Advertisement

SHARE

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1,446 ปี 2 กรรมการ บจก.แหลมเกตซีฟู้ด จัดโปรบุฟเฟต์อาหารทะเลราคาสุดถูก “10 คนแค่หลักพัน ” มีคนหลงเชื่อโอนเงินให้จำนวน แต่สุดท้ายแจ้งยกเลิก อ้างวัตถุดิบไม่พอและไม่คืนเงิน พบผู้เสียหายกว่า 300 คน

วันที่ 10 มิ.ย. ศาลอาญา รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ ยื่นฟ้องบริษัท แหลมเกตอินฟินิท จำกัด , นายอพิชาต หรือโจม บวรบัญชารักษ์ หรือพารุณจุลกะ และน.ส.ประภัสสร บวรบัญชา อายุ 41 ปี ในฐานะกรรมการบริษัท เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด คุณภาพ ปริมาณ ในสินค้าหรือบริการด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1), ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343

สำหรับพฤติการณ์คดีในชั้นสอบสวน พบว่า นายอพิชาต กับ น.ส.ประภัสสร ได้เปิดบริษัทแหลมเกตอินฟินิท และได้โฆษณาทางสื่ออิเล็กทรอนิค, เฟซบุ๊ก และเว็บไซด์ของร้านชื่อ www.laemgate.net กับโปรแกรมแชทไลน์ Line:@laemgate ว่า จำหน่ายบัตรรับประทานอาหารเป็นจำนวนมากตามแต่ละโปรโมชั่น และมีราคาถูกต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น “โปรราชาทะเลบุฟเฟ่ต์” ขายเป็นชุดๆละ 880 บาท มี 10 ที่นั่งๆ ละ 88 บาท , “โปรนาทีทองมาแล้วจ้า” ขายเป็นชุดๆ ละ 2,020 บาท มี 20 ที่นั่งๆ ละ 101 บาท , “โปรแฟนพันธุ์แท้” ขายเป็นชุดๆ ละ 3,000 บาท มี 30 ที่นั่งๆละ 100 บาท และโปรโมชั่นหมีหมี เป็นต้น โดยลูกค้าต้องจองคิววันที่จะเข้าไปทานอาหาร ผ่านทางระบบออนไลน์ของร้าน ซึ่งให้ผู้ที่สนใจโอนเงินเข้า บัญชี ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 0401759603 ชื่อ บัญชี บจก.แหลมเกต อินฟินิท จนมีคนหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวนมาก

ต่อมาวันที่ 22 มีนาคม 2562 ทางร้านอาหารแหลมเกต อินฟินิท ได้ประกาศทางโปรแกรมไลน์ และเฟซบุ๊ก ขอยกเลิกและงดบริการทุกโปรโมชั่น เนื่องจากได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม และเกินความคาดหมายทำให้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการเพราะใช้วัตถุดิบสูงเกินกว่าที่คาดการณ์ จึงเป็นเหตุให้มีผู้เสียหายจำนวน 350 ราย เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,207,720 บาท และยังมีผู้เสียหายที่ไม่ได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง พนักงานสอบสวน จึงยื่นคำขอหมายจับผู้ต้องหา และศาลอาญาได้ออกหมายจับ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐาน ประกองคำรับสารภาพจำเลยเเล้ว มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยการกระทำของจำเลยทั้งสาม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ซึ่งการกระทำของ จำเลยที่ 1-3 ที่ร่วมกันกระทำความผิด รวมทั้งสิ้น 723 กระทง ให้จำคุกนายอพิชาต จำเลยที่ 2 และ น.ส.ประภัสสร จำเลยที่ 3 กระทงละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 1,446 ปี ส่วน บจก.แหลมเกต อินฟินิท จำเลยที่ 1 ให้ปรับกระทงละ 5,000 บาท รวมปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 3,615,000 บาท

ในชั้นพิจารณา จำเลยที่ 1-3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ให้จำคุกนายอพิชาต จำเลยที่ 2 และ น.ส.ประภัสสร จำเลยที่ 3 คนละ 723 ปี แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงความผิดแล้ว จึงคงจำคุกจำเลยที่ 2,3 ไว้ทั้งสิ้นคนละ 20 ปี (ความผิดที่บทลงโทษสูงสุดไม่เกิน 10 ปี) ส่วน บจก.แหลมเกต อินฟินิท จำเลยที่ 1 คงปรับ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,807,500 บาท  นอกจากนี้ ศาลยังมีคำพิพากษา ให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันคืนเงินจำนวน 2,500,960.99 บาทเเก่เจ้าของ (ผู้เสียหาย) ด้วย

ทั้งนี้ หลังฟังคำพิพากษา ญาติของนายอภิชาต ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นโฉนดที่ดินราคาประเมิน 2.1 ล้านบาทขอปล่อยชั่วคราวชั้นอทุธรณ์คดี ส่วน น.ส.ประภัสสร จำเลยที่ 3 ยื่นโฉนดที่ดินราคาประเมิน 1.8 ล้านบาท พร้อมด้วยเงินสดอีก 130,000 บาท แต่ศาลอาญาพิจารณาแล้ว เห็นควรส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลยที่ 2 ,3 ให้ศาลอุทธรณ์ เป็นผู้พิจารณาสั่งประกันต่อ ซึ่งในวันนี้ยังไม่มีผลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัวทั้งสองไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางก่อน ระหว่างต้องรอผลประกันในวันต่อไป

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...