Advertisement

SHARE

สำหรับคนที่ต้องใช้รถใช้ถนนอยู่บ่อยๆ ที่นั่งรอรถโดยสารหรือศาลาพักริมทาง น่าจะเป็นหนึ่งในอาคารสาธารณะที่เราจำเป็นต้องไปใช้งานอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเพื่อนั่งพักหลบแดดหลบฝน หรือนั่งรอรถโดยสารประจำทางที่จะแล่นผ่านถนนมาเมื่อไหร่ก็ได้ในนาทีใดนาทีหนึ่ง
ศาลาพักริมทางของไทยจึงมีลักษณะโปร่ง โล่ง เพื่อให้ผู้ใช้ได้เหลือบมองดูรถประจำทางเป็นระยะๆ ได้อย่างสะดวก หรือแม้แต่ใช้พักร้อนระหว่างออกเดินทาง และยังปลอดภัยจากการถูกมิจฉาชีพซ่องสุม จนกระทั่งเมื่อราวๆ กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีศาลาพักริมทางจากอำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ที่หน้าตาห่างไกลจากความเป็นศาลาพักร้อนแบบดั้งเดิมอยู่มากโขตรงที่มีเพียงหลังคาและที่นั่งเพียงหนึ่งแถว จึงเป็นศาลาหน้าตา ‘โมเดิร์น’ สวยงามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้งานจริงไม่ได้เพราะบังแดดหรือใช้หลบลมฝนแทบไม่ได้เลย 

คำถามจึงมีอยู่ว่า แล้วเราสามารถออกแบบศาลาพักริมทางที่หน้าตาโมเดิร์นสวยงาม ไปพร้อมๆ กับที่ใช้สอยงานจริงได้หรือไม่
แน่นอนว่าได้! หากเรามองดูที่พักริมทางหรือที่พักรอรถเมล์จากหลายๆ ประเทศทั่วโลก ก็จะพบว่าหลายประเทศนั้นมีการออกแบบที่นั่งพักรอรถเมล์ที่ใช้สอยประโยชน์ได้อย่างหลากหลายและเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย บทความ Accessible bus stop design guidance ที่ว่าด้วยการออกแบบที่นั่งรอรถสาธารณะของลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระบุไว้ว่า สิ่งสำคัญของที่นั่งรอรถเมล์ควรจะมีนั้นโดยทั่วไปแล้วประกอบด้วย

  1. ความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร
  2. ผนัง หลังคารวมถึงที่นั่งสำหรับรอรถ
  3. แสงสว่างทั้งภายในและภายนอกอาคาร
  4. เป็นพื้นที่เปิดโล่ง

เพื่อให้ผู้คนสามารถมองเห็นรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาได้อย่างสะดวก และเพื่อให้ผู้คน – ตลอดจนผู้ที่ใช้รถเข็นหรืออุปกรณ์อื่นๆ – สามารถเข้าใช้บริการภายในตัวอาคารได้ด้วย 

ตำแหน่งที่ตั้งของศาลาพักรอรถประจำทางก็เป็นสิ่งที่ต้องควรคำนึงถึงเช่นกัน โดยทั่วไปแล้ว ป้ายรถเมล์ในประเทศไทยนั้นมีระยะห่างอยู่ที่ความหนาแน่น่ของประชากรและประโยชน์การใช้ที่ดิน ดังนั้น ระยะห่างของป้ายรถเมล์จึงอยู่ที่ประมาณ 220-400 เมตร ขณะที่ตามท้องถิ่น ชานเมืองหรือต่างจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คนบางตาและไม่หนาแน่นเท่าในเมือง ศาลาพักรอรถรวมถึงป้ายรถเมล์อาจห่างกันราว 0.7-1.3 กิโลเมตร
ดังนั้น ป้ายรถเมล์จึงจำต้องตั้งอยู่ในจุดสะดวกสำหรับผู้โดยสารมากที่สุด พร้อมกันนั้นก็ใกล้สถานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาลหรือโรงเรียน เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งานและการที่ตัวศาลาพักได้ทำหน้าที่เป็น ‘ที่พัก’ ที่มากกว่าการรอรถประจำทาง หรือใกล้ทางม้าลายและอยู่ห่างไกลจากสิ่งก่อสร้างที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุจากการใช้รถถนนได้ เช่น อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า หรือป้ายโฆษณาตามข้างทาง เป็นต้น โดยจุดประสงค์สำคัญคือมันต้องเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำให้ชีวิตประจำวันของเราง่ายดายขึ้น

เว็บไซต์ yeroogroup ระบุว่า นอกเหนือไปจากการทำหน้าที่เป็นอาคารสำหรับพัก รอรถ หรือแม้แต่หลบแดดหลบฝนแล้ว หากจะมีสักอย่างที่ควรเพิ่มเติมขึ้นมา (หากทำได้) คือข้อมูลเกี่ยวกับรถเมล์แต่ละสายที่จะแล่นผ่านถนนสายนี้ เนื่องจากว่าจุดประสงค์หลักของอาคารรอรถนั้นมีไว้เพื่อรอรถเมล์ ดังนั้นหากมันสามารถมอบข้อมูลพื้นฐาน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสายรถเมล์ ก็จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งานอย่างมากทีเดียว และสำคัญเท่าเทียมกันคือความสว่าง ไม่เพียงแต่มันจำเป็นต้องออกแบบเพื่อให้รับแสงแดดจากด้านนอกได้เท่านั้น แต่ยังต้องติดตั้งระบบไฟฟ้าเพื่อให้ผู้คนมองเห็นได้ในยามกลางคืน
อันที่จริง หากเราบรรลุในการสร้างความจำเป็นพื้นฐานของการสร้างศาลาพักริมทาง ก็ยังเพิ่มเติมองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อความสะดวกสบายหรือรื่นรมย์มากขึ้นด้วยได้ เช่น ที่รอรถเมล์ในอิสตันบลูบางแห่งมีหนังสือให้หยิบอ่านฆ่าเวลาระหว่างรอรถฟรีๆ ทั้งยังสามารถหยิบกลับไปอ่านที่บ้านได้โดยมีข้อแม้ว่าต้องนำมาคืน หรือป้ายรถเมล์ในสิงคโปร์ที่มีปลั๊กไฟสำหรับชาร์ตแบตเตอรี่รวมถึงสัญญาณไว-ไฟ

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นได้ทั้งสิ้น หากแต่เงื่อนไขแรกคือเราต้องสร้างในสิ่งที่จำเป็นต่อการเป็น ‘ศาลาพักริมทาง’ ขั้นพื้นฐานให้ได้เสียก่อน นั่นคือมันควรจะใช้หลบแดดหลบฝน และใช้พักผ่อนได้ชั่วครู่ชั่วยามได้จริงนั่นเอง

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...