Advertisement

SHARE

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งภาคส่วนที่น่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 มากที่สุด ลองนึกดูง่ายๆ ว่าปกติประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาปีละเกือบ 40 ล้านคน  แต่ปัจจุบัน ในแต่ละวันชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเพื่อจุดประสงค์การท่องเที่ยวกลายเป็นศูนย์ และมองไปในอนาคตข้างหน้า ก็ยังคาดการณ์ได้ยาก ว่าการท่องเที่ยวที่เคยเป็นแหล่งขุมทรัพย์ปีละกว่า 3 ล้านล้านบาทจะกลับมาคึกคักอีกตอนไหน

ทางเลือกที่ดีที่สุดของผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ ก็คงหนีไม่พ้นต้อง “ปรับตัว” ทั้งเพื่ออยู่รอดในวันนี้ และเพื่อเตรียมตัวอยู่ยาวกับภาวะซบเซาหลังวิกฤติที่ไม่รู้จะยาวนานแค่ไหนด้วย

คุณนัด ณัฎฐิมา (ซ้าย) และคุณแนน ศิวพร (ขวา) สองผู้ร่วมก่อตั้ง

คุณนัด – ณัฎฐิมา วิชยภิญโญ  และคุณแนน – ศิวพร วุดานุพันธุ์ เป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้แบบเต็มๆ  แม้ The Quarter Residence และ The Quarter Bangkok โรงแรมสำหรับครอบครัวย่านพญาไทของทั้งคู่ จะมีห้องพักไม่มากแค่เพียง 7 ห้อง  แต่ด้วยนักท่องเที่ยวที่หายไปจนเหลือศูนย์ และค่าเช่าที่ยังคงวิ่งไปข้างหน้าทุกวันไม่หยุด  ก็ทำให้ทั้งคู่ต้องหันกลับมาปรับธุรกิจ และเปลี่ยนบทบาทของทั้งตัวเองและพนักงาน  เพื่อให้โรงแรมที่สร้างกันมากว่า 6 ปี ยังเดินหน้าต่อไปได้

นี่คือบทสนทนาส่วนหนึ่งที่ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ได้พูดคุยกับคุณนัด หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ว่าเส้นทางที่ผ่านมาและหนทางข้างหน้าของ The Quarter Residence จะเป็นอย่างไร

ช่วยเล่าเรื่องของ The Quarter Residence ให้เราฟังหน่อย ทำธุรกิจอะไร และเปิดมานานแค่ไหน

The Quarter Residence เป็นโรงแรมครอบครัว หรือที่เรียกว่า family hotel เป็นห้องพัก 4 ห้องอยู่ที่พญาไท เริ่มทำมา 6 ปีแล้ว ตอนแรกเลยเป็นโฮสเทล แต่ทำไปแล้วเรารู้สึกว่ากลุ่มลูกค้าเปลี่ยน พฤติกรรมของลูกค้าก็เปลี่ยนไป  อีกอย่างเรารู้สึกว่าโฮสเทลไม่ตอบโจทย์ความเป็นเราเท่าไหร่ แต่ด้วยตึกและโลเคชั่นที่อยู่ที่พญาไท มันเอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจนั้น  แต่พอทำไปเรื่อยๆ การแข่งขันในธุรกิจนี้สูงขึ้น คนมาเปิดโฮสเทลกันเยอะ  เราเลยเปลี่ยนมาเป็นโรงแรมครอบครัว หนึ่งชั้นมีแค่หนึ่งห้อง ทำให้คนที่มาพักมีความเป็นส่วนตัวเยอะขึ้น เราขายราคาแพงขึ้น แต่ก็ให้ความสะดวกสบายและหรูหรามากขึ้น

ส่วนอีกตึกนึงคือ The Quarter Bangkok ราชเทวี ข้างบนเราทำเป็นที่พักของแขก แล้วก็มีชั้น 2 ซึ่งเป็น co-working space ส่วนชั้นล่างเป็น The Quarter Café  สองตึกรวมกันมีห้องพัก 7 ห้อง

ตึกทั้งคู่ติดถนนพญาไท อยู่ห่างกันแค่ 200 เมตร The Quarter Residence อยู่ถัดจาก BTS พญาไท 150 เมตร  ส่วน The Quarter Bangkok อยู่ตรงหัวมุมแยกราชเทวี

ก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤติโควิด-19 ลูกค้ามากน้อยแค่ไหน

เราได้ลูกค้าดี เพราะห้องเราน้อย (หัวเราะ) คือเรามีอยู่แค่ 7 ห้อง มันเต็มไม่ยาก ขอแค่คนมาเที่ยว 7 ครอบครัวเอง ธุรกิจก็ไปได้ดี  แถมเรามีลูกค้าที่น่ารักเยอะ ที่กลับมาพักใหม่ กลับมาอีกก็พาเพื่อนมาบ้าง  เราคิดว่าที่พักเราอยู่ในโลเคชั่นที่ตอบโจทย์คนเอเชีย เพราะว่าคนที่มาพักถ้าอยากจะไปไหว้ศาลพระพรหม เอราวัณ อยากไปประตูน้ำ ไปแพลตตินั่ม ไปเซ็นทรัลเวิลด์ ก็สามารถเดินไปได้เลย  ตรงนี้เลยเหมือนเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบ เพราะใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวก  แต่หลักๆ ลูกค้าของเราก็ยังเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเป็นครอบครัว

 

หลังเกิดวิกฤติ ยังมีลูกค้ามาพักบ้างไหม

ไม่เหลือเลย เพราะว่าไทยปิดเรื่องของการจราจรทางอากาศทุกอย่าง นักท่องเที่ยวเลยไม่มี ส่วนคนไทยก็ไม่มีความจำเป็นต้องเดินทาง ช่วงที่ผ่านมาเลยไม่มีลูกค้าเลย เพราะเขาอยากให้ทุกคนหยุดเชื้อเพื่อชาติ เราก็เลยจะไม่มีแขกพักด้านบน จะมีแต่คุณหมอคุณพยาบาล และบุคคลากรทางการแพทย์

ด้านหน้า The Quarter Residence

แล้วปรับตัวและปรับธุรกิจอย่างไรบ้าง หลังจากเกิดวิกฤติ

คือเรามี 2 ตึก  The Quarter Residence กับ The Quarter Bangkok  พอไม่มีลูกค้า เราก็เลยปิดตึกนึงเพื่อลดค่าใช้จ่าย (operation cost) แต่พอปิดตึกแล้วคนเราก็ยังอยู่ ค่าเช่าเราก็ยังจ่าย เราแค่ปิดไฟปิดแอร์เท่านั้นเอง เลยมาคิดว่าตึกมันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยหรืออ ก็เลยคุยกันว่า ถ้าจะทำให้มีประโยชน์กับใครตอนนี้ก็คือหมอและพยาบาล เพราะเขาเหนื่อย เราก็เลยปิดตึกนึง คือตึก The Quarter Bangkok แล้วยกให้หมอและพยาบาลมาพักฟรี  พวกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด เช่นค่าทำความสะอาด เราก็เป็นคนรับไว้

ส่วนอีกตึกหนึ่งเราก็มาคิดว่าทำอย่างไรดี เพราะยังมีค่าใช้จ่ายตลอด ทั้งค่าคนและค่าเช่า จนน้องๆ พนักงานมาบอกว่าถ้าลดเงินเดือนก็ไม่ว่านะ แต่มันยังมีค่าเช่าตึกที่ต้องจ่ายเกือบเดือนละแสน เราจะจ่ายไปได้อีกกี่เดือน เพราะถึงลดเงินเดือนก็ลดได้นิดเดียว น้องๆ เขาเลยเสนอว่าหน้าบ้านเราใครๆ ก็ขายข้าวกล่อง เราขายข้าวกล้องบ้างได้ไหม แล้วให้คาเฟ่เราผลิตอาหารขาย แทนที่จะรอคนโทรมาสั่งเดลิเวอรี่อย่างเดียว  น้องๆ ทุกคนก็เลยบอกว่า ฉันทำอาหารได้  แม่บ้านก็บอกว่าเชื่อไหมว่าเขาทำเตียงสะอาดแค่ไหน เขาทำข้าวเหนียวอร่อยเท่านั้นเลย เป็นความสามารถที่ทุกคนไม่รู้มาก่อน ทุกคนก็เลยไปขายอาหาร

นอกจากนี้เรายังไปหาร้านที่ทำของอย่างอื่นอร่อยๆ มาด้วย หลายร้านที่เดิมเขาอยู่ในซอย คนมองไม่เห็น ก็ขอมาวางหน้าร้านเรา เราคิดค่าวางของแค่ชิ้นละ 5 บาท  เลยกลายเป็นว่าร้านเรามีอาหารขายหลากหลายมาก เพราะว่ามาจากหลายที่ ตอนนี้ก็เลยคล้ายๆ กลายร้านค้าชุมชนไปแล้ว มีคนเอาแชมพูออร์แกนิค เอาน้ำมะนาว น้ำอ้อย มาฝากขายก็มี  ส่วนน้องๆ ทุกคนตอนนี้ก็เปลี่ยนจากที่เป็นพนักงานต้นรับ เป็นผู้จัดการโรงแรม มาเป็นพนักงานขายหมด เขาก็สนุกกับการทำธุรกิจ

แล้วตึก The Quarter Residence ที่เป็นโรงแรมครอบครัวได้มีการปรับอะไรไหม

ส่วนตัวตึกของ The Quarter Residence เอง ตอนนี้เราก็ปรับไปเป็นเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ (service apartment) ให้คนมาอยู่ระยะยาวได้ เพราะว่าตอนนี้ยังไงคนก็ไม่มาเที่ยวอยู่แล้ว อย่างน้อยให้เราได้ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้าง อาจจะได้ค่าเช่านิดหน่อยบางส่วน แต่ก็ช่วยให้เราไม่ต้องจ่ายค่าเช่าเองทั้งหมด

หลังจากเราปรับก็มีคนถามเข้ามาเยอะ แต่ส่วนใหญ่บอกว่าขอรอดูสถานการณ์อีกนิดนึง ต้นเดือนพฤษภาคมถึงจะรู้ว่าเป็นยังไง เพราะว่าบางคนก็คืนห้องพักเดิมของตัวเองกลับไปอยู่บ้าน เขาก็อาจอยากหาที่เช่าที่ไม่ยาวมาก ที่พักเราก็อาจจะตอบโจทย์ตรงนี้เพราะเป็นเช่าระยะสั้น ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ถึง 6 เดือน น่าจะยืดหยุ่นสำหรับช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนแบบนี้ ซึ่งคนไม่ต้องการผูกมัดกับอะไรยาวๆ  ตึก The Quarter Residence ตอนนี้เลยทำเป็นเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ แต่มีข้อจำกัดหน่อยตอนนี้ คือเปิดสำหรับผู้เช่าที่เป็นผู้หญิงอย่างเดียวก่อน

คุณนัด ณัฎฐิมา วิชยภิญโญ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง

แล้วแผนระยะยาวเป็นอย่างไรบ้าง ถ้านักท่องเที่ยวไม่กลับมาเท่าเดิม

ส่วนของนักท่องเที่ยวเชื่อว่าเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย วัคซีนเกิดขึ้น การท่องเที่ยวจะกลับมา และเนื่องจากเราไม่ใช่โรงแรมสเกลใหญ่ เราต้องการนักท่องเที่ยวแค่ 7 ครอบครัวเอง สิ่งที่เราจะทำตอนนี้คือทำให้ทุกคนมีความสบายใจในเรื่องความสะอาด ตอนนี้ทุกห้องจะมีที่ฆ่าเชื้อยูวี คือเข้ามาแล้วคุณล้างมือและฆ่าเชื้อโทรศัพท์คุณไปเลยให้เรียบร้อย ทุกห้องจะถูกเช็ดถูด้วยเดทตอล แล้วก็มีการใช้เครื่องพ่นความร้อนในการทำความสะอาด ห้องน้ำจะถูกใช้แสงยูวีในการฆ่าเชื้อ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เราทำเป็นปกติ สำหรับพื้นที่ส่วนกลางจะถูกเช็ดทุก 4 ชั่วโมง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะที่ผ่านมาเราก็ทำทุก 6 ชั่วโมงอยู่แล้ว เราแค่เพิ่มน้ำยาเดทตอลเข้าไปเท่านั้นเอง

ในขณะที่ The Quarter Residence ที่เมื่อก่อนตรงล็อบบี้ไม่เคยมีธุรกิจอย่างอื่น เราก็คุยกันว่ ถึงวันนี้ เราเห็นแล้วว่าเราไม่สามารถพึ่งพาธุรกิจประเภทเดียวได้ ขนาด The Quarter Bangkok ที่เรามีโรงแรม โคเวิร์คกิ้งสเปซ คาเฟ่ พอเจอวิกฤติหนักๆ ทุกอย่างหยุดหมดเลย สิ่งที่อยู่รอดจริงๆ คืออาหาร เราก็เลยบอกว่าในเมื่อ The Quarter Residence พื้นที่ชั้นล่างมันไม่ก่อให้เกิดรายได้ สิ่งที่เราควรจะทำก็คือทำให้มันเกิดรายได้ เราก็เลยทำให้มันเป็นที่ที่ทำให้คนอิ่มท้อง จะมีอาหารขาย ข้าวกล่องจะยังมี เราจะคัดมาแค่ไม่กี่เมนู แต่จะทำให้คนมีอาหารแปลกใหม่  นอกจากนี้ก็มีขายเครื่องดื่มที่แปลกใหม่ เช่น น้ำสะระแหน่ ที่ดีสุขภาพอะไรพวกนี้

ในฐานะผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแรม มีอะไรอยากฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยเหลือไหม

เราเชื่อว่ามีคนเดือดร้อนกว่าเรา ในฐานะผู้ประกอบการ SMEs อะไรที่เราช่วยเหลือตัวเองได้ เราจะช่วยเหลือตัวเองก่อน เพื่อให้รัฐบาลได้ไปโฟกัสกับคนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ก่อน

แต่ถ้ามีมาตรการที่จะช่วย SMEs ส่วนตัวคิดว่าหนึ่งอย่างที่ SMEs ลำบากคือค่าเช่า ถ้ารัฐบาลสามารถที่จะลดค่าเช่าลง  เพราะประเทศเราอยู่ได้ด้วย SMEs ดังนั้นถ้า SMEs อยู่ได้ เศรษฐกิจจะเดิน แต่ถ้า SMEs จ่ายค่าเช่าไม่ไหว หยุดธุรกิจลง เงินมันจะฝืดทันที  ดังนั้นถ้าหากลดค่าเช่าลงได้ แล้วเจ้าของตึกเจ้าของอาคารสามารถเอาไปเครดิตภาษีคืนได้ อันนี้เป็นหนึ่งทางที่พอเราเห็นแล้วรู้สึกว่าเมคเซนต์ เราเชื่อว่าถ้าทำแบบนี้ได้คือช่วย SMEs เลย เพราะว่าค่าเช่าเป็นส่วนที่หนักมากของธุรกิจพวกเรา โฮสเทลขนาดเล็กแถวราชเทวีและพญาไทเต็มไปหมด และปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเราก็คือค่าเช่า

สำหรับผู้ที่สนใจจะไปอุดหนุนใช้บริการของ The Quarter Residence สามารถเข้าไปเยี่ยมชมสอบถามได้ที่

Line: @QuarterResidence
โทร 092-2799972 หรือ FB: The Quarter Bangkok
จองที่พักได้ที่ www.theQuarterBangkok.com

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...