สรุปนายกฯ เสนอพ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับต่อสภา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสนอให้สภาผู้แทนราษฎร รับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 3 ฉบับ ได้แก่
-พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563
-พ.ร.ก. การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563
-พ.ร.ก. การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563
#ฉบับที่หนึ่ง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นต่อสภา ว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รวดเร็วรุนแรง และยังไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดเมื่อใด ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องปิดพื้นที่ และออกมาตรการเว้นระยะห่าง ทำให้เศรษฐกิจเกิดภาวะชะงัก หดตัวอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ รัฐบาลจำเป็นอย่างเร่งด่วน เยียวประชาชนเกษตรกร ตลอดจนฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งไม่อาจดำเนินการกู้เงินตามปกติ จึงเป็นกรณีฉุกเฉิน เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ตระหนักข้อห่วงใยเรื่องวินัยการเงินการคลังจากการออก พ.ร.ก.กู้เงิน รัฐบาลจึงกำหนด ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงิน โดยลงนามสัญญาไม่เกิน วันที่ 30 กันยายน 2564 ต้องนำเงินไปใช้ตาม 3 แผนงานหลัก คือ
วัตถุประสงค์ทางการแพทย์ 45,000 ล้านบาท, เยียวยาประชาชน 555,000 ล้านบาท และฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาโครงการก่อนอนุมัติ และให้กระทรวงการคลังเสนอผลการกู้เงินต่อรัฐสภา ภายใน 60 วัน ณ สิ้นปีงบประมาณ
นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า การกู้เงินของรัฐบาล เมื่อรวมการกู้เงินกรณีอื่นๆ จะไม่กระทบกรอบหนี้สาธารณะ โดยประมาณหนีสาธารณะ ณ เดือนกันยายนปี 2564 คาดว่าหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ ร้อยละ 57.96 ไม่เกินร้อยละ 60 โดยจะพิจารณาจากแหล่งเงินกู้ภายในประเทศก่อน พร้อมมั่นใจว่าจะชำระหนี้ได้
#ฉบับที่สอง พ.ร.ก. การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563″ หรือ ซอฟท์โลน ไม่ใช่การกู้เงิน แต่เป็นการให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการปล่อยสินเชื่อต่ำ เพื่อสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจ เอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลจะรับภาระดอกเบี้ย 6 เดือนแรก และความเสี่ยงหากเกิดการผิดชำระหนี้
#ฉบับที่สาม พ.ร.ก. การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 หรือกองทุน BSF เพื่อรักษาเสถียรภาพตราสารหนี้ เพื่อรักษาแหล่งระดมเงินทุน โดยเป็นกองทุนชั่วคราวจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 และทิ้งท้ายว่า ตนจะกำกับ