‘คณะก้าวหน้า’ เปิดตัว ‘บ็อบ กิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย’ ช่างภาพอิสระ-นักธุรกิจ สมัครชิงเก้าอี้นายกเมืองพัทยา ชูนโยบายหยุดขุดถนน ฟื้นฟูการท่องเที่ยว สร้างสวัสดิการ และความโปร่งใสในการบริหาร
วันที่ 14 มี.ค. 2565 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยแกนนำคณะก้าวหน้า เปิดตัวผู้สมัครลงเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.พัทยา) ทั้ง 4 เขต 24 คน พร้อมชูนโยบายหยุดขุดถนน ฟื้นฟูการท่องเที่ยว สร้างสวัสดิการ และความโปร่งใสในการบริหาร
นายธนาธร ได้เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยาของคณะก้าวหน้า คือ นายกิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย ซึ่งเป็นคนพัทยาโดยกำเนิด และเป็นเจ้าของธุรกิจ รวมถึงเคยมีประสบการณ์ทำงานในภาคการเงินการลงทุนกับธนาคารระดับโลก
จากนั้นนายกิตติศักดิ์ แสดงวิสัยทัศน์และนโยบายเพื่อเปลี่ยนแปลงเมืองพัทยา โดยระบุว่าตนคือคนพัทยาคนหนึ่ง ในประชากร 117,000 ของพัทยา ที่เฝ้ามองและร่วมรับความเจ็บปวดของคนพัทยามาตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
วิกฤตโควิด ทำให้พัทยาที่ไม่เคยหลับไหลกลายเป็นเมืองที่เงียบสงัด ตนเห็นธุรกิจล้มละลาย คนตกงาน ชาวพัทยาต้องจมอยู่กับความสิ้นหวังเพราะทำมาหากินไม่ได้ โดยที่นายกเมืองพัทยาไม่ได้ทำอะไรเพื่อต่อชีวิตและลมหายใจคนพัทยาเลย
นายกิตติศักดิ์ระบุว่าที่ผ่านมา เมืองพัทยามีแต่การขุดถนนซ้ำซาก ทำกันมาเป็นปี ๆ ไม่เคยจบสิ้น จนเกิดปัญหารถติด ฝุ่นละออง และความปลอดภัยในการสัญจรของคนพัทยา คนรู้จักของตนคนหนึ่งลงทุนเปิดธุรกิจ Wedding Studio ในเมืองพัทยา แต่เปิดได้ไม่ทันไรก็มีโครงการขุดถนนที่หน้าร้าน ทำให้กระทบกับธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตึก 2 หลังที่กู้ธนาคารมาลงทุนก็ต้องปล่อยให้ถูกยึดไป โดยไม่มีผู้รับผิดชอบ
“รู้สึกเจ็บปวดที่เมื่อเกิดฝนตกหนักทุกครั้ง เมืองพัทยาจะเป็นอัมพาต น้ำท่วม ทรัพย์สินประชาชนเสียหาย ตนรู้สึกเจ็บปวดที่ประชาชนบนเกาะล้านยังต้องจมอยู่กับกองขยะขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการดูแล ตนรู้สึกเจ็บปวดที่ walking street ที่เคยเป็น landmark สำคัญของพัทยา ทุกวันนี้ถูกทำลายด้วยการขุด” นายกิตติศักดิ์ กล่าว
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้คือความเจ็บปวดที่ตนต้องเผชิญมาตลอดเวลาเหมือนชาวพัทยาทุกคน และทำให้ตนทนไม่ได้อีกต่อไปจนตัดสินใจมาร่วมกับคณะก้าวหน้า อาสาเปลี่ยนแปลงเมืองพัทยาในการเลือกตั้งครั้งนี้
นายกิตติศักดิ์กล่าวต่อไป ว่าทุกคนทราบกันดีว่าพัทยา อยู่ภายใต้ผู้บริหารจากกลุ่มการเมืองเดิมมายาวนานนับ 20 ปี และได้ต่ออายุด้วยมาตรา 44 ซึ่งตนอยากชวนทุกคนตั้งคำถาม ว่างบประมาณเมืองพัทยาที่มาจากเงินภาษีของพวกเรา เฉลี่ยปีละ 2,000 ล้านบาทหายไปไหน และได้อะไรกลับมาตอบแทนชีวิตคนพัทยาบ้าง
คำตอบคือโครงการเมกะโปรเจกต์ที่ใช้งบประมาณอย่างน้อย 1,800 ล้านบาท ที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมาเลย ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือท่าจอดเรือยอร์ช 684.2 ล้านบาทที่ทุกวันนี้เหลือแต่ตอไม่มีคนจอด หรืออาคารวอเตอร์ฟรอนต์ ที่บดบังทัศนียภาพของเมืองพัทยา และได้รับการอนุญาตก่อสร้างจากเมืองพัทยาเอง
นายกิตติศักดิ์กล่าวต่อไป ว่านโยบายเร่งด่วนของเมืองพัทยา คือหยุดการขุดถนน และเร่งฟื้นฟูเมืองสภาพของเมืองพัทยาให้กลับมาในทันที เร่งทุกการขุดให้จบเร็วที่สุด ทำให้เมืองพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งถนน ทางเท้า ชายหาด สวนสาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยวเมืองพัทยาให้พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร
นโยบายสำคัญอีกประการหนึ่ง คือตนจะเปลี่ยนเมืองพัทยาเป็นเมืองที่เข้าถึงได้ด้วยการเดินเท้า ทำให้การสัญจรเข้าถึงร้านค้าริมทาง มีลูกค้าผ่านหน้าร้านมากขึ้น เพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้าต่าง ๆ และการจัดระเบียบ zoning ใหม่ให้ผู้ประกอบการมีโอกาสทำมาหากินมากขึ้น
ที่สำคัญ คือการจัดสวัสดิการให้แก่เด็ก คนชรา ผู้พิการ ผู้ป่วยโรคไต ผู้มีความหลากหลาย และคนทำงานกลางคืน เช่น การผลักดันให้มีศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ ศูนย์ฟอกไต และศูนย์ดูแลเด็ก Daycare และ Night Care ให้คนที่เข้ามาทำงานในพัทยาไม่ต้องส่งลูกไปเลี้ยงที่ต่างจังหวัด
นอกจากนี้ จะเปลี่ยนเมืองพัทยาให้เป็นเมืองที่โปร่งใส ไร้การทุจริต ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดของเมืองพัทยาต้องประกาศให้ประชาชนเห็นบนเว็บไซต์ การให้บริการทั้งหมดของเมืองพัทยา ตั้งแต่การขอทำบัตรประชาชนจนถึงการขอใบอนุญาตต่าง ๆ ต้องเปิดให้ทำได้อย่างโปร่งใสผ่านระบบ E-Service รวมทั้งการนำแอพพลิเคชั่น Traffy Fondue ซึ่งคณะก้าวหน้าใช้ประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายเทศบาลและ อบต. มาใช้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวเมืองพัทยาด้วย
“เราทนมาแล้วตั้ง 20 ปี ไม่ได้เลือกตั้งมาแล้ว 10 ปี การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ อนาคตอยู่ในมือของทุกท่าน ผมขอเวลาแค่ 4 ปี ให้ผมได้เข้าไปทำงาน แก้ปัญหา ทั้งหมดนี้ไม่ใช่นโยบายขายฝัน มันถึงเวลาแล้วที่จะทวงคืนพัทยามาเป็นของทุกคน” นายกิตติศักดิ์ กล่าว