Advertisement

SHARE

นับตั้งแต่เริ่มปี 2020 เป็นต้นมา มีแอปพลิเคชันตัวหนึ่งที่สามารถทำสถิติยอดดาวน์โหลดทั่วโลกสูงสุดต่อเดือนเป็นอันดับ 1 มาแล้วถึง 4 ครั้ง แอปฯตัวนั้นมีชื่อว่า TikTok

ถ้าให้บรรยายแบบสั้น ๆ เราขอให้คำจำกัดความว่า TikTok เป็นแอปพลิเคชันสัญชาติจีน ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2016 จุดเด่นคือการอัพโหลดคลิปวิดีโอสั้น ๆ เวลาไม่เกิน 1 นาที ประกอบเสียงเพลงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

และเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักแอปพลิเคชันตัวนี้มากยิ่งขึ้น ทาง workpointTODAY เลยเชิญคุณลักศมี จง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาคอนเทนต์ TikTok ประเทศไทย มาพูดคุยกับเรา

คุณลักศมีอธิบายถึงจุดเด่นของ TikTok ว่าเป็น One Stop Service (การให้บริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียว) คือคุณไม่จำเป็นต้องถ่ายวิดีโอเป็น ไม่จำเป็นต้องมีทีมโปรดักชัน ขอคุณแค่มีไอเดียเท่านั้น ทางแอปฯได้เตรียมเครื่องมือทุกอย่างให้คุณใช้แล้ว สำคัญที่สุดคือทุกอย่างฟรี

สำหรับเรื่องของเพลงที่ในแอปพลิเคชันวิดีโออื่น ๆ มักจะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ คุณลักศมีก็ยืนยันว่าใน TikTok นั้นคุณสามารถนำเพลงมาใช้ได้เลย เพราะผู้พัฒนาได้ทำเรื่องลิขสิทธิ์ไว้เรียบร้อยแล้ว

หลาย ๆ คนอาจจะเพิ่งได้เห็น TikTok มาแรงสุด ๆ ช่วงที่เกิดวิกฤติจากเชื้อโควิด-19 แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าดูจากตัวเลขและกราฟจะเห็นว่า ตัวแอปพลิเคชันโตมาอย่างคงที่เรื่อย ๆ อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะว่าพอโควิดมาแล้วทุกอย่างพุ่ง

อีกเหตุผลหลักที่ทำให้ตัวแอปฯได้รับความนิยม คือการที่วิดีโอแต่ละชิ้นนั้นถูกจำกัดให้มีความยาวไม่เกิน 1 นาที ทำให้ทุกคลิปเป็นคลิปที่สั้น สนุก และกระชับ มีการออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่อยู่แล้ว ยิ่งบวกกับการที่วิดีโอสั้นถูกจัดให้เป็นเทรนด์ของยุคนี้ด้วย กลายเป็นว่าทุกอย่างมาอยู่ในจังหวะที่ลงตัว ทำให้กลายมาเป็นกระแสได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น

และการที่เหล่าคนดังหันมาใช้งาน TikTok กันเยอะขึ้น ก็เป็นส่วนที่ทำให้คนทั่วไปรู้จักแอปฯนี้มากขึ้นเช่นกัน ทำให้คนได้เห็นดาราในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งในเรื่องนี้คุณลักศมีได้บอกว่า คนดังที่อยู่ใน TikTok มีทั้งที่ไปเชิญชวนมา และก็มีคนที่เข้ามาเอง สำหรับคนที่ถูกเชิญมานั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะว่าต้องเป็นผู้มีชื่อเสียงเท่านั้น แม้จะเป็นคนที่ไม่ดังเลย แต่ถ้าทำคลิปออกมาน่าสนใจ ทางทีมงานก็จะติดต่อไปและคอยช่วยแนะนำวิธีการต่าง ๆ ในการผลิตคอนเทนต์ให้

สำหรับ TikTok เองที่ถูกจัดว่าเป็นโซเชียลมีเดียชนิดหนึ่ง ย่อมต้องมีการตรวจสอบคอนเทนต์ของผู้ใช้งาน ว่ามีวิดีโอไหนที่ผิดกฎหรือไม่ ซึ่งตรงจุดนี้เองทางทีมงานได้มีการนำระบบ Machine Learning เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย ซึ่งตัว Machine Learning สามารถทำให้ระบบเรียนรู้ว่าคอนเทนต์ไหนที่อาจเข้าข่ายทำผิดกฎ ก็จะมีการส่งคอนเทนต์เหล่านั้นไปให้ทีมงานที่เป็นมนุษย์ทำการตรวจสอบ

นอกจากนั้น Machine Learning จะจำว่าผู้ใช้งานแต่ละคนชอบหรือไม่ชอบอะไร ต่อให้คุณจะไม่ใช่คนดัง แต่ถ้าคอนเทนต์ของคุณมีคุณภาพ ก็มีโอกาสที่คอนเทนต์นั้นจะถูกแนะนำโดยแอปฯได้

ส่วนเป้าหมายในอนาคต ทางผู้พัฒนาจะพยายามเพิ่มความหลากหลายในแพลตฟอร์มให้มากขึ้น ให้กระจายไปในคนทุกเผ่าพันธ์ ทุกช่วงอายุ ส่วนตัวแอปพลิเคชันเองก็พยายามจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน

ปัจจุบัน TikTok เข้าไปทำตลาดแล้วใน 154 ประเทศทั่วโลก คุณลักศมีเผยว่าแม้จะเป็นแอปพลิเคชันที่บริษัทแม่มาจากจีนก็จริง แต่ตัว TikTok มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อเมริกาและมีการบริหารงานแยกจากกัน และประเทศไทยเองก็ติด 1 ใน 3 ของประเทศอาเซียนที่นิยมใช้ TikTok มากที่สุด ส่วนในระดับโลก แต่ในระดับโลกแล้ว ประเทศที่นิยมใช้จริง ๆ คือ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

สำหรับรายได้ของทาง TikTok นั้นจะมาจากการขายพื้นที่โฆษณา แต่จะมีการเอาโฆษณามาลงก็ต่อเมื่อฐานผู้ใช้งานเยอะพอสมควรแล้ว โดยจะต้องมีจำนวนไม่เยอะเกินพอดี และโฆษณาจะกดข้ามได้ง่ายมาก สำคัญที่สุดคือตัวโฆษณาเองก็จะเป็นคอนเทนต์ในแนว TikTok เหมือนกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดจนเกินไป

สุดท้ายนี้คุณลักศมีฝากถึงผู้ที่อยากจะเพิ่มยอดผู้ติดตามแอปพลิเคชันนี้ว่า การใช้ TikTok ไม่มีสูตรสำเร็จ ทุกอย่างเปลี่ยนตลอดเวลา แต่ปัจจัยหลัก ๆ ที่ควรจะมีคือความสม่ำเสมอ และต้องมีตัวตนที่ชัดเจน โดยข้อมูลปีที่แล้วระบุว่า สำหรับประเทศไทย คลิปตลกจะมาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคืออาหาร ไลฟ์สไตล์ และความสวยความงาม

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...