Advertisement

SHARE

สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงจัดโครงการรณรงค์สร้างความตระหนักและเสริมความรู้ความเข้าใจในการสัญจรบนท้องถนนอย่างปลอดภัย ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อสนับสนุนการสื่อสารและสร้างความตระหนักประเด็นการสัญจรบนท้องถนนอย่างปลอดภัยผ่าน นิทรรศการนักสืบจราจร หวังให้เด็กและเยาวชน โรงเรียน ชุมชนท้องถิ่นมีความตระหนักและสร้างความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า เป้าหมายหลักคือต้องการลดจำนวนผู้เสียชีวิต และพบว่าจากสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนปี พ.ศ. 2561 ที่พบว่า ช่วงอายุระหว่าง 10 – 24 ปีซึ่งเป็นอนาคตของชาติ เป็นกลุ่มที่มีการเสียชีวิตมากที่สุด มากถึง 5,131 คน คิดเป็นร้อยละ 25.7 ซึ่งในจำนวนนี้ ร้อยละ 70.6 เป็นการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในกลุ่มรถจักรยานยนต์ คิดเป็นต่อวันจะมีเด็กและเยาวชนตายจากอุบัติเหตุทางถนน 14 คน และกลายเป็นผู้พิการ 7 คน ดังนั้นการจะลดปัญหานี้ได้ จะต้องให้เด็กเกิดการเรียนรู้ โดยใช้นิทรรศการนักสืบจราจรเพื่อช่วยให้เด็กได้เปิดประสบการณ์จริง ให้ได้เรียนรู้กรณีศึกษาจากเหตุการณ์จริง และร่วมค้นหาคำตอบไปด้วยกัน ซึ่งนิทรรศการนักสืบจราจรสัญจรจะจัดขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะภูมิภาค 10 แห่ง ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

“เชื่อว่าเด็กและเยาวชนที่เข้ามาชมนิทรรศการนักสืบจราจร จะสามารถเรียนรู้และจดจำหลัก 4 ห้าม 3 ต้อง ได้แก่ ห้ามโทร ห้ามเล่น ห้ามเร็ว ห้ามดื่มแล้วขับ และ ต้องมอง ต้องสวม ต้องคาด ซึ่งถ้าเด็กจำสิ่งเหล่านี้ได้และเข้าใจเขาก็จะสามารถนำไปปรับใช้ได้ และเชื่อว่ากิจกรรมการสืบค้น ยังเป็นตัวที่ดึงดูให้เด็กค่อยๆ ซึมซับและสามารถคิดได้ด้วยตัวเองไม่ใช่จากคนอื่นบอก” ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าว

นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวอีกว่า พื้นที่ จ.ภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีผู้คนเดินทางเข้าออกตลอด การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อช่วง 10 ที่แล้ว มีคนตายจากอุบัติเหตุเฉลี่ยปีละประมาณ  200-300 คน และยังอยู่ในระดับนี้มาเป็นเวลานาน แต่มีเครือข่ายที่ทำงานในจังหวัดที่มีความเข้มแข็ง ทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ ซึ่ง สสส. สนับสนุนเครือข่าย สนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด หรือ สอจร. โดยเริ่มมีการผลักดันประเด็นความปลอดภัยทางถนนอย่างจริงจัง สร้างความร่วมมือกันในระดับพื้นที่ มีการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุใน จ.ภูเก็ต ลดลงกว่าร้อยละ 50  และมีการแก้ไขจุดเสี่ยงไปกว่า 200 จุด

ด้านนางสาวจงจิต พุฒขาว หัวหน้างานห้องสมุดอุทยาน PK Park กล่าวว่า นิทรรศการนักสืบจราจรที่จัดขึ้นนี้นอกจากจะใช้พื้นที่ของอุทยานการเรียนรู้แล้ว เจ้าหน้าที่ PK PAKR ยังมีหน้าที่ให้ข้อมูลเสริมความรู้เกี่ยวกับการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน การสร้างวินัยจราจร ซึ่งขณะนี้กลุ่มเป้าหมายคือเด็กและเยาวชน ที่เพิ่งจะรู้จักการขับขี่รถจักรยานยนต์การข้ามถนน หลังจากจัดนิทรรศการมา 2 สัปดาห์ พบว่าได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชน ทั้งยังมีการบอกต่อไปถึงเพื่อนๆ พ่อแม่ผู้ปกครองด้วย ทำให้มีจำนวนผู้เข้าชมนิทรรศการมากถึง 1,400 คน รวมไปถึงโรงเรียนในจังหวัดได้ประสานขออนุญาตพาเด็กนักเรียนมาชมนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สสส. ยังมอบบอร์ดความรู้ สำหรับใช้ในการเรียนการสอน 5 โรงเรียนพันธมิตร ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลบางเหนียว 3, โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์, โรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต 4, โรงเรียนเทศบาลพิบูลสวัสดี และโรงเรียนดาราสมุทรภูเก็ต เพื่อเป็นเครื่องมือการเรียนการสอนแบบใหม่ให้นักเรียนที่ช่วยสร้างเข้าใจเรื่องจราจรมากขึ้น หวังให้เป็นการสร้างลักษณะนิสัยทางจราจรในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็กและเกิดเป็นพฤติกรรมใส่ใจท้องถนน และลดอุบัติเหตุได้ในอนาคต

นายสัญชาติ โผภูเขียว ครูพิเศษฝ่ายมัธยม โรงเรียนดาราสมุทรภูเก็ต เปิดเผยว่า โรงเรียนดาราสมุทรภูเก็ต ได้ออกกฎระเบียบว่า ห้ามเด็กทุกคนนำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียนเด็ดขาด และให้โดยสารรถประจำทางหรือผู้ปกครองมาส่งเท่านั้น นโยบายนี้เกิดขึ้นจากความสูญเสียนักเรียนไปกับอุบัติเหตุบนท้องถนน ส่วนบอร์ดการเรียนรู้ ที่ได้รับมอบจาก สสส.โรงเรียนได้นำมาต่อยอดทำสื่อการสอน และปรับให้เข้ากับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเด็ก และได้มีการยกตัวอย่างกรณีศึกษาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอื่นในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทำให้เด็กเข้าใจและตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน นอกจากนี้ยังบรรจุเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนในหลักสูตรของนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่

“เมื่อเราสร้างความตระหนักรู้ให้นักเรียนแล้ว เราหวังผลที่จะให้ผู้ปกครองเข้าใจและตระหนักเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะผู้ปกครองใช้ยานพาหนะพาเด็กมาส่งที่โรงเรียน และพยายามเน้นย้ำเรื่องความสูญเสียที่เกิดแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้ เราจึงพยายามสอนให้เด็กนำเรื่องนี้ไปใช้กับครอบครัว และจะตอกย้ำเรื่องนี้ในช่วงคาบโฮมรูมทั้งเช้าและก่อนเดินทางกลับบ้าน” นายสัญชาติ กล่าว

ด้าน นายสมภักดิ์ สมศิริ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายปกครอง โรงเรียนเทศบาลบางเหนียว กล่าวว่า โรงเรียนเทศบาลบางเหนียว อยู่ในชุมชน มีนักเรียน 1,500 คน และพื้นที่มากกว่า 5 ไร่ สื่อการเรียนรู้จาก สสส. 4 ห้าม 3 ต้อง ทางโรงเรียนได้นำมาติดที่บริเวณทางเข้าโรงเรียน จุดที่ผู้ปกครองมาส่งเด็ก เพื่อให้มองเห็นได้มากที่สุด และพบว่าหลังดำเนินการติดบอร์ดความรู้ไปนานกว่า 1 เดือน พบว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่เกิดขึ้นกับเด็กและผู้ปกครองในโรงเรียนเลย เพราะทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และสังเกตเห็นว่า เด็กๆ สวมหมวกนิรภัยซ้อนท้ายจักรยานยนต์ ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือขณะเดินทางมาโรงเรียน นอกจากนี้ยังต่อยอดความรู้จากบอร์ดที่ได้รับจาก สสส. โดยให้นักเรียนร่วมออกแบบสื่อการเรียนรู้วินัยจราจรลดอุบัติเหตุ 4 ห้าม 3 ต้อง เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้กันอย่างทั่วถึงด้วย

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...