กองทัพเรือเคลื่อนร่าง 6 กำลังพลเรือหลวงสุโขทัยกลับสัตหีบอย่างสมเกียรติ ขณะที่นายกฯ เตรียมเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและร่วมพิธีสวดอภิธรรม ที่กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เวลา 17.30 น. วันนี้ (22 ธ.ค. 2565)
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการเดินทางไป อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานงานกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ณ สโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ และร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพข้าราชการเรือหลวงสุโขทัย จำนวน 6 นาย ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ ตามกำหนดการดังนี้
เวลาประมาณ 15.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะออกเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ จากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) กรุงเทพฯ ไปยังสนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางไปโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่ได้รับบาดเจ็บ
เวลาประมาณ 17.10 น. นายกรัฐมนตรีจะไปตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานงานกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ณ สโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ
จากนั้น เวลา 17.30 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพข้าราชการเรือหลวงสุโขทัย จำนวน 6 นาย ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ และร่วมพิธีสวดอภิธรรม ในเวลา 18.00 น. โดยนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับถึงกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) กรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 19.35 น.
นำร่างกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย 6 นายไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่กองทัพเรือสัตหีบ
พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือจะเคลื่อนร่างของกำลังพลทั้ง 6 นาย เดินทางกลับอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ จากกองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีกำหนดเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาในเวลา 14.30 น. ซึ่ง พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเป็นประธานในพิธีรับกำลังพลที่เสียชีวิต โดยพิธีจะเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับอย่างสมเกียรติ และในเวลา 17.00 น. จะมีการประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพผู้เสียชีวิตทั้ง 6 นาย คือ
- ร.ท. สามารถ แก้วผลึก
- พ.จ.อ. สมเกียรติ หมายชอบ
- พ.จ.อ. อัชชา แก้วสุพรรณ์
- พ.จ.อ. อำนาจ พิมที
- จ.อ. จักร์พงค์ พูนผล
- พลทหาร อัครเดช โพธิ์บัติ
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 นาย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยตั้งบำเพ็ญกุศลที่กิจการฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบ
สิทธิกำลังพลผู้เสียชีวิต
กรณีนี้กองทัพเรือถือว่ากําลังพลเป็นผู้ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จะพิจารณาบำเหน็จด้านสิทธิกำลังพลสูงสุดให้แก่กำลังพลโดยจะพิจารณาเลื่อนชั้นเงินเดือน 3-5 ชั้น กับขอพระราชทานเลื่อนยศ 2-4 ชั้นยศ รวมทั้งเงินช่วยเหลืออื่นๆ ตามสิทธิที่สมควรจะได้รับ ดังนี้
ชั้นยศนาวาตรี จะขอพระราชทานเลื่อนยศเป็นพลเรือโท กับได้รับสิทธิกำลังพล ประกอบด้วย เงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละกองทัพเรือ 160,000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 1.2 ล้านบาท
ชั้นยศเรือเอก จะขอพระราชทานเลื่อนยศเป็นพลเรือตรี กับได้รับสิทธิกำลังพล ประกอบด้วย เงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละกองทัพเรือ 160,000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 2 ล้านบาท
ผู้ที่มีอายุราชการและฐานเงินเดือนสูง ชั้นยศพันจ่าเอก จะขอพระราชทานเลื่อนยศเป็นนาวาตรี กับได้รับสิทธิกำลังพล ประกอบด้วย เงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละกองทัพเรือ 135,000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 1 ล้านบาท
ชั้นยศจ่าตรี-จ่าเอก จะขอเลื่อนยศและขอพระราชทานเลื่อนยศเป็นพันจ่าโท-เรือตรี กับได้รับสิทธิกำลังพล ประกอบด้วย เงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละกองทัพเรือ 135,000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 900,000 บาท ทหารกองประจำการจะขอเลื่อนยศเป็นพันจ่าตรี กับได้รับสิทธิกำลังพล ประกอบด้วย เงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละกองทัพเรือ 100,000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 600,000 บาท