Advertisement

SHARE

สมรภูมิสมาร์ทโฟนช่วงปลายปีที่แล้วดุเดือด โดยเฉพาะการเปิดตัว iPhone 12 ของแอปเปิล (Apple) ที่กลายเป็นพระเอกพาแอปเปิลครองแชมป์สมาร์ทโฟนอันดับ 1 แซงหน้าคู่แข่งตลอดกาลเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
อย่างไรก็ตาม ความแรงของ iPhone 12 ในช่วงไม่กี่เดือนสุดท้าย ยังไม่มากพอเมื่อคำนวณยอดขายสมาร์ทโฟนตลอดทั้งปี 2563 ที่ซัมซุง (Samsung) ยังคงครองความนิยมอันดับ 1 ของโลก ส่วนหัวเว่ยที่เคยเป็นดาวรุ่งแห่งวงการสมาร์ทโฟน ก็อยู่ในภาวะตกต่ำอย่างหนัก ผลจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
เกิดอะไรขึ้นกับตลาดสมาร์ทโฟนเมื่อปีที่แล้วบ้าง วันนี้ workpointTODAY จะสรุปมาให้อ่านกัน
1.) ‘การ์ทเนอร์’ (Gartner) บริษัทวิจัยชั้นนำของโลก เปิดเผยสถิติยอดขายสมาร์ทโฟนประจำไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วเมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) โดยจัดอันดับ 5 สมาร์ทโฟนยอดจำหน่ายมากที่สุด ดังต่อไปนี้
1️⃣ แอปเปิล (Apple) ขายได้ 79.9 ล้านเครื่อง
2️⃣ ซัมซุง (Samsung) ขายได้ 62.1 ล้านเครื่อง
3️⃣ เสี่ยวหมี่ (Xiaomi) ขายได้ 43.4 ล้านเครื่อง
4️⃣ ออปโป้ (Oppo) ขายได้ 34.3 ล้านเครื่อง
5️⃣ หัวเว่ย (Huawei) ขายได้ 34.3 ล้านเครื่อง
2.) จากสถิติของการ์ทเนอร์ ทำให้เห็นได้ว่า ‘แอปเปิล’ กลับมาครองเป็นเจ้าตลาดสมาร์ทโฟนได้อีกครั้ง ด้วยยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนถึงเกือบ 80 ล้านเครื่อง ทิ้งห่างคู่แข่งตลอดกาลอย่าง ‘ซัมซุง’ ถึงเกือบ 18 ล้านเครื่อง โดยนี่ยังถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่แอปเปิลกลับมาเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนในไตรมาสที่ 4 หลังจากในช่วงที่ผ่านมาแอปเปิลอยู่ในสถานะเป็นรองในไตรมาสนี้มาตลอด
3.) ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แอปเปิลกลับมายืนหนึ่งในไตรมาสที่แล้ว เป็นเพราะการเปิดตัว iPhone 12 ที่มาพร้อมกับการรองรับเครือข่าย 5G ทำให้กลายเป็นสมาร์ทโฟนยอดฮิตของคนทั้งโลก และทำให้ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนของแอปเปิลเพิ่มขึ้นเกือบ 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
4.) ขณะที่สมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่น มีอัตราการเติบโตของยอดขายที่แตกต่างกันไป ซึ่งจากสถิติจะเห็นได้ชัดว่า ‘เสี่ยวหมี่’ แบรนด์สมาร์ทโฟนสัญชาติจีน กำลังมาแรง ด้วยยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเกือบ 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เช่นเดียวกับ ‘ออปโป้’ ที่ขายสมาร์ทโฟนได้มากขึ้นเกือบ 13%
5.) ส่วนสมาร์ทโฟนที่มียอดจำหน่ายลดลง ได้แก่ ‘ซัมซุง’ และ ‘หัวเว่ย’ โดยเฉพาะหัวเว่ย ที่มียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนร่วงลงไปถึงกว่า 41% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทำให้หัวเว่ยไม่สามารถใช้บริการของกูเกิลได้
6.) รายได้จากสมาร์ทโฟนที่หายไป ทำให้ก่อนหน้านี้หัวเว่ยออกมายอมรับว่า อยู่ระหว่างปรับแผนธุรกิจ โดยกำลังพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับฟาร์มหมู เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัท แทนที่รายได้จากการขายสมาร์ทโฟน โดยจะเน้นไปที่การตรวจจับโรคระบาด ติดตามการเคลื่อนไหว รวมทั้งระบบจดจำใบหน้าหมู ไปจนถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยเจ้าของฟาร์มหมูเก็บข้อมูลเกี่ยวกับน้ำหนักและการออกกำลังกายของหมู
7.) นอกจากเทคโนโลยีในฟาร์มหมูแล้ว บริษัทหัวเว่ยยังให้ความสนใจกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเหมืองถ่านหิน เพื่อสร้างรายได้ให้บริษัทด้วย โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานบริษัทหัวเว่ยเปิดเผยว่า บริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่ใช้แรงงานน้อยลง แต่จะยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้สูงขึ้น
8.) การ์ทเนอร์ยังเปิดเผยยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนตลอดทั้งปี 2563 ที่เจ้าตลาดยังคงเป็นของซัมซุง ตามมาด้วยแอปเปิลและหัวเว่ย ซึ่งทั้ง 3 อันดับนี้ มีเพียงแอปเปิลยี่ห้อเดียวที่มียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบจากอัตราการเติบโตของยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟน 5 อันดับแรก จะพบว่าเสี่ยวหมี่ คือแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มาแรงที่สุดในปีที่แล้ว โดยขายสมาร์ทโฟนได้มากขึ้น 15.7% เมื่อเทียบกับปี 2562

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...