีมงานของ นายสุชัชวีร์ ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า วันที่ 11 ก.พ. 2565 เวลา 11.00 น. นายสุชัชวีร์ จะเดินทางไปที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่สนามบินน้ำ เพื่อยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของตนเองและภรรยา (สวิตา สุวรรณสวัสดิ์)
ขณะที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีที่ กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ รับบัตรสนเท่ห์จากบุคคลที่ไม่ยอมเปิดเผยตัว และรับข้อมูลจากนายวีระ สมความคิด มาให้ตรวจสอบนั้นว่า การตรวจสอบเพื่อทำให้การเมืองสุจริต เป็นเรื่องที่พรรคยินดีให้ตรวจสอบ แต่ กมธ. ป.ป.ช. ของสภาฯ ก็ต้องยึดการดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญกำหนด
การยื่นร้องเรียนกล่าวหาว่า มีการกระทำที่ทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกตินั้น เป็นเพียงการกล่าวหา หากให้ฝ่ายการเมืองคือ กมธ.ป.ป.ช. ของสภาฯ ซึ่งมีนักการเมืองจากพรรคการเมืองทำหน้าที่ตรวจสอบ อาจจะทำให้มีการหยิบยกเรื่องการ สอบ นายสุชัชวีร์ มาเป็นประเด็นกลั่นแกล้ง ทำให้เสียหายทางการเมือง เพราะทุกพรรคมีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แทบทั้งสิ้น การพิจารณาของกมธ. ซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองทั้งหมด อาจตกอยู่ภายใต้อคติ หวังให้เกิดความเสียหายส่งผลกระทบต่อนายสุชัชวีร์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์
เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหานินทาว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง กระทบต่อความน่าเชื่อถือกับ การสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ของ นายสุชัชวีร์ เห็นว่า ทาง กมธ. ป.ป.ช. ของสภา ควรส่งข้อมูลทั้งหมดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระดำเนินการตรวจสอบ น่าจะถูกต้องเหมาะสมกว่า ทั้งนี้เชื่อว่า ส.ส. ใน กมธ. ป.ป.ช. สภาฯ มีเจตนาดีที่จะทำหน้าที่ป้องกันปราบปรามการทุจริต แต่การทำหน้าที่ก็ควรอยู่บนพื้นฐานของการให้ความเป็นธรรม และการดำเนินการที่เหมาะสมที่สุด คือส่งเรื่องตรวจสอบนายสุชัชวีร์ ไปให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เป็นองค์กรอิสระตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ก่อนหน้านี้ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกกมธ.ป.ป.ช.สภาฯ ได้แถลงขอถอนตัวออกจาก กมธ. หลังจากมีข้อครหาในทำนองเป็นการดำเนินการดิสเครดิตคู่แข่งทางการเมืองสนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. หรือไม่ เนื่องจากพรรคก้าวไกล ก็ส่ง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นว่าที่ผู้สมัครในนามพรรค
โดย นายธีรัจชัย กล่าวโดยสรุปในวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า “ผมยืนยันว่าการตรวจสอบของ กมธ.เป็นคณะทำงานมีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล มีความโปร่งใส ส่วนที่หลายคนครหาผม ในฐานะเป็น ส.ส.ก้าวไกล ที่ทำเรื่องตรวจสอบคู่แข่งขันของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อาจจะเห็นว่าเป็นการดิสเครดิตกันนั้น ผมทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ดังนั้นจึงขอให้เปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบเรื่อง ในที่ประชุมนัดหน้า เพื่อไม่ให้มีคำครหาว่ามีประโยชน์ทับซ้อน” นายธีรัจชัย กล่าว
สำหรับ นายสุชัชวีร์ และภรรยา ที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลายครั้ง โดยครั้งล่าสุด คือเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 พบว่า สุชัชวีร์ มีทรัพย์สินรวม 141,729,034.80 บาท สวิตา (ภรรยา) มีทรัพย์สินรวม 200,386,331.03 บาท และมีหนี้สินรวมกัน 35,193,506.50 บาท
เปิดกรุสมบัติสุชัชวีร์และภรรยา