‘คุณหญิงสุดารัตน์’ สายตรงจากสหรัฐอเมริกา แจงเปิดเผยเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ 1 ล้านโดสที่สหรัฐฯ จะบริจาค ไม่มีเจตนาตำหนิใคร แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งหาทางแก้ไข เพื่อจะได้วัคซีนเข้ามาฉีดให้คนไทยได้เร็วที่สุด
วันที่ 23 ก.ย. 2564 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์กับ workpointTODAY ถึงการพบกับ พันโทหญิง ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ ส.ว.อเมริกัน เชื้อสายไทย ในประเด็นวัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐฯ จะบริจาคให้ 1 ล้านโดส ว่า บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ส.ว.แทมมี่ มีความปรารถนาดีต่อคนไทยต่อประเทศไทย ต้องถือว่า ส.ว.แทมมี่ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้มีการบริจาควัคซีนไฟเซอร์ 2.5 ล้านโดสให้กับเมืองไทย ซึ่งไทยก็รับมาแล้ว 1.5 ล้านโดส เหลืออีก 1 ล้านโดส
คุณหญิงสุดารัตน์ เล่าถึงที่มาในการพบกับ ส.ว.แทมมี่ว่า ได้ประสานงานกันเมื่อกว่า 2 เดือนที่แล้วว่า จะมีการพบกันเพื่อหารือวัคซีน ที่ตนหวังให้ท้องถิ่นได้จัดซื้อวัคซีน เพราะท้องถิ่นมีเงินสะสมอยู่หลายแสนล้านบาท ซึ่งทางพบกันตนได้มีโอกาสขอบคุณ ส.ว.แทมมี่ และได้หารือว่า มีช่องทางอะไรที่ไทยจะได้วัคซีน mRNA เลยทำให้ได้ทราบเรื่อง โดย ส.ว. แทมมี่แสดงความปรารถนาว่า อยากให้วัคซีนกับประเทศไทยเพิ่ม ด้วยการประสานกับ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
แต่ปัญหาก็คือ อีก 1 ล้านโดสที่ให้เมืองไทยในล็อตแรกยังนำส่งไม่ได้ รอเอกสารจากทางเมืองไทยอยู่ ตนฟังแล้วก็รู้ตกใจอยู่เหมือนกันว่า ทำไมทางรัฐบาลไม่ได้เร่งประสาน
เป็นข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่า 2.5 ล้านโดส สหรัฐฯ บริจาคให้ ถึงเมืองไทยแล้ว 1.5 ล้านโดส เหลืออีก 1 ล้านโดส ก็จำเป็นที่รัฐบาลไทยต้องเร่งดำเนินการในทุกวิถีทาง ที่จะให้ได้ 1 ล้านโดส ตามล็อตเดิมมา แล้วจะได้เริ่มมีการพูดคุย ถึงล็อตใหม่ในการบริจาค แลกเปลี่ยน หรือซื้อ
ซึ่งส.ว. แทมมี่ ยังได้แนะนำให้ไทยเข้าโคแวกซ์เพราะจะทำให้ได้วัคซีนจำนวนมาก เช่น ที่สหรัฐฯให้อินโดนีเซีย 12 ล้านโดส จัดส่งไปแล้ว 8 ล้าน ซึ่งตนก็ได้แจ้งไปว่า เมื่อ 1-2 เดือนที่แล้วรัฐบาลบอกว่าจะเข้าโคแวกซ์ ทางส.ว. แทมมี่ ก็บอกว่าดีแล้ว เพราะจะทำให้ได้ส่งวัคซีนมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องที่ตนได้ขอให้ท้องถิ่นสามารถซื้อวัคซีนได้ ทางส.ว. แทมมี่ก็รับไปปรึกษาหารือ และหวังว่า รัฐบาลไทยจะเปิดกรอบให้หน่วยงานท้องถิ่นซื้อวัคซีนได้ด้วย
“ส.ว.แทมมี่ เสียงของท่านเต็มไปด้วยความห่วงใยประเทศไทย ในเรื่องของการที่จะพยายามหาวัคซีน mRNA ให้กับประเทศไทยอย่างเต็มที่ ดังนั้นแทนที่รัฐบาล จะมาบอกว่าไม่จริงอย่างนู้นอย่างนี้ ซึ่งพี่เสิร์จดูข่าวก็เป็นข่าวของทางสถานทูตสหรัฐฯ เรื่อง 2.5 ล้านโดส ก็เป็นเรื่องที่รับรู้โดยทั่วไป แล้วอีก 1 ล้านโดส มันผิดพลาดตรงไหน แทนที่จะออกมาตอบโต้กับท่าน ส.ว. อยากจะขอร้องรัฐบาล ในเมื่อข้อเท็จจริงมันเป็นแบบนี้ก็ไปตรวจดูว่าข้อผิดพลาดอยู่ตรงไหน แล้วก็เร่งดำเนินการ
เพื่อที่จะได้นำวัคซีนอีก 1 ล้านโดส ที่เขาบริจาค เขาตั้งใจและเขาพร้อม ที่จะส่งมอบให้กับคนไทยแล้ว ได้เอามาให้คนไทยได้เร็วที่สุด แทนที่จะตอบโต้พี่ หรือแม้แต่จะตอบโต้ท่าน ส.ว.แทมมี่ ซึ่งมันกลายเป็นการตอบโต้มิตรเรา เขาเป็นคนที่ขวนขวายหาวัคซีนให้กับเรา แต่เรากลับไปตอบโต้เขาแบบนี้ ก็คงจะไม่เหมาะสม ดังนั้นสิ่งที่ควรจะดำเนินการก็คือ ไปดูสิว่าปัญหา อยู่ตรงไหน แล้วก็เร่งดำเนินการให้ได้รับวัคซีนที่บริจาคให้ได้เร็วที่สุด”
คุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาใดๆ ที่จะมาตำหนิใคร แต่เป็นข้อเท็จจริง ถ้าไม่พูดข้อเท็จจริงก็แก้ปัญหาไม่ได้ และอยากให้รัฐบาล เร่งดำเนินการให้คนไทยสามารถอยู่กับโควิดได้ เพราะเราต้องยอมรับความจริงว่า โควิดต้องอยู่กับเราอีกระยะเวลาหนึ่งจนกว่าทั้งโลกจะหาวัคซีน หรือยาที่มีประสิทธิภาพกว่านี้ได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือดูแบบประเทศต่างๆ คือทำให้ประชาชนอยู่กับโควิดปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ มองความแตกแยกทางฝ่ายรัฐบาลว่า เห็นร่องรอย แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะจัดการอย่างไร ซึ่งอย่าให้ปัญหาภายในมาทำให้การทำงานเพื่อประชาชนด้อยประสิทธิภาพไปมากกว่านี้ แทนที่จะแข่งกันเองในพรรค มาแข่งกันทำงานเพื่อประชาชนดีกว่าแข่งกันเอาจำนวน ส.ส. ไปโชว์ว่าใครมีพลังมากกกว่า ทั้งนี้วิเคราะห์จากประสบการณ์ ไม่คิดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็ว และว่า “ทางออก” ทุกอย่าง ต้องเริ่มแก้จากการเมืองก่อน เรียกร้องให้เกิดการทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญที่มาจากการร่างโดยประชาชนผ่าน ส.ส.ร.