Advertisement

SHARE

ถอดบทเรียนจากซีรีส์ Sex Education เรื่องความรักและความใคร่ที่คุณอาจหาไม่ได้จากห้องเรียน

  • คำเตือน: บทความนี้มีสปอยล์ Sex Education ซีซั่น 2 ที่เริ่มฉายไปเมื่อ 17 มกราคมที่ผ่านมาบน Netflix
  • ซีซั่นนี้มีเรื่องราวของความสัมพันธ์ใหม่ๆ และการกลับมาของตัวละครที่หลายคนคุ้นเคย ไปจนถึงสีสันอย่างการระบาดของโรคหนองในเทียมในโรงเรียน
  • แน่นอนว่าซีรีส์เรื่องนี้มีบทเรียนเกี่ยวกับความสัมพันธ์และเพศสัมพันธ์ให้เรียนรู้มากมาย (แม้ว่าคุณจะไม่ใช่วัยรุ่นเหมือนตัวละครในเรื่องแล้วก็ตาม)
  • ทั้งโอทิสและเจน แม่ของเขาที่เป็นนักเซ็กส์บำบัด ให้แง่คิดเกี่ยวกับเซ็กส์ที่น่าสนใจไว้มากมายสำหรับคนดูทุกช่วงวัย
  • ต่อไปนี้เป็น 11 บทเรียนที่ดีที่สุดจาก Sex Education ซีซั่น 2 บวกกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านเซ็กส์และความสัมพันธ์ ที่คุณสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
  • บทความนี้แปลจากงานของ ลินด์เซย์ ดอดจ์สัน จาก Insider

 

1. ความจริงเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Sex Education (Netflix)

ตอนแรกสุดของซีซั่นนี้เริ่มต้นด้วยความโกลาหลที่โรงเรียนมัธยมมัวร์เดล หลังนักเรียนหลายคนพากันตื่นตระหนกนึกว่ากำลังมีโรคหนองในเทียมระบาดในโรงเรียน โดยนักเรียนคนหนึ่งชื่อไซมอนถึงกับพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการขายหน้ากากอนามัยให้เพื่อนๆ โดยอ้างว่าจะช่วยป้องกันโรคดังกล่าวได้

“โรคหนองในเทียมไม่ได้ติดต่อผ่านทางอากาศซะหน่อย” โอทิสยืนยัน “ต้องมีเซ็กส์กับคนที่เป็นโรค ถึงจะติด”

เว็บไซต์ด้านสุขภาพ Healthline ที่ระบุว่า “การมีเซ็กส์โดยไม่สวมถุงยางและการใช้ปากแบบไม่ป้องกันเป็นสาเหตุหลักของการติดโรคหนองในเทียม ซึ่งรวมไปถึงการมีเซ็กส์ผ่านประตูหลัง และเซ็กส์ที่ไม่มีการสอดใส่อย่างการถูอวัยวะเพศกันก็มีสิทธิจะได้รับเชื้อได้เช่นกัน”

เรื่องราวในตอนที่ 1 ยังให้ข้อคิดด้วยว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอายถ้าสุดท้ายคุณเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ขึ้นมา ตราบใดที่คุณเข้ารับการรักษาอย่างทันท้วงที คุณแค่จำเป็นต้องบอกคู่ของคุณอย่างเปิดเผย เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้เตรียมตัวป้องกันได้อย่างเหมาะสมก่อนจะมีอะไรกัน

 

2. เหตุผลที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านเมื่อทำกิจกรรมทางเพศ

Sex Education (Netflix)

ซีซั่น 2 เล่าเรื่องต่อจากซีซั่น 1 ที่โอทิสค้นพบว่าตัวเองเป็นคนหลงไหลในการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง เขารักการช่วยตัวเองมากและถูกกระตุ้นอารมณ์ได้ง่าย ตั้งแต่การขี่จักรยานธรรมดาๆ ไปจนถึงการถูกต่อย ล้วนแล้วแต่ทำให้น้องชายเขาแข็งขึ้นมาได้ดื้อๆ 

เมื่อวัยรุ่นถึงวัยที่มีพัฒนาการทางเพศ ร่างกายจะเต็มไปด้วยฮอร์โมนมากมายหลากหลายชนิด ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกสับสนและจัดการกับมันไม่ถูกเป็นธรรมดา ยกตัวอย่างเช่นฉากที่โอทิสห้ามใจไม่ได้และต้องช่วยตัวเองในรถของแม่

ศูนย์จิตวิทยาวัยรุ่น Newport Academy เปิดเผยว่า “ฮอร์โมนวัยรุ่นส่งผลกระทบถึงอารมณ์ ความรู้สึก แรงกระตุ้น และร่างกายของพวกเขา อารมณ์ที่แปรปรวนในวัยรุ่นมีสาเหตุมาจากความผันผวนของระดับฮอร์โมนเพศ ได้แก่ เอสโทรเจน โพรเจสเทอโรน และเทสโทสเทอโรน”

“ฮอร์โมนเพศเหล่านี้ส่งผลไปถึงกระบวยการคิดในการคบหาและการมีเซ็กส์ วัยรุ่นหันมาสนใจเซ็กส์มากขึ้น หลายคนอาจถึงขั้นคลั่งไคล้เซ็กส์เลยก็มีเมื่อฮอร์โมนเพศถูกปล่อยอย่างเต็มที่”

บางครั้งอารมณ์ทางเพศอาจทำให้คุณอึดอัดที่ไม่สามารถควบคุมความคิดและร่างกายของตัวเองได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นหลายคนคิดไปเองว่าตัวเองแปลกแยกจากคนอื่น ผิดเพี้ยน ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

“จริงๆ แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่วัยรุ่นต้องประสบพบเจอมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของพัฒนาการมนุษย์” Newport Academy ยืนยัน

 

3. การบอกคู่นอนว่าคุณชอบมีเซ็กส์แบบไหน

Sex Education (Netflix)

ในตอนที่ 2 โอทิสกังวลที่จะมีเซ็กส์กับโอลา เพราะไม่มั่นใจในความด้อยประสบการณ์ทางเพศของตัวเอง เขาเลยกูเกิลหาวิธี “ใช้นิ้ว” โดยค้นพบเทคนิคที่ชื่อว่า “The Clock” โดยหลังจากที่เชาลองใช้เทคนิคนี้กับโอลา เขาภูมิใจมากเพราะเชื่อว่าโอลาชอบ แต่ก็มาค้นพบทีหลังว่าความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น

ตอนจบของตอนนี้ โอทิสยอมรับกับโอลาตรงๆ ว่าเขาแทบไม่รู้เรื่องเซ็กส์เลยและก็ใช้นิ้วได้แย่มาก โอลาจึงขอบคุณที่บอกความจริงพร้อมตอบกลับว่า “เดี๋ยวฉันจะทำให้ดูเองว่าฉันชอบแบบไหน”

“การบอกความชอบและความต้องการของคุณอย่างซื่อสัตย์และเปิดเผยเป็นกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์ที่ดีและยืนยาว ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ในชีวิตด้วย” รีเบกกา ล็อกวูด ผู้เชี่ยวชาญด้านเซ็กส์และความสัมพันธ์กล่าว

เธอแนะนำว่าควรเริ่มบทสนทนาด้วยการถามอีกฝ่ายว่าชอบแบบไหนและต้องการอะไรบ้าง ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณเข้าใจกันและกันมากขึ้นแล้ว ยังทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าได้รับความสำคัญและเป็นที่ต้องการมากขึ้นด้วย

เจนน์ แมนน์ นักเขียนด้านความสัมพันธ์ ก็บอกเช่นกันว่าการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) เป็นเครื่องมือสำคัญในการบอกกับคู่ของคุณว่าคุณชอบอะไรบ้าง เช่น คุณสามารถใช้มือของคุณโชว์ระดับความแรง ความเร็ว และจังหวะที่คุณชอบที่สุดขณะมีเซ็กส์ให้อีกฝ่ายดูได้

ตามปกติแล้ว การแลกเปลี่ยนความเห็นหลังจากมีเซ็กส์จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องบอกกันขณะกำลังมีเซ็กส์เดี๋ยวนั้นเลย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้สื่อสารแบบสั้นๆ ตรงๆ เช่น “แรงขึ้น” “สูงอีกนิด” “เบาๆ หน่อย” “ซ้ายอีก” “วนเป็นวงกลม” “อย่าหยุด” เป็นต้น

 

4. การลองอะไรแปลกใหม่กับคู่ของคุณ

Sex Education (Netflix)

ไม่ใช่แค่วัยรุ่นที่มีปัญหากับการสื่อสารกับคู่รักหรือคู่นอน อย่างเช่นคู่ของครูเฮนดริกส์กับครูแซนด์ส ที่แม้ว่าความรักกำลังเบ่งบาน แต่ทั้งคู่กลับเจอปัญหาเกี่ยวกับเรื่องบนเตียง ครูแซนด์สเปิดใจกับครูเฮนดริกส์ว่าเธอชอบการพูดจาทะลึ่ง (dirty talk) ระหว่างมีเซ็กส์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ครูเฮนดริกส์ไม่เก่งเท่าไร มีฉากหนึ่งที่เขาพยายามพูดทะลึ่งตามโพยที่จดใส่มือมาว่า “ผมจะทำให้คุณแฉะเหมือนกับถุงน้ำคร่ำของคุณแตกเลยล่ะ” ซึ่งทำเอาครูแซนด์สถึงกับงงไปเลย

หลังจากที่ครูเฮนดริกส์ได้พูดคุยกับโอทิส โอทิสแนะนำว่าเขาต้องเปิดใจรับฟังฝ่ายหญิงมากขึ้น ครูเฮนดริกส์จึงตัดสินใจถามครูแซนด์สตรงๆ ว่าทำไมเธอถึงชอบการพูดจาทะลึ่ง

“ฉันรู้สึกเหมือนครูเฉิ่มๆ มาทั้งวัน เพราะงั้นพอถึงบ้าน ฉันเลยอยากจะหลุดพ้นจากตัวตนนั้นและรู้สึกเซ็กซี่ขึ้นมาบ้าง” เธอตอบ จุดนี้เองที่ทำให้ครูเฮนดริกส์เข้าใจว่าคำที่เขาเลือกใช้ไม่สำคัญเท่ากับการปฏิบัติที่จะทำให้เธอรู้สึกเซ็กซี่ขึ้นได้จริงๆ

เดชารา พาเรียก นักให้คำปรึกษาจาก Counselling Directory ระบุว่าการสื่อสาร ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการเคารพซึ่งกันและกันเป็นปัจจัยที่สำคัญมากต่อการเปิดรับอะไรใหม่ๆ

“รับฟังคู่ของคุณ พยายามหาทางเดินไปข้างหน้าผ่านการตัดสินใจร่วมกัน คุณจะพบว่ามันเป็นวิธีที่ทำให้เรื่องเซ็กส์ของคุณพัฒนาขึ้นมาก เป็นการเติมแต่งสีสันด้วยความตื่นเต้นและความหลงไหลในสิ่งใหม่ๆ”

 

5. เป็นเรื่องปกติที่คุณจะรู้สึกระแวงเวลามีเซ็กส์

Sex Education (Netflix)

โอลิเวียมีปัญหาด้านการเป็นตัวของตัวเองในตอนที่ 3 เธอเอาหมอนปิดหน้ามาเลค แฟนหนุ่มของเธอ ทุกครั้งที่เธอถึงจุดสุดยอด จนมาเลคไม่พอใจและเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเจน มิลเบิร์น นักเซ็กส์บำบัดและแม่ของโอทิส ซึ่งเธอวิเคราะห์ว่าโอลิเวียอาจมีเฟทิชบางอย่าง แต่ความจริงไม่ใช่เลย โอลิเวียมาเปิดใจตอนหลังว่าเธอแค่ไม่ชอบใบหน้าตัวเองเวลาถึงจุดสุดยอดเท่านั้น

“หน้าฉันตอนถึงจุดสุดยอดมันน่าเกลียด พอใจยัง? ฉันเคยเห็นในกระจกแล้วมันแย่มาก ฉันหน้าเหมือนงูกำลังเขมือบไข่ ตรงข้ามกับหน้ามาเลคที่ดูหล่อสมบูรณ์แบบตลอดเวลา”

โอทิสบอกโอลิเวียว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึว่ากำลังถูกจ้องมองหรือระแวงเวลามีเซ็กส์ และคู่ของเธอก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน พร้อมแนะนำว่าโอลิเวียควรไว้ใจมาเลคมากขึ้น เพื่อที่เธอจะได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเวลาอยู่กับเขา

“การใส่ใจร่างกายของตัวเองโดยไม่ต้องกังกลกับสิ่งรอบตัวช่วยให้คุณใกล้ชิดกับคนอื่นได้มากขึ้น” ล็อกวูดกล่าว “ความเชื่อใจเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความคุ้นเคย จงเชื่อมั่นและปล่อยให้ตัวเองไหลไปกับสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกดีบ้าง”

ด้านพาเรียกย้ำว่า “โฟกัสกับความรู้สึกและสัมผัสทั้งห้าของคุณ สิ่งที่คุณเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น สัมผัส และรับรส จงอยู่กับปัจจุบันดีที่สุด”

 

6. การแสดงความอ่อนไหวทางอารมณ์เป็นเรื่องดี

Sex Education (Netflix)

ธีมของเจนตลอดซีซั่น 2 คือเธอไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองแสดงความอ่อนไหวต่อเจคอบ คนรักใหม่ของเธอ (และพ่อของโอลา) เลย เธอแอบรู้สึกรำควญที่เจคอบทิ้งของส่วนตัวไว้ในบ้านของเธอ และไม่ชอบที่เขาถือวิสาสะเข้ามาช่วยซ่อมชั้นวางของให้เธอ

ล็อกวูดกล่าวว่า “ความอ่อนไหวคือการอนุญาตให้คุณซื่อสัตย์ต่อตัวเองและเปิดใจรับคนอื่น เวลาที่คุณอยู่ในความสัมพันธ์กับใครซักคน มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณจะต้องเปิดใจและซื่อสัตย์ต่อความคิด ความรู้สึก และความต้องการของคุณ”

การเปิดใจยังรวมถึงการยอมทดลองสิ่งที่คุณเองอาจจะไม่ชอบเป็นการส่วนตัวมาก่อนด้วย ซึ่งจะช่วยให้ความสัมพันธ์ถูกพัฒนาไปสู่จุดของการเป็นคู่รักที่ไม่มีความลับต่อกันได้จริง

“เมื่อคุณคุยกันเกี่ยวกับความรู้สึกของแต่ละฝ่ายอย่างเปิดเผย มันเป็นการปลอดปล่อยพลังลบและความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ทางหนึ่ง เพราะถือว่าความคิดลบๆ ได้ถูกพูดออกไปแล้ว”

ขณะที่แมนน์ก็เห็นด้วยว่าความอ่อนไหวช่วยสร้างสะพานที่แข็งแรงระหว่างคนสองคนได้ เธอบอกว่าเมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกอ่อนไหวและคู่รักของคุณตอบสนองด้วยความอ่อนโยนและความเห็นอกเห็นใจ เมื่อนั้นคุณจะรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกันเข้าไปอีกขั้นหนึ่ง

“มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเราจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันอย่างแท้จริงโดยปราศจากความอ่อนไหวทางอารมณ์”

 

7. คนบางคนไม่มีอารมณ์ทางเพศกับใครเลย

Sex Education (Netflix)

ในตอนที่ 4 ฟลอเรนซ์ได้รับบทจูเลียตในละครเวทีของโรงเรียนเรื่อง “โรมิโอและจูเลียต” แต่ลิลีดันบอกเธอว่าวรรณกรรมคลาสสิกเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องราวของ “วัยรุ่นขี้เงี่ยน” เท่านั้น ซึ่งทำให้เธอไม่สบายใจเอามากๆ

ฟลอเรนซ์เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาโอทิส โดยบอกว่าเธออยู่ในภาวะที่ไม่มีอารมณ์ทางเพศกับใครเลย แต่คำปรึกษาของโอทิสไม่ได้เป็นประโยชน์เท่าไร เธอจึงไปหาเจนและยอมรับว่าเธอไม่อยากมีเซ็กส์ แถมคิดว่าตัวเองเป็นคนผิดปกติด้วย เจนจึงถามฟลอเรนซ์ว่าเธอรู้จักการไม่ฝักใฝ่ทางเพศ (Asexuality) หรือไม่?

“มันคือภาวะที่เราไม่รู้สึกถูกดึงดูดทางเพศจากใครเลย เพราะสำหรับบางคน เซ็กส์ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ” เจนอธิบาย

เจนอธิบายเพิ่มด้วยว่านี่ไม่ใช่จุดจบของชีวิตรัก เพราะคนที่ไม่ฝักใฝ่ทางเพศหลายคนก็ต้องการที่จะถูกรัก พวกเขาแค่ไม่ต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศเท่านั้น

“เซ็กส์ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้มนุษย์สมบูรณ์แบบซักหน่อย เธอจะเป็นคนผิดปกติได้ยังไงล่ะ?”

พาเรียกบอกว่าการไม่ฝักใฝ่ทางเพศแตกต่างกันออกไปสำหรับแต่ละคน และถ้าคุณต้องการเช็กตัวเองฝักใฝ่ทางเพศแค่ไหน คุณควรถามตัวเองว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับเซ็กส์? คุณสนใจเซ็กส์เพียงเพราะใครๆ ก็สนใจกันใช่หรือไม่? เซ็กส์สำคัญต่อคุณหรือไม่? เซ็กส์เป็นเครื่องมือแสดงความรักอย่างหนึ่งของคุณหรือไม่? และคุณรู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเซ็กส์กับคนที่คุณชอบหรือเปล่า?

คำตอบของคุณต่อคำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณหาคำตอบได้ว่าคุณไม่สนใจเรื่องเพศเลยหรือแค่กำลังค้นหาตัวตนทางเพศกันแน่

 

8. เหตุผลที่วัยรุ่นมองการเสียบริสุทธิ์เป็นเรื่องใหญ่

Sex Education (Netflix)

โอทิสและโอลาวางแผนจะมีเซ็กส์ด้วยกันครั้งแรกในตอนที่ 5 ซึ่งหมายความว่าทั้งคู่ตั้งใจจะเสียบริสุทธิ์ให้กันและกัน โอทิสปรึกษากับเอริคว่าเขาคิดมาตลอดว่าจะต้องเสียบริสุทธิ์ให้กับคนที่เขารัก สุดท้ายโอทิสจึงบอกรักโอลา แม้จะไม่ได้รักเธอจริงๆ แต่กลายเป็นว่าโอลาเป็นฝ่ายบอกเลิกโอทิสแทน โอลาบอกว่าเธอและโอทิสไม่ได้รักกันและไม่สมควรจะเป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ

“เธอบอกว่าขอเวลาคิด มันเป็นเรื่องยาก ซึ่งมันไม่น่าจะซับซ้อนอะไรเลย พวกเราอายุแค่ 16 เองนะ” โอลาตัดพ้อ

วัยรุ่นแทบทุกคนวุ่นวายกับการตัดสินใจว่าจะมีเซ็กส์หรือไม่มีเซ็กส์ดี? มันถึงเวลาที่เหมาะสมหรือยัง? นี่คือคนที่ใช่จริงๆ ใช่มั้ย? มันถูกกาละเทศะแค่ไหน?

พาเรียกอธิบายว่า “คนเรามีโอกาสเสียบริสุทธิ์แค่ครั้งเดียว มันถึงได้เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับชีวิตในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยซึ่งเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นประจำ” เธอบอกด้วยว่าวัยรุ่นรู้สึกกดดันกับการเสียบริสุทธิ์เพราะมันเป็นประสบการณ์ที่คุณจะจำไปตลอดชีวิต ไม่ว่าคุณจะมีแฟนหรือคู่นอนอีกกี่คนก็ตาม

ล็อกวูดบอกว่าการทำอะไรเป็นครั้งแรกย่อมน่ากลัวเสมอ เพราะคุณไม่มีประสบการณ์ในอดีตมาใช้เปรียบเทียบ คุณไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าถ้าทำไปแล้ว ผลจะออกมาในทิศทางไหน

“เซ็กส์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและการเสียบริสุทธิ์เป็นเรื่องน่ากลัว เพราะมันคือครั้งแรกที่คุณจะได้มีเซ็กส์ มันคือการเปิดรับคนๆ หนึ่งเข้ามาใกล้ชิดคุณที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

 

9. เพศศึกษาสำหรับชาว LGBTQ ยังบกพร่องอยู่มาก

Sex Education (Netflix)

ในตอนที่ 6 อันวาร์มาปรึกษาโอทิสพร้อมกับปัญหาว่าเขาไม่เคยทำความสะอาดรูทวารหนักของตัวเองมาก่อนเลย แม้เขาจะคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะมีเซ็กส์กับแฟนหนุ่มแล้ว แต่ใจจริงก็ยังกล้าๆ กลัวๆ อยู่เพราะยังมีความรู้เกี่ยวกับเซ็กส์ของเกย์ไม่เพียงพอ

โอทิสซึ่งก็ไม่มีความรู้เรื่องนี้เช่นกันจึงไปขอให้ราฮิม แฟนใหม่ของเอริค ช่วยสอนการทำความสะอาดรูทวารหนักให้ ซึ่งราฮิมก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สอนตั้งแต่วิธีการล้างอย่างละเอียดไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมการล้างถึงสำคัญ

ซีรีส์ตอนนี้ทำให้เห็นว่าเพศศึกษาที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น LGBTQ ยังบกพร่องอยู่อีกมาก วัยรุ่นส่วนใหญ่ถูกสอนเกี่ยวกับเซ็กส์ระหว่างชายกับหญิง ในขณะที่เซ็กส์ระหว่างคนเพศเดียวกันซึ่งมีรายละเอียดและความซับซ้อนในตัวเองกลับแทบไม่ถูกพูดถึงเลย

ผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยว่าการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และกิจกรรมทางเพศของวัยรุ่น LGBTQ ในโรงเรียนยังไม่เพียงพอ พาเรียกเล่าว่า “ฉันมีคนไข้หลายคนที่เป็นคนหลากลายทางเพศ หลายคนเป็นคนข้ามเพศซึ่งมีปัญหากับอัตลักษณ์ของตัวเอง บางคนไม่สามารถที่จะเปิดตัวกับคนอื่นในชีวิตประจำวันได้ เพราะว่ายังมีภาพจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับชาว LGBTQ อยู่”

พาเรียกแนะนำว่าโรงเรียนควรมีคอร์สสั้นๆ เกี่ยวกับ LGBTQ สอน เพื่อช่วยเตรียมพร้อมคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้ในเรื่องนี้ก่อนที่พวกเขาจะมีพัฒนาการทางเพศ และเพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ค้นหาตัวตนทางเพศด้วยตัวเอง

 

10. การกินยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องน่าอาย

Sex Education (Netflix)

ตอนที่ 7 ของซีรีส์เป็นเรื่องราวความเละเทะจากปาร์ตี้ของโอทิส ซึ่งเขาเมาและมีเซ็กส์กับดาวโรงเรียนอย่างรูบี แต่ปัญหาคือไม่มีใครจำได้ว่าได้ใช้ถุงยางอนามัยหรือไม่ ทั้งคู่ถึงตัดสินใจไปร้านยาเพื่อซื้อยาคุมฉุกเฉิน 

“นี่มันเป็นเรื่องน่าอายชะมัด” รูบีตัดพ้อที่ตัวเองต้องเป็นฝ่ายเข้าไปซื้อยาคุมฉุกเฉิน

“มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ตลอด บางคนถุงยางแตก ลืมใช้ หรือใช้แล้วจำไม่ได้ก็มี ไม่เห็นจะต้องอายเลย” โอทิสตอบ

หลังจากได้กินยาคุมฉุกเฉินแล้ว รูบีกับโอทิสเปิดใจคุยกัน ซีรีส์ตอนนี้สอนเราว่าแม้ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน การสอบถามความพึงพอใจของคู่นอนของคุณก็ยังเป็นสิ่งสำคัญอยู่ดี รูบีบอกโอทิสไปตรงๆ ว่าเขาไม่ได้เข้าขั้นเก่งกาจเรื่องบนเตียง แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร

รูบีบอกว่า “เธอถามตลอดว่าฉันโอเคมั้ย”

“มันสำคัญนะที่จะถาม” โอทิสตอบ

รูบีขอบคุณโอทิสที่แคร์ความรู้สึกของเธอ เพราะผู้ชายหลายคนไม่สนใจที่จะถามไถ่เลยด้วยซ้ำหลังเสร็จภารกิจ

 

11. ทุกคนต่างมีเอกลักษณ์และชอบอะไรไม่เหมือนกัน

Sex Education (Netflix)

หลังจากที่โอลาและลิลีได้คบกัน ทั้งคู่เอ็นจอยกับการมีเซ็กส์แบบสวมบทบาท (roleplay) ในตอนที่ 8 แต่ทุกอย่างต้องหยุดชะงักลงเพราะลีลีหลุดตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด ซึ่งเธอยอมรับกับโอลาว่าเธอมีอาการช่องคลอดหดเกร็งเพราะกลัวการถูกสอดใส่ (Vaginismus)

ลิลีบอกว่าอวัยวะเพศของเธอเป็นเหมือนต้นกาบหอยแครงที่คอยงับเหยื่อให้ตาย เธอบอกว่าเธอไม่มีปัญหาเวลาสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง อาการนี้เกิดขึ้นเฉพาะตอนจะมีเซ็กส์กับคนอื่นเท่านั้น สุดท้ายทั้งคู่จึงหาทางออกด้วยการช่วยสำเร็จความใคร่ให้กันและกันแทน

นี่อาจจะเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดตลอด Sex Education ซีซั่นนี้เลยก็ว่าได้ บทเรียนที่ว่าแต่ละคนมีความสุขทางเพศด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไป มันไม่มีกฎเกณฑ์ที่ระบุว่าคุณสามารถหรือไม่สามารถทำอะไรเพื่อให้คู่ของคุณมีความสุขได้ แม้แต่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตก็บอกคุณไม่ได้มากเท่าไร

สิ่งที่คุณทำได้มากที่สุดคือตั้งใจเรียนรู้สิ่งที่อีกฝ่ายชอบและไม่ชอบ เคารพในขีดจำกัดของกันและกัน และคำนึงเสมอว่าการแบ่งปันความสุขกับคู่ของคุณมันไม่มีอะไรผิดถูก หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีนิยามตายตัว

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...