Advertisement

SHARE

สองลุงป้า พ่อค้าแม่ค้าขายรองเท้าแตะคู่ละไม่กี่สิบบาท แบกะดินขายตามตลาดนัดในตัวเมืองราชบุรี ใครจะคาดคิดว่าในอดีตสองคนนี้เคยประสบความสำเร็จชีวิตรุ่งเรืองเป็นถึงเจ้าของโรงงานผลิตรองเท้าหนังส่งออกต่างประเทศ ทั้งลิเบีย และเมียนมา มีบ้าน มีรถ มีเงินทอง ชีวิตความเป็นอยู่สะดวกสบาย แล้ววันหนึ่งชีวิตก็ดิ่งไม่เหลืออะไร จากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 จนล้มละลาย แทบหมดแรงสู้

ลุงบล อุบล จ่าฮั่ว อายุ 64 ปี และ ป้าเวียง หนูเวียง อเนกา อายุ 65 ปี สองสามีภรรยา อดีตเจ้าของโรงงานรองเท้าส่งออกต่างประเทศ

ชีวิตจริงของทั้งคู่ไม่ต่างจากละคร ทุกฉากของชีวิตล้วนมีเรื่องราวของความรัก สมหวัง สิ้นหวัง ล้มละลาย คิดฆ่าตัวตาย และลุกขึ้นสู้ใหม่ ‘ลุงบล’ หรือ นายอุบล จ่าฮั่ว  อายุ 64 ปี เล่าในรายการปัญญาปันสุขว่า เขาเริ่มเรียนรู้การทำรองเท้าตั้งแต่อายุ 10 ขวบ จากเพื่อนบ้าน ชวนไปทำงานร้านรองเท้าหนัง ในกรุงเทพฯ ทำงานขัดหนัง ขัดเงารองเท้า กินอยู่ที่ร้านได้เงินเดือน 80 บาท ทำอยู่ 4 ปี ก็ลาออก ไปทำร้านผลิตรองเท้านักเรียน ถัดมาอีก 3 ปี เถ้าแก่ฝากงานให้ไปทำโรงงานผลิตรองเท้าแฟชั่น เขาฝึกฝนฝีมือจนเชี่ยวชาญในการผลิต ทำชิ้นส่วนรองเท้าได้ทุกชิ้น สามารถประกอบรองเท้าได้วันละ 60 คู่ ได้ค่าจ้างวันละ 36 บาท (เมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว) จึงตัดสินใจย้ายมาทำงานร้านขายหนังและอุปกรณ์ทำรองเท้า แถวเจริญรัถ ย่านการค้าวงเวียนใหญ่

เมื่ออายุย่างเข้าวัย 18-19 ปี เขาได้พบรักกับ ‘หนูเวียง อเนกา’ (ภรรยา) ซึ่งเป็นสาวข้างบ้าน มีอาชีพเย็บเสื้อโหล คบหากันมา 7-8 ปี หลังพ้นเกณฑ์ทหาร ก็ตัดสินใจขายเครื่องมือทำกิน มาซื้อทองขอภรรยาแต่งงาน อายุ 24 ปี ก็เริ่มต้นสร้างครอบครัวด้วยกันจากศูนย์ เริ่มต้นทำโรงงานรองเท้า จากคำชักชวนของเพื่อนสนิท โดยเพื่อนลงเงิน ลุงบลลงแรง สอนงานให้คนอื่น รับผลิตรองเท้าส่งให้ตามห้างใหญ่ ๆ ทำได้ 2 ปี เพื่อนเลิกทำเพราะขาดทุน ด้วยความเสียดายงาน จึงกลับไปยืมเงินญาติมา 50,000 บาท เพื่อเปิดร้านเอง เช่าตึกแถว เปิดโรงงานผลิตรองเท้าส่งห้าง ส่งสำเพ็ง เริ่มมีลูกจ้าง

ถือว่าเป็นช่วงชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก งานดี เงินดี ทำรองเท้าได้ขั้นต่ำวันละ 240 คู่ ขายส่งห้างใหญ่ ๆ รวมถึงส่งออกต่างประเทศ โรงงานมีจักรหลายสิบตัว มีลูกน้องให้ดูแล 30 ชีวิต รายได้ 3-4 แสนบาทต่อเดือน สามารถเก็บเงินดาวน์บ้าน ดาวน์รถ และซื้อทองคำเก็บไว้เกือบ 500 บาท ส่งลูก 2 คน เรียนโรงเรียนเอกชนได้

รองเท้าแตะที่ลูกค้าสั่งทำพิเศษถวายพระสงฆ์ ราคาคู่ละ 35 บาท

จากชีวิตที่กำลังดี มีทุกอย่าง แต่ก็กลับมาพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ต่อมาภรรยาและลูกไม่สบาย รักษาตัวจนเงินหมดหลายแสนบาท ส่วนธุรกิจลูกน้องเก่าก็เอารองเท้าไปขายส่งตัดราคา ทำให้ต้องแข่งลดราคาขายรองเท้าของตัวเองลงเช่นกัน จนในที่สุดก็ประสบภาวะขาดทุน ก็พยายามปรับตัวจากทำรองเท้าเด็ก ไปทำรองเท้าผู้ใหญ่ขาย

ธุรกิจรองเท้าที่ขายดีมาเกือบ 10 ปี ก็มาเจอทางตันตอนเงินบาทลอยตัว วิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540 เป็นหนี้ธนาคาร 2-3 ล้านบาท ต้องขายบ้านขายรถ เพื่อหาเงินมาฟื้นโรงงาน กัดฟันสู้อีกหลายปี จนเจอวิกฤติการเมือง เศรษฐกิจแย่ ไปต่อไปไม่ไหวล้มละลาย แทบลุกขึ้นสู้ต่อไม่ไหว จนคิดจะฆ่าตัวตาย แต่มองเห็นลูกเมีย จึงล้มเลิกความคิด โชคดีที่มีครอบครัว ทำให้ลุกขึ้นสู้ต่อได้

“เศรษฐกิจไม่ดี ช่วงเงินบาทลอยตัว ปี 2540 ต้องขายบ้านสองหลัง ขายรถ ขายทุกอย่างที่มี มันหมดทุกอย่างเลย เงินมันไม่มีเลย จะไม่สู้แล้ว จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ผมคิดว่าเสียใจที่ทำให้ลูกเมียลำบาก ทองผมซื้อไว้ 480 บาท ใส่ตู้เซฟไว้ก็ขายจนหมด”

ในที่สุด ลุงบล-ป้าเวียง ก็ตัดสินใจหันหลังให้เมืองกรุง หอบครอบครัวกลับไปบ้านเกิดที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  เริ่มต้นชีวิตใหม่จากศูนย์อีกครั้ง หาเช่าห้องแถวอยู่กับลูกๆ ดิ้นรนหารายได้จากอาชีพที่ถนัดที่สุด นั่นคือ ทำรองเท้าแตะแฮนด์เมดขายตามตลาดนัด หวังเป็นค่ากับข้าว และค่าเทอมหลาน ส่วนลูก ๆ แยกไปทำงานโรงงานในกรุงเทพฯ

ลุงบล ใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทำรองเท้าทั้งชีวิต รับบทบาทฝ่ายผลิตทำรองเท้าแตะด้วยมือ ทำคนเดียวและมีอุปสรรคเรื่องสุขภาพ ทำให้สามารถผลิตได้สูงสุดวันละ 60 คู่ ส่วนป้าเวียงรับหน้าที่นั่งขาย แต่ด้วยต้นทุนที่มีน้อย รายได้ก็ไม่มาก ทำให้ไม่มีเงินสต็อกวัสดุไว้ผลิต ป้าเวียงจะต้องนั่งรถตู้ ไปซื้อวัสดุจากย่านเจริญรัถที่เคยอยู่ หรือฝากคนรู้จักซื้อมาให้ เพราะไม่มีค่ารถ ซื้อได้ครั้งละน้อย ๆ เพราะวัสดุราคาค่อนข้างสูง

“เริ่มเอาไปวางขายตามตลาดนัดเช้า-เย็น หวังเป็นค่ากับข้าว และค่าเทอมหลาน ทุกวันนี้ขายที่ตลาดนัดหนองโพ และตลาดนัดในตัวเมืองราชบุรี ขายตั้งแต่บ่าย 3 โมงถึง 2 ทุ่ม ทุกวัน ราคาเริ่มต้นคู่ละ 20 บาท เบอร์ใหญ่ราคา 25 บาท อาศัยกำไรน้อย กินค่าแรงตัวเอง ได้กำไรคู่ละประมาณ 2 บาท และบางวันก็ขายไม่ได้เลย”

จุดเด่นของรองเท้าแตะแฮนด์เมด ของลุงบล-ป้าเวียง นอกจากลวดลายที่สวยงามสีสันสะดุดตาแล้ว เหตุผลสำคัญที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อคือ “ราคาถูก” ราคาขายเริ่มต้นเบอร์เล็กคู่ละ 20 บาท เบอร์ใหญ่ราคา 25 บาท กำไรได้แค่คู่ละ 2-3 บาท ขายได้วันละ 20-30 คู่ (หรือกำไรวันละ 100 บาท) ทำให้รายได้ไม่คงที่ วันไหนฝนตกก็ไม่ได้บางครั้งโชคดีมีคนสั่งทำรองเท้าแตะถวายพระสงฆ์ ก็มีรายได้เพิ่ม ขายราคาคู่ละ 35 บาท ส่วนลูกค้าประจำจากที่มี 3-4 เจ้า ตอนนี้เหลือแค่เจ้าเดียว หลาย ๆ เดือนจะสั่งสักครั้ง

แม้กำไรจากการขายจะไม่ได้มากมาย ที่พอจะทำให้ชีวิตของทั้งคู่กลับมาร่ำรวยได้อีกครั้ง และยอมรับว่า “เหนื่อย สู้ไม่ไหว” แต่ลุงบลและป้าเวียง ก็ยังจับมือท้าทายกับทุกความยากลำบากไปด้วยกัน แม้ว่าบางครั้งปัญหาสุขภาพจะทำให้ขาของลุงบลอ่อนแรง จนเกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ล้มระหว่างซ้อนท้ายกันไปขายของที่ตลาดนัดอยู่บ่อยครั้งก็ตาม แต่ป้าเวียง ก็บอกว่ารถล้มกี่ครั้งก็ไม่เคยหันหลังกลับบ้าน ได้แค่ยกรถขึ้นขับต่อไปจนถึงตลาด

“เมื่อมีชีวิตอยู่มันต้องสู้ คิดแค่นี้”

“ความจริงมันไม่ไหวหรอก แต่ต้องสู้ไง” ลุงบล – ป้าเวียง กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจอุดหนุน ซื้อรองเท้าแตะแฮนด์เมดของ ลุงบล-ป้าเวียง สามารถซื้อได้ที่ ตลาดนัดเบิร์ดคลองถม และตลาดนัดในตัวเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี หรือโทร. 089-806-0666

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...