{{-- --}}
Advertisement

SHARE

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 3 มีผู้ประกอบการเชื่อมั่นแห่เปิดตัวโครงการใหม่ 20,965 หน่วยในจังหวัดปทุมธานี คาดปี 64 ตลาดที่อยู่อาศัยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวมในปี 2563 ส่งผลต่อภาคการลงทุนในธุรกิจที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 อย่างไรก็ตาม หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ และผู้ประกอบการต้องปรับตัวโดยการลดราคาหรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่งผลทำให้ยอดการโอนกรรมสิทธิ์อยู่อาศัยของไตรมาส 3 มีจำนวนทั้งสิ้น 93,230 หน่วยมูลค่า 246,066 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 17.1% และยังมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 จำนวน 20,965 หน่วย โดยเฉพาะแนวราบหลังเร่งระบายสต๊อกในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่ผลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยสะสม 9 เดือน(ม.ค.-ก.ย.)มีจำนวนทั้งสิ้น 261,855 หน่วยมูลค่า 668,936 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อน 7.9% ซึ่งอยู่ในระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี ทั้งนี้ พบว่าเป็นการโอนกรรมสิทธิ์แนวราบทั้งสิ้นจำนวน 180,322 หน่วยมูลค่า 458,280 ล้านบาทปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า 6.1%

สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยอดสะสม 9 เดือนพบว่ามีจำนวน ทั้งสิ้น 50,781 หน่วย มูลค่า 228,949 ล้านบาท มีการปรับตัวลดลง 20.9% ซึ่งเป็นการลดลงของโครงการอาคารชุดมากถึง 41.8% ขณะที่บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้น 3.5% ส่วนทำเลที่มีโครงการเปิดตัวใหม่สะสมมากที่สุดในช่วง 9 เดือนแรก 5 ทำเล ดังนี้

1.ลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ จำนวน 6,153 หน่วย

2.เมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก จำนวน 4,677 หน่วย

3.บางใหญ่บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย จำนวน 4,210 หน่วย

4.เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด จำนวน 3,799 หน่วย

5.บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง จำนวน 3,495 หน่วย โดยกลุ่มราคาที่มีการเปิดตัวใหม่สูงสุดคือระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท

นายวิชัย คาดการณ์ว่า ปี 2563 โครงการเปิดตัวใหม่จะลดลงมาอยู่ที่ 71,467 หน่วย ซึ่งเป็นการลดลงของโครงการอาคารชุดมากถึง 50.0% ขณะที่บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้น 1.4% แนวโน้มของตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2564 มีปัจจัยบวกที่เพิ่มเข้ามาจากมาตรการกระตุ้น อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ และการปรับตัวของผู้ประกอบการโดยคาดว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 353,236 หน่วย มีมูลค่า 876,121 ล้านบาท ในปี 2564 หรือสูงสุดไม่เกิน 383,272 หน่วยมีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 950,591 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามจากแนวโน้มของตลาดทั้งด้านขายและความต้องการซื้อในปี 2564 ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯมีมุมมองว่าตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2564 จะค่อยๆมีการขยายตัวต่อเนื่องจากครึ่งหลังของปี 2563 และจะปรับตัวดีขึ้นชัดเจนในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2564 ซึ่งเป็นการฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ

ที่มา https://www.commercenewsagency.com/news/3696

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...