Advertisement

SHARE

วันที่ 15 ธ.ค. ที่วัดป่าสระแก้ว ต.กุดเชียงหมี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร พรรคอนาคตใหม่ ยโสธร จัดเวทีรับฟัง “ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดยมีประชาชนจากหลายจังหวัดในภาคอีสานที่ได้รับผลกระทบเรื่องที่ดินทำกินเข้าร่วม เช่น ถูกขับไล่จากที่ดินทำกินจากนโยบายทวงคืนผืนป่า, ปัญหาผลกระทบจากการทำเหมืองแร่, ปัญหาผลกระทบจากการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล

ด้านแกนนำพรรคอนาคตใหม่ที่ขึ้นเวที ได้แก่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ , นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองประธาน รวมถึง ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ในพื้นที่ภาคอีสาน

นายธนาธร กล่าวว่า ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่ดินที่ประชาชนเผชิญอยู่ จะไม่สามารถแก้ไขได้เลยถ้าเรายังอยู่ในรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย กับนายกรัฐมนตรีที่่ไม่ศรัทธาการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ นโยบายทวงคืนผืนป่า การใช้มาตรการรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดำเนินคดี ขับไล่ รื้อถอน ตัดโค่นพืชผลเกษตรของพี่น้องนั้น เกิดขึ้นในยุคสมัยที่ไม่มีตัวแทนประชาชน เพราะถ้ามี ประชาชนจะออกมาบอก ส.ส.เพื่อให้นำไปตั้งกระทู้ถาม หรือยื่นญัตติได้ เพราะ ส.ส.มาจากประชาชน พวกเขาย่อมต้องฟังเสียงประชาชน ด้วยการหาทางแก้ไขให้ปัญหาทุเลาเบาจากลง

“ฐานอำนาจเดียวของนักการเมือง ความชอบธรรมเดียวของนักการเมืองที่มีคือ เสียงของประชาชน ดังนั้น ในเบื้องต้น กมธ.สามัญจะทำหน้าที่ศึกษาและทำข้อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาผลกระทบ ส่วนระยะกลาง และระยะยาว เราจะจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ คืนอำนาจให้ประชาชน ให้มีสิทธิออกแบบ กำหนดอนาคตตัวเองได้ ซึ่งต้องทำจากท้องถิ่น ตรงไหนจะปลูกพืชอะไร ใช้น้ำอย่างไร ใช้ไฟอย่างไร ขนส่งมวลชนทำอย่างไร คนกรุงเทพฯไม่เกี่ยว นี่คือการยุติรัฐรวมศูนย์ นี่คือความฝันของเราในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ”

นายธนาธร กล่าวต่อว่าเรามีข้อเสนอการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 เรื่อง ซึ่งต้องทำให้ได้ นั่นคือ 1.พาประเทศไทยกลับเป็นประชาธิปไตย แก้รัฐธรรมนูญให้มีที่มาจากประชาชน 2.ปฏิรูปกองทัพ ให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำงานรับใช้ประชาชน และ 3.ยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ คืนอำนาจให้กับท้องถิ่นจัดการตนเอง แต่จะเกิด 3 ข้อนี้ได้ อย่างแรกสุดที่ต้องทำคือ ไล่รัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ซึ่งในเดือนหน้าจะมีกิจกรรมใหญ่นั่นคือ วิ่งไล่ลุง ให้พ่อแม่พี่น้องเตรียมตัวไว้ เพื่อที่จะออกมาวิ่งพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อบอกว่าพอกันทีกับอำนาจอยุติธรรม บอกว่าเราจะไม่ถอยไม่ทนอีกแล้ว เอาอำนาจของเรากลับคืนมา

ด้าน นายพิธา กล่าวว่า วันนี้มีเครือข่ายพี่น้องประชาชนมาร่วมสะท้อนปัญหา อาทิ ปัญหาเขตป่าหรือเขตอุทยานทับที่ ข้อพิพาทประชาชนกับที่สาธารณประโยชน์ เพราะขณะที่ประชาชนโดนทวงคืนผืนป่า โดนทวงคืนที่ทำกิน แต่กลับมีเหมืองแร่ มีโรงงานน้ำตาล มีโรงไฟฟ้าชีวมวล ของนายทุนเกิดขึ้นมา ซึ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อสุขภาพ ต่อสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ ประชาชนบางพื้นที่ต่อสู้ในประเด็นปัญหาของพวกเขามาไม่ต่ำกว่า 30 ปี อย่างเช่นใน จ.ยโสธร เราพบว่าก็มีความพยายามเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกข้าวชั้นดีของประเทศ 6 ล้านไร่ แล้วไปเพิ่มโรงงานน้ำตาล ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชุมชน และทำให้เกิดมลพิษ

“เรื่องทวงคืนผืนป่ากับอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะขณะที่พี่น้องประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตบนที่ดินทำกินของพวกเขาซึ่งอยู่มาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคนได้ แต่พวกนายทุนสามารถเข้ามาได้ เปิดโอกาสให้แสวงหากำไรบนคนทุกข์คนยาก พวกเขาทำกับคนจนเหมือนเป็นอาชญากร โดนทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเขาไปรื้อถอน ตัดโค่นผลผลิตการเกษตรประชาชน ทำเหมือนอยู่ในภาวะสงคราม ดังนั้น ผมเลยอยากมาชวนประชาชนทวงคืนผืนป่าจากรัฐและนายทุน ไม่ใช่ปล่อยให้รัฐทวงคืนผืนป่าจากคนจนฝ่ายเดียว”

ช่วงท้ายของกิจกรรม นายธนาธร นายพิธา และนายเลื่อน ศรีสุโพธิ์ ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน 98 เครือข่ายได้ลงนามสัตยาบันร่วมกัน ในการผลักดักการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกิดขึ้น

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...