{{-- --}}
Advertisement

SHARE

‘สุทิน’อัดนายกฯ กู้เงินจนกลายเป็นนักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ชี้วลี “ร้อยนายกฯ ก็แก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้” เท่ากับคำรับสารภาพ หมดปัญญาแก้ปัญหาสังคม เหน็บประชาธิปไตยแบบกล้วยๆ ดึงการเมืองให้ถอยหลัง

วันที่ 16 ก.พ. 2564 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อภิปรายว่า ความล้มเหลวทางด้านเศรษฐกิจวันนี้ยอมรับกันทั่วหน้า โตต่ำที่สุดในอาเซียน หนี้สาธารณะสูงขึ้นเกือบ 9 ล้านล้านบาทแล้ว จีดีพีวันนี้ติดลบ 6-7% เป็นยุคที่ลำบากที่สุดกันในทุกระดับ วันนี้นายกฯ จึงถูกตั้งฉายาว่าเป็นนักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งถ้าหากปี 2564 ท่านยังจะกู้เงินอีก ท่านนายกฯ ก็จะกลายเป็นนักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกทันที

“วันนี้ยาเสพติดขายกันอย่างกับผัก ขายกันเกลื่อน หาซื้อก็ง่าย ถ้าเปรียบเป็นปลา วันนี้ปลามันเยอะมาก ขนาดคนตาบอดไปทอดแหปลามันยังติดขึ้นมาเลย บ่อนเต็มเมือง ยาเสพติดเต็มบ้าน ท่านสารภาพมาได้อย่างไรว่า ร้อยนายกฯ ก็แก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้ ท่านส่งสัญญาณแบบนี้ก็คือการรับสารภาพว่า หมดปัญญาแก้ปัญหาสังคม แบบนี้ก็ตัวใครตัวมันประเทศนี้”นายสุทินกล่าว

นายสุทิน กล่าวอีกว่า วัคซีนโควิดวันนี้เราช้ากว่าประเทศอื่นเขา นายกฯ เอาซักอย่าง จะผลิตเอง ซื้อเขา หรือรับบริจาค ไม่ใช่มาบอกว่าซื้อก็ผิดกฎหมาย ผลิตเองก็จะช้า หรือจะรับบริจาคก็ทำไม่ได้อีก ทั้งหมดมันมาจากพระเจ้าแกล้งประเทศไทย หรือผีห่าซาตานมาแกล้งคนไทยหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ใช่ แต่มันมาจากสาเหตุ อาทิ วิธีคิดของนายกฯ มีปัญหา นายกฯ ไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ซึ่งเมื่อผู้นำมีปมด้อย ก็จะทำให้ประเทศมีปมด้อยไปด้วย ทั้งนี้ อุปสรรคใหญ่ที่สุดคือความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการหาเงินไม่เป็นแล้วมารีดภาษีจากประชาชน นอกจากหาเงินไม่พอแล้วยังมีการโกง มีการทุจริตซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นเหตุให้ล้มเหลวในการบริหารประเทศ ทั่วประเทศมีการทำโครงการเอื้อประโยชน์พวกพ้อง เจตนาจัดซื้อจัดจ้างหลบเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งลักษณะแบบนี้มีอยู่ทุกจังหวัด หรือเรียกว่าโกงทั้งแผ่นดิน รวมถึงมีการโกงแบบทุจริตเชิงนโยบายในหลายโครงการ แต่เหตุใดนายกฯ จึงไม่จริงใจส่งสัญญาณในการปราบทุจริตให้ชัดเจน

“การส่งสัญญาณว่าจะเอาจริงกับการปราบปรามการทุจริตนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหัวนิ่ง หางก็นอน ซึ่งในสภาฯ นี้มีคนเอาเปรียบเพื่อนอยู่ 7 คน โดยคนเหล่านี้ไม่ได้ชี้แจงทรัพย์สินต่อป.ป.ช.หลังเป็นรัฐบาลชุดนี้ ถ้าบอกว่าพ.ร.บ.ปราบปรามคอรัปชั่นเขียนไว้ว่า หากออกจากตำแหน่งเก่าเพื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ไม่เกิน 1 เดือนไม่ต้องชี้แจงบัญชีหนี้สินและทรัพย์สิน  แต่เขาก็เขียนไว้ด้วยว่า ถ้าหากจะชี้แจงไว้เป็นหลักฐานก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม ซึ่งถ้าทั้ง 7 ท่านบริสุทธิ์จริงก็แสดงบัญชีทรัพย์สินเหมือนกับเพื่อนได้ แล้วคนทั้งเมืองจะปรบมือให้ท่าน แต่ท่านเลือกที่จะไม่ชี้แจง นี่คือท่านไม่จริงใจ”นายสุทินกล่าว

นายสุทิน กล่าวด้วยว่า สำหรับค่าโง่โฮปเวลล์ มีการยกเลิกสัญญาแบบประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้อง กระทั่งศาลปกครองสูงสุดสั่งให้รัฐบาลต้องชดใช้ 25,000 ล้านบาท ซึ่งแนวทางคือ 1.รัฐบาลต้องชดใช้เอง และ2.รัฐบาลต้องไปฟ้องร้องรัฐมนตรีในขณะนั้นที่ยกเลิกสัญญา ถ้านายกฯ ไม่ทำอะไร พวกตนจะดำเนินการตามมาตรา 157 กับนายกฯ ซึ่งตนเชื่อว่านายกฯ คงไม่กล้า เพราะอดีตรัฐมนตรีท่านนี้มีบุญคุณให้ท่านได้เป็นนายกฯ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใช้เทคนิคเซียนเหยียบเมฆด้วยการบอกว่าคดียังไม่สิ้นสุด โดยใช้กระบวนการศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเอาผิดกับผู้ที่ละเมิด แต่ตนเชื่อว่าสู้ให้ตายก็ไม่ชนะ เพราะไม่มีอะไรมากลับคำพิพากษาของศาลปกครองได้ แต่สุดท้ายรัฐบาลก็จะสู้ไม่หยุดจนหมดอายุความ นอกจากนี้ ท่านยังดึงการเมืองให้ถอยหลัง ประชาธิปไตยแบบกล้วยๆ ของท่าน สักวันกล้วยจะกลับไปอุดปากท่านเอง พรรคการเมืองมีแต่จะอ่อนแอ การเมืองแบบนี้มีแต่จะสร้างแต่ปัญหาให้กับลูกหลาน

“วันนี้ปรับบุคลากรคงไม่พอแล้ว นายกฯ ต้องลาออก อย่าคิดว่าจะไม่มีใครในประเทศนี้ขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ได้ สุดท้ายเรื่องการพาดพิงสถาบัน ขอให้ท่านทำใจเป็นธรรม ไม่มีใครกล้านำเรื่องนี้มาล้อเล่น สมัยก่อนไม่มีเรื่องนี้เพราะไม่มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน และถ้าเกิดขึ้นตนก็มีสิทธิ์ห่วงและจะพูดในสิ่งที่ตนจะปกป้อง การตั้งใจมาพูดก็เพื่อเตือนนายกฯ จึงไม่ใช่ความผิด เรื่องที่เกิดขึ้นในม็อบนายกฯ ก็ควรเสียสละ ตัดไฟแต่ต้นลม ให้จอดที่นายกฯ ก็จบ อย่าให้มันเลยป้าย เมื่อเลยป้ายตนก็ได้แต่เตือน เพราะหากเป็นนายกฯ ประเทศอื่นคงลาออกไปนานแล้ว” นายสุทิน กล่าว

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...