SHARE

คัดลอกแล้ว

หรือความเชื่อมั่น คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ประกันสังคมยั่งยืน?

ถูกจับตามองต่อเนื่อง สำหรับข้อถกเถียงต่อ ‘กองทุนประกันสังคม’ ที่เคยถูกเปรียบเปรยว่าเป็นดินแดนสนธยา ที่มีงบประมาณเทียบเท่าประเทศหนึ่ง แต่กลับไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอ จนเกิดข้อกังวลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าตกลงแล้วประกันสังคมมีโอกาสเสี่ยงล่มละลายจริงหรือไม่

ย้อนไปช่วงสัปดาห์ก่อน สำนักข่าวทูเดย์ มีโอกาสพูดคุยกับ รศ.ดร. ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน คณะกรรมการประกันสังคม ผ่านรายการ TODAY LIVE ถึงข้อกังวลของประชาชน โดยเฉพาะกรณีสิทธิประโยชน์ และความโปร่งใสในการบริหารจัดการ

1 ใน 21 บอร์ดประกันสังคมรายนี้ กล่าวถึงกระแสประกันสังคมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ขยายใหญ่ขึ้นจากความพยายามแตะต้อง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ของคนบางกลุ่ม ที่ยังคงยึดโยงกับชุดความคิด และวิธีการทำงานแบบเดิม ที่มองว่า “ประกันสังคมเป็นองค์กรที่มีเงินและมีอิสระ” 

ซึ่งไม่ได้ผิดไปจากความจริง ที่ อ.ษัษฐรัมย์ อธิบายไว้คร่าวๆ ว่า กองทุนแห่งนี้มีเงินไหลเข้าต่อปีกว่า 200,000 ล้านบาท และไหลออกราว 100,000 ล้านบาทต่อปี มีการกันงบประมาณสูงสุดได้ 20,000 ล้านบาท แถมมีเงินบริหารรายปีราว 5,000 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ กระทรวงแรงงาน จำเป็นต้องรอการอนุมัติผ่านสภาฯ แค่เพียงส่วนน้อยเท่านั้น เช่น งบเงินเดือนข้าราชการ เงินที่รัฐต้องสมทบ รวมถึงเงินที่ต้องชำระ

อ.ษัษฐรัมย์ เปรียบเปรยให้เห็นภาพว่า แม้แต่กระทรวงกลาโหม ที่ถูกสังคมจับตาเป็นพิเศษ ยังต้องขออนุมัติการใช้เงินผ่าน กรรมาธิการงบประมาณ ก่อนจะชี้แจงต่อสภาฯ และถ่ายทอดสดให้กับประชาชนในเวลาเดียวกัน ทว่า ทั้งหมดนี้ไม่เกิดขึ้นกับกองทุนประกันสังคม 

“ในการบริหารประกันสังคม 95% อยู่ภายใต้ระบบราชการ ถ้าไม่มีไฟส่องเข้ามา ต่อให้เป็นบอร์ดเองก็ผลักดันลำบาก…ข้อมูลไม่ได้เป็นความลับ เพียงแต่ไม่ได้ฉายไฟ”

แน่นอนว่า การใช้งบประมาณบริหารสำนักงานราว 5,000 ล้านบาท ที่เป็นหนึ่งประเด็นใหญ่ที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้มีผลกับการจ่ายสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน อย่างไรก็ดี อ.ษัษฐรัมย์ ย้ำว่า ทั้งหมดคือเงินของคนธรรมดา ที่ต้องถูกนำเอาไปใช้ได้ครบถ้วนเหมาะสม “ถ้าเราไม่สามารถสร้างความเชื่อใจให้คน ไม่ต้องรอถึง 30 ปีข้างหน้าเลย”

ด้วยลักษณะการบริหารข้างต้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ ผศ.ดร.ธร ปีติดล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม ม.ธรรมศาสตร์ จึงเปิดข้อเสนอที่ว่า ควรแยกสำนักงานประกันสังคม ออกมาให้มีความเป็นอิสระจากระบบราชการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อผู้ประกันตน

โดยชี้แนะแนวทาง เทียบเคียงกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่แยกบทบาทการบริหารจัดการ และงบประมาณออกมาจากกระทรวงสาธารณสุข ด้วยการตั้งหน่วยงานเฉพาะ ที่มีกฎหมาย หรือ พ.ร.บ. จัดตั้งเป็นของตัวเอง 

[ตัวเลข 30 ปี ข้างหน้าคืออะไร?]

ย้อนกลับไปราวต้นปี 2568 มีการคาดการณ์ว่า หากไม่มีมาตรการรองรับ เงินกองทุนประกันสังคมอาจหมดลงภายในปี พ.ศ. 2597 หรืออีก 30 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับ คำยืนยันของ ณภูมิ สุวรรณภูมิ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย กองวิจัยและพัฒนา สำนักงานประกันสังคม  ที่เพิ่งออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบคำถามที่ข้องใจกันว่า “จริง ถ้าไม่ปรับอะไรเลย”

ณภูมิ ยกข้อมูลการประเมินทางคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Valuation) ร่วมกับ ILO ที่พบว่า ถ้าไม่ปรับปรุงใดๆ กองทุนบำนาญจะหมดภายใน 30 ปี จากนั้นต้องขึ้นเงินสมทบแบบก้าวกระโดด เพื่อให้พอจ่ายเป็นรายปี ซึ่งจะมีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ในเวลาเดียวกัน

“คนที่เกษียณเร็วๆ นี้ได้เงินเต็มๆ ใครเสีย? คนรุ่นใหม่ต้องจ่ายหนักขึ้น หรือเริ่มรับบำนาญช้าลง การเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน ช่วยได้ แต่ต้องถึง 8-10% ต่อปี ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้”

ดังนั้น ทุกประเทศจึงเลือกใช้แนวทางค่อย ๆ ขยายอายุเกษียณรับบำนาญ และค่อย ๆ เพิ่มอัตราเงินสมทบ อย่างไรก็ดี นักคณิตศาสตร์ประกันภัยรายนี้ กล่าวว่า งบค่าบริหาร ยังไม่ได้มีนัยสำคัญต่อสถานะกองทุน แต่สำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน ซึ่งนั่นคือปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความยั่งยืน

“งบค่าบริหาร เป็นเพียง 2.5% ของเงินสมทบ และมีการกำกับดูแลโดยคณะกรรมการประกันสังคม (ตัวแทนผู้ประกันตนรวมอยู่ด้วย) สิ่งที่ควรทำ คือ เห็นด้วย ควรลดงบที่ไม่ตอบโจทย์ผู้ประกันตน (ตัดงบไม่จำเป็น) เพิ่มงบในจุดที่จำเป็น เช่น พัฒนาระบบบริการ, เพิ่มบุคลากรเฉพาะทาง”

A customer buys food from a street vendor at an outdoor market in Bangkok on October 10, 2023. (Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP)

มาถึงตอนนี้ ณภูมิ ได้เปิดข้อสังเกตใหม่ที่น่าสนใจว่า ในขณะที่ สำนักงานประกันสังคมจ้าง นักลงทุนมืออาชีพ (CFA) เพื่อดูแลเงินลงทุนของกองทุน ช่วยเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน แต่ ‘นักคณิตศาสตร์ประกันภัย’ กลับแทบไม่มีอยู่ในระบบราชการ ซึ่งปัจจุบันมี แค่ 2 คน ที่มาจากทุนรัฐบาล โดยไม่มีตำแหน่งบรรจุข้าราชการในการสอบปกติ

ณภูมิ กล่าวต่อว่า นักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะช่วยให้สามารถ ออกแบบสิทธิประโยชน์ ให้ดียิ่งขึ้น รวดเร็ว ทันสถานการณ์ คำนวณแนวทางแก้ปัญหาบำนาญชราภาพ ให้ยุติธรรมกับทุกช่วงวัย ปรับโครงสร้างกองทุน ให้มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

นั่นจึงเป็นความปรารถนา ของคนทำงานอย่าง ณภูมิ ที่อยากเห็นทีมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่แข็งแกร่ง เพื่อให้คณะกรรมการประกันสังคม ตัดสินใจจัดสรรทรัพยากรอย่างมีข้อมูล

podcast

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า