Advertisement

SHARE

“ผมอาจจะไม่ได้เป็นนักดนตรี ผมอาจจะไม่ได้เป็นนักร้องจบเอกดนตรีมาก แต่ผมเชื่อว่าผมชอบมันมากๆ เพราะฉะนั้นทุกอย่างรอบตัวคือสิ่งที่ผมเรียนรู้ได้หมด”

แต๊บ-ธนพล มหธร หรือแต๊บ Freshment นักร้องหนุ่มเสียงนุ่มที่ตามล่าหาความฝันตั้งแต่อายุ 18 ปี หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเขาจากเวทีประกวดร้องเพลง True Academy Fantasia 5 และ The Voice 5 ด้วยความหลงใหลในดนตรีและชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัว เขาค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ในวงการเพลงมามากกว่า 10 ปี จนได้ก้าวจากเบื้องหน้าสู่การทำงานเบื้องหลัง และตอนนี้เขาก็เป็นหนึ่งใน Music Director รุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง

“ถ้าย้อนกลับไปตอนนั้นก็ประมาณ 10 กว่าปีแล้วครับ ที่เรามีความพยายามไปตามล่าหาความฝันอยากเป็นนักร้อง คือผมเองไม่ได้มีภาพว่าฉันจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่เราแค่ชอบเรื่องการร้องเพลง และผมก็คิดว่าในเมื่อเราชอบ ทำไมเราถึงจะไม่ลองทำมันล่ะ แล้วก็ความที่เราชอบฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก ชอบดนตรี ผมก็เลยเชื่อว่าการไปประกวดเวทีต่างๆ เราจะได้ความรู้อะไรบางอย่าง เราจะได้ประสบการณ์ แล้วผมก็ได้ไปเห็นว่าเขาทำกันอย่างนี้ ทีมดนตรีทำแบบนี้ โปรดิวเซอร์ทำแบบนี้ รายการเขาถ่ายอย่างนี้ เพราะผมเชื่อว่าไม่ว่าผมจะไปเรียนที่ไหน ผมก็จะไม่ได้ประสบการณ์แบบนี้”

การทำงานได้เงิน ไม่สำคัญเท่ากับการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ในทุกๆ วัน

“ผมก็ศึกษามาตลอด แล้วผมก็รู้สึกว่ามันไม่มีวันจบสิ้น ผมจะบอกกับทีม Freshment ของผมตลอดว่าการที่ผมได้มาอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่แค่การที่เรามานั่งทำเพลง แล้วก็อัดเพลง เงินที่ได้ไปมันไม่ใช่ทุกอย่าง สิ่งที่ได้คือการได้เรียนรู้ ตั้งแต่วันที่คุณออกจากบ้านขับรถมา คุณได้ความรู้สึกอะไรบ้าง ได้เจอการปฏิสัมพันธ์รอบข้างกับใครบ้าง ทุกวันที่เราออกมาทำงานเราจะได้เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ กลับไปเสมอ แล้วยิ่งผมมาเป็นเบื้องหลังผมก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีโจทย์ให้เราเรียนรู้เยอะขึ้นไปเรื่อยๆ ผมสนุกกับการได้เรียนรู้ ได้เจออะไรใหม่ๆ และเราก็สนุกกับทุกวัน”

จากการสั่งสมประสบการณ์และความชอบในสายฮิปฮอปเป็นทุนเดิม ทำให้แต๊บก้าวจากเบื้องหน้าไปเป็นทีมทำเพลงเบื้องหลังให้กับ The Rapper รายการที่ทำให้วงการแร็ปเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และด้วยความสามารถในการทำเพลงที่น่าสนใจ ปีนี้เขาก็ได้ก้าวเข้าสู่การเป็น Music Director ให้รายการ 4EVE Girl Group Star รายการเฟ้นหาวงเกิร์ลกรุ๊ป ซึ่งการมาทำตรงนี้ก็ถือว่าท้าทายเขามากเช่นกัน

“จริงๆ ถือเป็นครั้งแรกที่ทีม freshment ได้มาทำรายการที่เป็นเกิร์ลกรุ๊ป แบบจริงๆ จังๆ เพลงอย่างแนวเกิร์ลกรุ๊ป ถ้าย้อนกลับไปตอนที่ทำรายการเดอะแร็ปเปอร์มันจะคิดอีกแบบหนึ่ง พอรู้ว่าจะต้องมาทำรายการ 4EVE girl group star ตอนที่เราได้โจทย์ครั้งแรก เราก็แบบโอ้โห แบลงค์เหมือนกันนะครับ ตอนแรกที่เราได้ยินคอนเซปท์รายการ เราก็รู้แล้วว่าจะต้องมีการเต้นแน่นอน จะต้องมีความเข้มข้น มีความดุดัน แล้วเป็นกลุ่มเด็กผู้หญิง แล้วเราจะทำให้เขารู้สึกดุดันเข้มข้นขึ้นได้อย่างไรบ้าง การดีไซน์วิธีการร้องให้เหมาะกับศักยภาพของน้องๆ ทุกคน เพิ่มที่จะให้ได้โชว์ศักยภาพเต็มที่ คือจริงๆ เราก็ศึกษามาบ้าง แล้วก็ดูมาตลอดอยู่แล้ว แล้วก็เคยทำงานที่เป็นฟังก์ชันคล้ายๆ แบบนี้ ผมเองก็ต้องไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มพอสมควร นอกจากดูเพลง ดูเอ็มวี ดูรายการของต่างประเทศ แล้วผมก็ไปนั่งไล่ดูสัมภาษณ์ที่เขาพูดถึงวงการเพลงต่างๆ พยายามไปดูว่าแนวคิดคืออะไร เขาเล่าเรื่องอย่างไร หรือวิธีการทำเพลงที่เราจะสามารถคิดเป็นไอเดียแล้วนำมาประยุกต์ใช้กับของเราได้ หรืออะไรที่เป็นปัจจัยเสริมนอกจากเพลงที่มันเป็นส่วนสำคัญ ผมก็พยายามค่อยๆ หาจิ๊กซอว์แต่ละอย่าง และนำมาผสมผสาน ผมก็ต้องทำการบ้านพอสมควร ผมก็คิดเราจะทำอย่างไรดีนะ เรามีเด็ก 20 คนแรกที่เป็นเด็กฝึก เราจะทำยังไงให้น่าสนใจ เราจะทำยังไงให้เด็กๆ ทุกคนได้ทำออกมาแล้วคนจะรักเขา และออกมาดีในทุกอย่าง มันก็มีความยาก มีความท้าทาย ทั้งตัวทีมทำเพลงเอง ทีมรายการ ทีมทำภาพ ครีเอทีฟ หรือแม้กระทั่ง น้องๆ เองเขาเต็มที่มากๆ ครับ”

เปลี่ยนเพลงฮิต ให้เป็นเพลงที่จะดึงศักยภาพของน้องๆ 4EVE

สิ่งที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งคือเราจะทำอย่างไรให้มันมากลมในแบบของประเทศเรา ให้มันกลายมาเป็นของไทยได้ เพราะว่า คอรัสเพิ่ม เหมือนแตกเพลงฮิตออกมาเป็นเพลงเกิร์ลกรุ๊ป ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นโจทย์ที่ยากแต่ว่า เนื่องจากว่าตอนเราทำเดอะแร็ปเปอร์มา 3 ซีซั่นเราพอจะเห็นโครงสร้างแล้วก็เห็นทิศทางในการทำว่า เพลงนี้ความเร็วประมาณนี้ ปรับคีย์ให้เป็นผู้หญิงทำแบบนี้เราก็พอเห็นทิศทางแล้วก็นำมาประยุกต์แนวคิด หรือประยุกต์วิธีการที่ต่างประเทศเขาทำให้เข้ากับประเทศของเราเอง และลงตัวกับโชว์ของรายการ ผมก็คิดว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งสเต็ปของวงการเพลง เพราะเราก็พยายามใส่อะไรใหม่ๆ เข้าไปในโชว์ และทีมงานทุกคนก็เต็มที่และก็พยายามทำให้ทุกอย่างมันสอดคล้องกัน ทั้งเพลง ทั้งการเต้น ผมเชื่อว่าการตั้งใจอันนี้จะทำให้คนดูทางบ้านจับต้องได้สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของทีมงาน ของน้องๆ มันจะทำให้เกิดพลังงานใหม่ๆ เกิดบรรยากาศใหม่ๆ ให้คุณได้เห็นในจอทีวีครับ

เสน่ห์ของเพลงทุกยุคสมัย คือประวัติศาสตร์ที่กระทบมาถึงปัจจุบัน ผสมผสานให้เป็นโชว์ที่ลงตัว

ทุกยุคทุกสมัยมันมีความเจ๋งของเขาอยู่แล้ว ให้คนยุคนี้ไปทำแบบยุคนั้นมันก็ทำไมได้ เพราะว่าทุกคนเกิดมาในบรรยากาศที่ต่างกัน เราพูดเรื่องที่ต่างกัน เราฟังเรื่องที่ต่างกัน วิธีการที่เราใช้ในการสื่อสารมันเป็นคนละแบบ เพราะฉะนั้นวันที่คุณจะต้องเขียนเพลงหรือสื่อสาร หรืออัดดนตรีเพื่อที่จะให้คนฟังได้ยินแนวคิดมันต่างกันอยู่แล้ว แต่ว่าเสน่ห์ของยุคแต่ละยุค มันทำให้มันเกิดบรรยากาศ ที่ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ย้อนกลับไปฟังเพลงยุคนั้นเราก็จะรู้สึกได้ในขณะนั้น ว่ามันเป็นอย่างนี้ รักไม่ใช่ดวงดาว เขาเขียนออกมาด้วยความรู้สึกยังไง เพลงยุคนี้มันก็จะอีกแบบหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นจริงๆ มันเหมือนกับว่าทุกๆ อย่างผมมองว่ามันเป็นเหมือนประวัติศาสตร์นะ ที่มันกระทบกันมาตลอด อะไรที่มันเป็นบรรยากาศที่ดีของตรงนั้น เราก็เอาเคมีบางอย่างของตรงนั้นมาผสมได้ในโชว์นี้ หรือในความรู้สึกแบบนี้ ผมต้องบอกว่ามีหลายโชว์มากนะครับ ที่เราพยายามจะเอาอะไรแบบนี้มาผสม เราอาจจะมีความย้อนยุคมาผสมกับความใหม่ได้ เพราะฉะนั้นผมเองก็ต้องไปศึกษาดูหลายๆ ยุค หลายๆ สมัย หรือไปดูของต่างชาติ ที่เขาทำมายังไงเกิร์ลกรุ๊ป บอยแบนด์ คือผมรู้สึกว่าโลกที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่กระทบมาจากในอดีต มันไม่ใช่ว่า ณ วันที่ฉันทำสิ่งใหม่ แล้วสิ่งเก่ามันไม่ควรจะมองไปเลย มันคงไม่ใช่ซะทีเดียว จริงๆ ผมคิดว่าทุกอย่างมันผสมผสาน แล้วมันก็เรียนรู้กันไปได้

ถ้าอุตสาหกรรมเพลงไทยมีคุณภาพและแข็งแรง เราจะภูมิใจใน T-POP ของเราเอง

จริงๆ ผมอยากจะคุยเรื่อง T-pop นะ คือหลายคนยังเข้าใจผิด จริงๆ ต้องบอกว่า K-pop ไม่ใช่แนวเพลง จากที่ผมพยายามศึกษามาเท่าที่ผมจะทำได้ K-pop จริงๆ เหมือนเป็นฉาก ถ้าเราไปดูลึกๆ จริงๆ แล้ว เพลงไม่ว่าจะเป็น blackpink, twice, wonder girls, Girls’ Generation เขาไม่ใช่เพลงแนวเดียวกัน เขาเป็นเพลงป๊อบลูกกวาด  เป็นเพลงแนวแทร็ปฮิปฮอป เป็นเพลงแนวทรอปิคอล เป็นเพลงแนวบลูมเมอตัน มันมีหลายแบบมากใน K-pop มันเป็นฉากที่ทุกคนทำเพลงออกมาได้มีคุณภาพ มีคุณภาพใกล้เคียงกันแล้วมันแข็งแรงมาก จนเขาเรียนสิ่งเหล่านี้ว่า K-pop การที่วันหนึ่งจะมี T-pop ได้มันคือว่าคนไทย หรือศิลปินไทย ค่ายเพลง โปรดิวเซอร์ไทยทุกคน ทำเพลงออกมาได้คุณภาพที่แข็งแรง แล้วทุกคนไม่ว่าจะคนในประเทศหรืออะไรโอเคกับมันมากๆ เราคิดว่าอันนี้คือ T-pop มันก็ทำให้บรรยากาศโดยรวม ฉากโดยรวมของเราสามารถมี T-pop เป็นของตัวเองได้จริงๆ เพราฉะนั้นไม่ใช่ว่าเราทำเพลงใกล้เคียงกับเกาหลีแต่เป็นคนไทยร้องเลยเรียกว่า T-pop อะไรอย่างนี้ วึ่งมันใช้เวลา ผมคิดว่ามันใช้เวลา แล้วผมก็เชื่อว่าเกาหลีเขาก็ใช้เวลามากเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่ามันเกิดขึ้นได้ในประเทศเรา ตอนนี้คิดว่าทุกคนพยายามสู้ในห้ตัวเองมีคุณภาพที่ดีที่สุด ถามว่ามันจะเติบโดไปในอนาคตได้ไหม คือถ้าทุกคนยังสู้ไปกับเรื่องนี้ วันหนึ่งที่มันไปถึงจุดนั้นแล้ว เราจะภูมิใจกับคำว่า T-pop ของเราเอง ในวันที่มันถึงแล้ว

4EVE Girl Group Star คือจุดเริ่มต้นให้คนกล้าทำตามความฝัน

รายการนี้ผมต้องบอกว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นอย่างที่ผมบอกก็คือว่า ไม่ใช่แค่เพลงอย่างเดียว ทุกๆ ส่วน ผมเชื่อว่าหลังจากที่จบรายการนี้ไปแล้ว จะมีคนหลายๆ คน ที่ได้พัฒนาหรือเรียนรู้อะไรจากการทำรายการนี้อีกมากมาย คือผมไม่ได้มาบอกว่ารายการนี้มันจะเปลี่ยนแปลงวงการ มันคือความตั้งใจที่ดี มันคือจุดเริ่มต้นที่ดี และผมเชื่อว่าคนที่มาทำรายการนี้ร่วมกันทุกคนมีความตั้งใจที่อยากจะทำออกมาให้ดีที่สุด หวังว่าพอรายการนี้ออกไปจะมีแรงกระเพื่อมไปเป็นแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างกับทีมงานหรือเด็กคนอื่นๆ ที่อาจจะยังไม่ได้มาสัมผัสประสบการณ์กับรายการแบบนี้ ผมก็หวังว่ามันจะไปจุดไฟในตัวคนบางคนได้ หรือว่าทำให้เขารู้สึกว่า มันมีลุ้นมันมีหวังแล้ว มันมีความรู้สึกที่โอเคฉันจะพยายามศึกษา ฉันพยายามจะสู้เพื่อที่จะทำให้วันหนึ่งฉันจะทำได้ หรือทำได้ดีกว่า ถ้ามันเกิดความรู้สึกนั้นได้ มันก็จะไปต่อได้ครับ

ติดตามชมรายการ 4EVE Girl Group Star ได้ทุกวันจันทร์ เวลา 20.05 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...