{{-- --}}
Advertisement

SHARE

ศาล รธน.นัดวินิจฉัยชี้ขาดปม นายกฯ อยู่บ้านพักทหาร 2 ธ.ค.นี้ หลัง สมพงษ์ พรรคเพื่อไทยเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

วันที่ 30 พ.ย. 2563 จับตาวันพุธที่ 2 ธ.ค. เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ปมอาศัยบ้านพักหลวงตั้งแต่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และเมื่อเกษียณยังคงอยู่อาศัยใช้ประโยชน์ ซึ่งจะเข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหลังจากนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยและคณะเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการเป็นนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องสิ้นสุดลงอาจเป็นการกระทำขัดกันแห่งผลประโยชน์ เนื่องจากยังอยู่บ้านพักทหารทั้งที่ไม่มีสิทธิ์การพักอาศัย เพราะเกษียณอายุราชการไปแล้ว อาจเป็นการกระทำขัดกันแห่งผลประโยชน์

ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงว่า อย่าไปคาดเดา เป็นเรื่องการวินิจฉัยของศาล วันนี้ทุกคนให้ความสำคัญเรื่องนี้ ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องเคารพ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตาม วันนี้ไม่ขอวิจารณ์

ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัวกันที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะถูกต้อง การเดินทางไปกดดันในสถานที่ต่างๆ อาจจะผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านั้นศาลรัฐธรรมนูญเคยมีมาตรการมาแล้วหลังจากที่คนไปประกาศและกดดันมาตรการต่างๆ ของศาลจนกลายเป็นคดีความ ขอให้ระมัดระวัง

“เคารพคำตัดสินของศาล ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ส่วนจะย้ายไปอยู่บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ ถ.พิษณุโลกหรือไม่ ต้องดูความเหมาะสม เพราะขณะนี้ยังซ่อมแซมไม่เรียบร้อย แม้จะเคยซ่อมแซมมาแล้ว แต่ก็ชำรุดไปตามกาลเวลา” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้เตรียมบ้านพักข้างนอกไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนก็มีบ้านพัก ถ้าเขาไม่ให้อยู่ก็ต้องไป เพียงแต่พื้นที่บ้านของตนมีความจำกัด คิดว่าคงไม่มีใครทำร้าย แต่ผู้นำทุกประเทศต้องได้รับความคุ้มครอง จะให้โดดเดี่ยวคนเดียวคงไม่ใช่ ในต่างประเทศมีการคุ้มครองดูแล

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้หารือกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอให้ผลคำตัดสินออกมาก่อนค่อยว่ากัน อย่าไปคิดล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาก็ตัดสินใจง่ายอยู่แล้ว ผลออกมาอย่างไรก็ตามนั้น ทุกอย่างมีคิดแบบระยะสั้นและระยะยาว ไม่ได้กังวลอะไร แต่กังวลอย่างเดียวคือการทำอย่างไรให้ประเทศชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มีความปลอดภัยและเดินไปข้างหน้าได้ เพราะเป็นแกนหลักของประเทศ

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนี้ว่าหากพิจารณาว่าผิดจริงขั้นก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งก็ต้องพ้นไปทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะรักษาการไปจนกว่าจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องรอดูเหตุผลของศาลจะว่าอย่างไร พ้นเพราะอะไร ไม่พ้นเพราะอะไร เพื่อจะได้นำมาปรับได้อย่างถูกต้อง

ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ระเบียบการอยู่บ้านพักหลวงราชการกำหนดให้ทุกคนต้องปฏิบัติ สามารถอยู่ได้เฉพาะคนที่ยังอยู่ในราชการเท่านั้น เมื่อตำแหน่งสูงขึ้นก็ต้องย้ายมาอยู่บ้านพักส่วนตัว และแม้ว่าจะเป็น รมว.กลาโหมก็ไม่มีสิทธิอยู่ เพราะหมดคุณสมบัติการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว หากศาลวินิจฉัยว่านายกฯ ไม่ผิด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เชื่อว่าจะมีทัวร์มาลงศาลและครอบครัวแน่นอน รวมทั้งหากศาลตัดสินว่าไม่ผิดก็ต้องไปแก้คดีอื่นๆ ที่ตัดสินไปแล้ว และคดีที่กำลังจะตัดสินด้วย เพราะคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าผูกพันทุกองค์กร และจะกลายเป็นบรรทัดฐาน

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...