Advertisement

SHARE

หนึ่งในประชาชนที่ได้รับหมายเรียกจากงาน #ราชบุรีขอตีกับเผด็จการ ยืนยัน “เป็นคนทำมาหากินธรรมดา” ไม่รู้จักแกนนำ-วันชุมนุมไม่ได้อยู่ในจังหวัดราชบุรี หลังได้หมายเรียกจากตำรวจระบุ “เกี่ยวข้องกับการจัดการชุมนุม” ด้านตำรวจชี้มีการระงับหมายดังกล่าวแล้วและอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาด

วันที่ 10 กันยายน 2563 สุพัตรา วิเวก อายุ 30 ปี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุตนมีชื่อปรากฎในหมายเรียกจากสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี ลงวันที่ 8 กันยายน 2563 ร่วมกับ ภานุวัฒน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นักกิจกรรม กรณี “ไม่ได้ขออนุญาตการชุมนุม” และ “ไม่ได้ขออนุญาตการใช้เครื่องเสียง” ทั้งที่ตนยืนยันไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับผู้จัดและไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมกิจกรรม  #ราชบุรีขอตีกับเผด็จการ วันที่ 1 สิงหาคม 2563

“ในวันนั้น 1 สิงหาคมที่ราชบุรีจัด เรานัดกินข้าวกับเพื่อนที่กรุงเทพ ช่วงเวลาประมาณ 4-5 โมงเย็นเราก็ขับรถมุ่งหน้าไปกรุงเทพ” สุพัตราให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ระบุว่าเธอตั้งใจจะเข้าร่วมงานในตอนแรก แต่มีนัดรับประทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนที่กรุงเทพมหานครจึงไม่ได้ไปร่วมการชุมนุม “เพื่อนประมาณ 4-5 คนเป็นพยานได้”

เมื่อสอบถามว่าเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมชุมนุมนี้หรือไม่ สุพัตราให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเมื่อเห็นหมายก็ทราบว่าผู้มีรายชื่ออีก 4 คนก็ “งง” เช่นเดียวกันว่าเธอคือใคร และยืนยันว่าตน “เป็นประชาชนคนหนึ่งธรรมดาที่ไม่เคยมีสปอตไลท์ทางการเมืองมาฉายเลย เป็นคนทำมาหากินคนหนึ่ง” 

ที่ผ่านมาแม้สุพัตราจะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านสื่อสังคมออนไลน์มาตลอดแต่ไม่เคยรับการแจ้งเตือนในที่แสดงว่าถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับจ้องอยู่ และเคยร่วมชุมนุมทางการเมืองทางกายภาพเพียงครั้งเดียว คือ การชุมนุม #ประชาชนปลดแอก วันที่ 16 สิงหาคม 2563

“เราก็เป็นคนหนึ่งที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองตามสิทธิตลอด แล้วก็ไปเข้าร่วมม็อบใหญ่วันที่ 16 สิงหาคมด้วย เป็นคนหนึ่งในหลายพันคนที่เข้าร่วมม็อบในฐานะประชาชนทั่วไป”

“เป็นเพราะเราเข้าร่วมม็อบครั้งนั้นครั้งเดียวหรือเปล่าก็เลยมีชื่อ คนก็เป็นพันคนทำไมมาลงที่เรา” เธอตั้งข้อสังเกต

เจ้าหน้าที่ตำรวจ : ระงับหมายเรียก – ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงใหม่

วันที่ 10 กันยายน 2563 พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี จัดประชุมชี้แจงการออกหมายเรียกการชุมนุมราชบุรีขอตีกับเผด็จการ ถึงประเด็นที่มีกระแสวิพากษ์วิจารย์ว่าการออกหมายเรียกนี้ไม่ได้เป็นการออกหมายเรียก “นักเรียน” แต่เป็นการออกหมายเรียก “ผู้จัดการชุมนุม”

ทีมข่าว workpointTODAY  สอบถามพ.ต.อ.จุมพล สิกเสน ผกก.สภ.เมืองราชบุรี โดยพ.ต.อ.จุมพล ให้ข้อมูลว่าหมายเลิกดังกล่าวมีการเลื่อนการรายงานตัวออกไปแล้ว โดยพล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล ผบก.ภ.จว.ราชบุรี ใ้ห้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงใหม่ โดยมีการสั่งการในที่ประชุมแล้ว อีกไม่นานจะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรตามมา

พ.ต.อ.จุมพลเผยถึงกระบวนการในการได้มาซึ่งรายชื่อในการออกหมายเรียก โดยกล่าวว่า “ขณะที่มีการปราศรัยหรือในวันที่มีการชุมนุม จะมีคณะทำงานไม่ว่าจะเป็น สันติบาล ทหาร กอ.รมน. ตำรวจ หลายฝ่ายบันทึกเทปถ่ายภาพเป็นข้อมูลและนำเสนอในคณะทำงาน เป็นข้อมูลที่ปรากฎออกมา”

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่ามีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดของบุคคลหรือ Human Error หรือไม่ พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า “ใช่ เราก็เลยให้ยกเลิกการดำเนินการเข้าพบตามหมายก่อนเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องยังไง เอาเทป เอาวงจรปิดมาดูกันใหม่”

หมายเรียก : ภาระที่พลเมืองต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

สุพัตรากล่าวว่าเธอรู้สึกไม่ปลอดภัยจากการมีชื่อปรากฎในหมายครั้งนี้และรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่กำลังผลักภาระให้เธอต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

“ไม่รู้เลยว่าเขาเอาชื่อเรามาจากไหน แล้วใต้หมายเรียกเขาบอกว่า เรามีพยานหลักฐานว่าห้าคนนี้เป็นบุคคลที่เข้าข่ายเป็นผู้จัดการชุมนุม เราก็อยากรู้ว่าไหนหลักฐานอะไรหรอที่เชื่อมโยงเราโดยที่เราไม่ได้เป็นจริง ๆ “ 

“เรางงว่า ทำไมชีวิตเราถึงต้องมาเจอความไม่ยุติธรรมอะไรแบบนี้ด้วย เราไม่เกี่ยวข้องเลย คุณสามารถใส่ชื่อใครเข้าไปก็ได้อย่างนี้หรอคะ เรารู้สึกว่าชีวิตเราไม่ปลอดภัยและเสียเวลาชีวิตเราด้วย มันไม่ใช่หน้าที่พลเมืองด้วยซ้ำที่ต้องมานั่งหาหลักฐานมาแสดงต่าง ๆ เพื่อมาสำแดงว่าเราบริสุทธิ์นะ ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายเลยสักนิดเดียว อยากทราบด้วยว่าตำรวจเข้าใจหรือเปล่าว่าเราเป็นประชาชนคนธรรมดา ไม่ใช่นักเรียนนักศึกษาตามที่เขาเข้าใจ”

แม้ว่าสุพัตราจะประเมินว่าภาระในการถูกหมายเรียกดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตเธออย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ทำให้เธอในฐานะผู้ประกอบกิจการส่วนตัวเสียเวลาซึ่งมีต้นทุนค่าเสียโอกาสและ “เสียสุขภาพจิต” เธอตั้งคำถามว่าหากเรื่องนี้เกิดกับพนักงานบริษัทที่มีเวลาทำงานแน่นอนก็ต้องสละเวลาทำงานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองใช่หรือไม่

สุดท้ายสุพัตราเผยว่าแม้จะรู้สึกกังวลใจ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ากลัวหรือต้องหยุดแสดงออกทางการเมือง

“ในส่วนตัวเราเรากังวลใจแน่นอนอยู่แล้ว แต่จริง ๆ ในประเทศนี้ในประเทศประชาธิปไตยเราไม่ควรต้องมานั่งกังวลใจอะไรกับแบบนี้ มันไม่เมกเซนส์เลยที่ต้องกังวลว่าเราจะโดนใส่ชื่อเข้าหมายเรียกเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้ง ๆ ที่เราก็ใช้ชีวิตเราทำมาหากินตามปกติของเรา” ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เผย 

สุดท้ายสุพัตรากล่าวว่าตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากตำรวจใด ๆ ว่าต้องไปตามหมายเรียกหรือไม่ แม้ข่าวระบุเจ้าหน้าที่ยกเลิกหมายเรียกก็ไม่ได้รับการติดต่อจากตำรวจแต่อย่างใด

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...