วันที่ 5 มิ.ย. เวลา 13.00 น. ที่หน้าห้องประชุมร่วมรัฐสภา หอประชุมทีโอที น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า ที่ประชุมตกลงกันไม่ได้เรื่องให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์ก่อนลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาจึงให้มีการลงมติ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ทราบดีว่าต้องเสียเวลาอีก 2-3 ชั่วโมง จึงตัดสินใจขอถอนญัตติจากที่ประชุม และขอให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ได้แสดงวิสัยทัศน์กับประชาชนผ่านการแถลงข่าวนอกห้องประชุมแทน
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า เป็นที่น่าเสียดายที่ตนไม่ได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมว่าถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีจะนำพาประเทศไปข้างหน้าอย่างไร จึงขอแถลงต่อประชาชนว่า ถ้าหากอยากให้ประเทศไทยเป็นของคนเพียงกลุ่มหนึ่งชี้ขาดชะตากรรมคนอื่นๆ โดยไม่ต้องยึดหลักการความชอบธรรมสิ่งที่ตนจะพูดคงไม่สำคัญ แต่หากอยากให้สังคมไทยเป็นของทุกคน เคารพสิทธิ์เสียงประชาชน ท่านกับตนคิดและฝันเหมือนกัน และถ้าหากมีความฝันอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมกัน
ตนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความจริง นายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง และนายกรัฐมนตรีที่พร้อมพาประเทศไทยไปข้างหน้า คือ
1. การเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความจริง ประเทศไทยมีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดีกว่าหลายประเทศแต่ยังไม่ดีพอ ยังมีปัญหาทั้งรากฐานและเฉพาะตัว ช่วงระหว่างหาเสียงตนได้พบกับคนเล็กๆ มากมายที่สร้างแรงบันดาลใจ เห็นคนส่วนใหญ่ในประเทศที่ลำบากยากจน ช่องว่างระหว่างคนไทยด้วยกันเอง คุณภาพการศึกษาห่างไปเรื่อยๆ เศรษฐกิจการเมืองมีปัญหา ผลกระทบจากระดับโลก
การแก้ปัญหาแบบที่ผ่านมานั้นล้มเหลวในหลายด้านเราจำเป็นต้องเข้าใจความซับซ้อนของปัญหา ในขณะเดียวกันก็ต้อง “อ่าน” สถานการณ์และเงื่อนไขของยุคโลกาภิวัตน์ให้ออก ตามเกมโลกให้ทันเราต้องเข้าใจว่าในโลกแห่งความเป็นจริง เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม นั้นเกี่ยวพันกันแนบแน่น
ดังนั้น ผู้นำประเทศไทยต้องเข้าใจสังคมไทย สังคมโลก รู้เท่าทันเทคโนโลยี พร้อมขี่คลื่นโลกาภิวัฒน์เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์
2.การเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง ต้องกล้าเผชิญปัญหาจากต้นตอ คิดอย่างเป็นระบบ ทำงานเป็นทีม สิ่งที่เผชิญทุกวันนี้เหมือนกบที่ถูกต้มในน้ำที่ค่อยๆ ร้อนกว่าจะรู้ว่าโลกเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหนก็สายไปแล้ว ถึงแม้เรายังไม่ถึงสถานการณ์น้ำเดือด แต่น้ำร้อนขึ้นทุกที ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาโครงสร้าง เช่น ระบบรัฐราชการรวมศูนย์ เผชิญกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ต้องกล้าชนกับอำนาจไม่เป็นธรรมอย่างตรงไปตรงมา ต้องรับฟังเปิดประตูการมีส่วนร่วมให้ประชาชนทุกกลุ่ม
3.การเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้า เป็นภารกิจของชีวิตตน และของ ส.ส.ที่มีความฝันเหมือนตน หากดูกรณีของญี่ปุ่นที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศต้องอดอยาก เกาหลีใต้เคยมีระดับพัฒนาเศรษฐกิจเท่ากับไทย วันนั้นไม่มีใครอยากซื้อของเกาหลี กินอาหารเกาหลี วันนี้ทั้ง 2 ประเทศไปไกลกว่าเรามากแล้ว ขณะที่คนรุ่นลูกของเรากำลังจะเติบโตขึ้นมาในประเทศไทยที่เวียดนามกำลังจะแซงหน้า
“ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา” ตนได้ยินตั้งแต่เล็กจนโต ไม่มีใครบอกว่าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้อย่างไร ไทยเราควรจะเป็นประเทศโลกที่หนึ่ง เรามีคุณภาพทรัพยากรเพียงพอ โดยยังรักษาความเป็นไทยเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของเราไว้ได้พร้อมกัน
“คนไทยทุกคนเท่าเทียมกันและเท่าทันโลก” ถ้าตนเป็นนายกรัฐมนตรี นี่จะเป็นภารกิจของรัฐบาลประชาธิปไตย
“ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้า” นายธนาธร กล่าว
https://www.facebook.com/WorkpointNews/videos/406599256731755/