“สุเทพ” เห็นสัจธรรมไม่มีใครได้อะไรสมบูรณ์แบบ 100% คาดหวังประเทศไทยปฏิรูปแต่เป็นไปในทิศทางน่าพอใจแค่บางอย่าง ส่วนรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ต้องอดทนกับคนบางกลุ่มแต่ก็จำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป
วันที่ 7 ก.ค. ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด 70 ปี พร้อมครอบครัว โดยกราบสักการะรูปเหมือนหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาส ร่วมสวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนา และตักบาตรพระสงฆ์ 70 รูป
ขณะเดียวกันมีนักการเมืองและอดีตกลุ่ม กปปส.มาร่วมด้วย เช่น พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จากพรรคพลังประชารัฐ ว่าที่รัฐมนตรีดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายถาวร เสนเนียม จากพรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่ รมช.คมนาคม รวมทั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อีกหลายคนมาร่วมทำบุญด้วย
นายสุเทพ กล่าวว่า มาทำบุญทุกปีที่นี่เพราะเป็นลูกศิษย์ บางวันก็มาตักบาตร ฟังเทศน์ฟังธรรม ปีนี้ตน 70 ปีบริบูรณ์ เวลาที่เหลือตั้งใจทำงานให้กับประเทศชาติประชาชน ยืนยันว่า จะทำพรรครวมพลังประชาชาติไทยให้เป็นพรรคของประชาชน รับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยความมุ่งมั่น ตนตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังนึกว่าไม่รู้ชีวิตเหลือเวลาสักเท่าไร เวลาที่เหลือตั้งใจทำความดีทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
เมื่อถามถึงเรื่องมองการเมืองไทยตอนนี้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีใครได้อะไรสมบูรณ์แบบ 100% ตนคาดหวังเห็นการปฏิรูปประเทศไทยในด้านต่างๆ ปฏิรูปการเมืองด้วย แต่บางอย่างก็เป็นไปในทิศทางที่น่าพึงพอใจ บางอย่างก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชน พวกเราที่มีสำนึกรับผิดชอบจะช่วยทำต่อไป
ส่วนรัฐบาลมาจากพรรคการเมือง นักการเมืองที่มีความหลากหลาย อาจจะมีความเหมือนบางเรื่อง อาจจะมีความต่างหลายเรื่องต้องปรับตัวเข้าหากัน แล้วก็ต้องเรียนรู้ทำงานด้วยกันให้ได้ สำหรับตนถือหลักขอให้ประเทศอยู่รอดปลอดภัย ขอให้ประชาชนมีความสุข แม้จะต้องอดทนกับคนบางกลุ่มบางประเภทบางท่านก็จำเป็น แต่ต้องเดินหน้าต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีนี้หมายถึงพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า ตนคงไม่ไปหาศัตรูในวันเกิดไปวิพากษ์วิจารณ์ใครให้เสียหาย พูดในหลักการทั่วไป
ทั้งนี้ นายสุเทพ ไม่ตอบว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด โดยหัวเราะแล้วตอบว่า ต้องดูว่าได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ในตำแหน่งใดก็ทำตำแหน่งนั้น พากตนตั้งแต่ตั้งพรรค เป้าหมายใหญ่ คือ ประเทศอยู่รอดปลอดภัย ประชาชนมีความสุข และเราก็เห็นว่าคนที่เหมาะสมในสถานการณ์นี้คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเราก็ชูธงนี้มาตลอดตั้งแต่หาเสียง ไม่เคยพูดว่าเราจะได้ตำแหน่งใด เราจึงไม่มีข้อต่อรอง
สำหรับกรณีฝ่ายค้านยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรน่าตกใจเพราะทุกคนก็ทำหน้าที่ของตนเอง ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ ฝ่ายรัฐบาลก็มีหน้าที่ทำงาน