เป็นอีกหนึ่งบริษัทอสังหาฯ ที่น่าจับตา บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 10 แล้ว ซึ่งที่ปี 2566 ผ่านมา พอร์ต 4 ธุรกิจยังแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มธุรกิจที่พักอาศัย, โรงแรม, อาคารสำนักงาน และนิคมอุตสาหกรรม
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2567 สิงห์ เอสเตท ยังเน้นลงทุนและสร้างโครงการระดับ Luxury ขึ้นไป พร้อมเดินหน้าคอนเซ็ปต์ “Go Beyond Dreams” ตั้งเป้ารายได้ปี 2567 เติบโต 20% แตะที่ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยรายได้รวมคิดสัดส่วน จะมาจากธุรกิจโรงแรมมากที่สุด ถึง 60% รองลงมาคือจากธุรกิจที่อยู่อาศัย 30% ตามมาด้วยธุรกิจสำนักงานและนิคมอุตสาหกรรม รวม 10%
ซึ่งในแต่ละธุรกิจ ทางผู้บริหาร คุณฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สิงห์ เอสเตท ได้ให้รายละเอียดใน 4 ธุรกิจ ดังนี้….
- กลุ่มธุรกิจที่พักอาศัย ที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการระดับมาสเตอร์พีซอย่าง โครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส, โครงการลาซัวว์ เดอ เอส และโครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส ทำให้เกิดโครงการใหม่ตามมา ไม่ว่าจะเป็น SMYTH, S’RIN และ SHAWN
ในปี 2567 นี้ สิงห์ เอสเตท เตรียมต่อยอดความสำเร็จโครงการบ้านแนวราบที่มีครบทุก Luxury Segment และพัฒนาโครงการให้ได้คุณภาพดีที่สุดในเซ็กเมนต์นั้นๆ
นอกจากนี้ สิงห์ เอสเตท ยังได้ลงทุนในที่ดินทำเลศักยภาพ เพื่อรองรับการพัฒนาสำหรับโครงการที่จะเกิดขึ้นระยะ 3-5 ปีต่อจากนี้ นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากยอดโอนเพิ่มขึ้นอีก 50% ในปีนี้
- กลุ่มธุรกิจโรงแรม (ภายใต้การบริหารงานของ SHR) ที่ผ่านมาธุรกิจโรงแรมโดดเด่นด้วยการเปิดตัว SO/ Maldives โรงแรมไลฟ์สไตล์หรูระดับ 5 ดาว ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการครอสโรดส์ มัลดีฟส์ พร้อมทั้งยกระดับห้องพักโรงแรมในเครืออีก 5 แห่ง รองรับกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น และต่อยอดแบรนด์ ทราย (“SAii”) ซึ่งพัฒนาโดย สิงห์ เอสเตท เอง เพื่อให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น
ต่อจากนี้ สิงห์ เอสเตท มีแผนปรับปรุงโรงแรมตามอย่างต่อเนื่อง จำนวน 5 แห่งในเครือ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ คาดว่าจะสามารถเพิ่มอัตราเฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ได้มากกว่า 25% รวมถึงแผนการเสริมการให้บริการด้านอื่น ๆ เพื่อยกระดับห้องพักที่จะสร้างรายได้เพิ่มเติม นอกเหนือจากรายได้การเข้าพัก (Non-Room Revenue) แล้ว จะเน้นในส่วนของการให้บริการด้วย ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อคนในการใช้บริการภายในโรงแรมเพิ่มขึ้นอีก 15%
- กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า ปัจจุบันอาคารสำนักงานของ สิงห์ เอสเตท มีทั้งหมด 4 แห่ง วางไว้ให้หลายโลเคชันเพื่อคตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ สำหรับปีนี้เน้นใช้โมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น ควบคู่ไปกับดึงจุดเด่นของแต่ละโครงการให้ชัดเจนขึ้น
จะทำให้มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยของอาคารสำนักงานในเครือที่มากกว่าในช่วงปี 2562 ด้วยอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ย 85% ในทุกโครงการที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้
- กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันสิงห์ เอสเตท กำลังพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับระบบสาธารณูปโภค และพื้นที่ขาย อย่างละครึ่ง รองรับธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย
สำหรับปี 2567 wfhตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง อยู่ที่ 40% ของพื้นที่ขายรวม โดยใช้ทำเลยุทธศาสตร์ที่เป็นจุดศูนย์กลางระหว่างแหล่งวัตถุดิบและเส้นทางการขนส่ง ความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคทั้งกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีสูงถึง 400 MW และแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Semi-Conductor, กลุ่ม Data Center และกลุ่มธุรกิจทางด้านอาหาร