Advertisement

SHARE

เรือเล็ก ขนาดไม่เกิน 10 ตันกรอสของชาวประมงพื้นบ้านตามชายฝั่งทะเลเคยออกแล่นหาปลาป้อนตลาดและแพปลาในชุมชน แต่หลังจากมีโควิด-19 ชีวิตของพวกเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เจริญ โต๊ะอิแต หรือ บังมุ ประมงพื้นบ้านที่ท่าศาลา นครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ เขาเล่าว่าในหมู่บ้านของเขามีเรือประมงกว่า 200 ลำ ผลผลิตหลากชนิดที่หาได้จากประมงพื้นบ้านก็จะส่งขายตามตลาดในชุมชน ส่วนใหญ่เป็นปลาทู แต่ก็มีชนิดที่มีราคาและอร่อย อย่าง ปูม้า กุ้งแชบ๊วย ติดอวนมาด้วย

บังมุเป็นชาวประมงมา 40 ปี แต่จากสถานการณ์ที่มีโรคระบาดทำให้เขาเจอปัญหาหลายเรื่อง ชาวประมงจะออกเรือตอนตี 2 แต่ติดประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหสถานช่วง 4 ทุ่ม – ตี 4 ดีที่รัฐยังมองเห็นปัญหาจึงให้ไปทำเรื่องขออนุญาตผู้ใหญ่บ้านเป็นกรณีไป

ผลกระทบอีกส่วนหนึ่งคือราคาสัตว์น้ำตกลงอย่างเห็นได้ชัด กั้งจากราคา กิโลกรัมละ 1,000 บาท เหลือ 450 บาท ปลาทูจาก กิโลกรัมละ 120บาท เหลือ 50 บาท

“เราต้องขายถูกกว่าปกติด้วยความจำเป็น ที่ตลาดคนก็จับจ่ายใช้สอยกันน้อยมาก ถ้าไม่อยากเหลือกลับบ้านก็ต้องแจก แต่อย่างน้อยพวกเราก็มีอาหารที่สมบูรณ์ให้กิน” บังมุบอก

ชาวประมงพื้นบ้านยังประสบปัญหาแพปลาที่เคยรับซื้อสินค้าต้องหยุดประกอบการ เนื่องจากต้องเฝ้าระวังการทำงานในอาคารและการขนส่ง ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านไม่มีตลาดขาย

ในฐานะชาวประมง แน่นอนว่าตราบใดที่มีทะเลพวกเขาก็ยังมีอาหารกินในครัวเรือน และบางส่วนสามารถขายสัตว์น้ำแบ่งปันในชุมชนได้ แต่รายได้ที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดทำให้ไม่พอซื้อข้าวสารและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ

จริง ๆ แล้วชาวประมงพื้นบ้านกว่าหนึ่งแสนคนอยู่ในกลุ่มที่จะได้รับเงินชดเชยรายได้จากรัฐเป็นรายครอบครัวด้วยนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร  ที่ผ่านมามีการลงทะเบียนไว้แล้วแต่อาจยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด บังมุบอกว่าเขาเข้าใจดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้จะให้ภาครัฐช่วยเหลือคนจำนวนมากให้เสร็จเรียบร้อยในเวลาอันรวดเร็วคงเป็นไปไม่ได้ แต่พวกเขายังคอยอยู่ ด้วยหวังว่าจะได้การช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐ

ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ร่วมกันผลักดันการขายผ่านช่องทางที่ยังมีอยู่่

สร้างช่องทางติดต่อผู้บริโภคด้วยตนเอง ผ่าน ‘ร้านคนจับปลา’

“ผลผลิตของชาวประมงพื้นบ้านมีคุณภาพดี สด น่ารับประทาน ไม่มีการใช้สารปนเปื้อน ทำให้ผู้บริโภคได้อาหารสดจากชาวประมงส่งตรงถึงมือ เราเชื่อว่าทะเลไทยเหมือนบึงใหญ่ที่พร้อมดูแลคนไทยทั้งหมด ถ้าเรามีการดูแลที่ดี ทำการประมงอย่างยั่งยืนทั้งรายเล็กและรายใหญ่ เราจะมีทะเลไทยเป็นแหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดที่สามารถดูแลพวกเราได้” วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยกล่าว

วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยกล่าว

ปกติแล้วนอกจากแพปลา ช่องทางการซื้อขายของพวกเขาก็ยังมี  ‘ร้านคนจับปลา’  ที่สมาคมรักษ์ทะเลไทยจัดระบบขึ้นมา ให้ชุมชนชาวประมงพื้นบ้านได้จัดการผลผลิตเอง ขายอาหารทะเลแช่แข็งโดยไม่ใช้สารเคมี ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะจับด้วยวิถีประมงพื้นบ้าน และรับซื้ออาหารทะเลด้วยราคาที่เป็นธรรม ซึ่งก็เลี่ยงไม่ได้ที่ราคาจะสูงกว่าพ่อค้าคนกลาง ที่ผ่านมาชาวประมงพื้นบ้านจะเพิ่มโอกาสในการขายทางออนไลน์ ส่วนชุมชนใดที่ยังไม่สามารถเข้าถึงช่องทางออนไลน์ได้ ทางเจ้าหน้าที่สมาคมก็จะเข้าไปช่วยเหลือและให้ข้อมูลในเบื้องต้น เพื่อให้แต่ละชุมชนสามารถจัดการประมงได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

อุดหนุนชาวประมงพื้นบ้าน – ส่งต่ออาหารให้คนขาดแคลน ผ่าน “ทูตอาหารทะเล “

โครงการ “ทูตอาหารทะเล : ส่งปลาจากทะเลถึงผู้เสียสละ” เป็นไอเดียของสมาคมรักษ์ทะเลไทยและสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย

โครงการเปิดรับบริจาคจากคนทั่วไป เป็นตัวกลางรับซื้ออาหารจากชาวประมงพื้นบ้านเพื่อนำไปส่งให้กลุ่มเป้าหมายที่แบ่งเป็นสองส่วนคือบุคคลากรทางการแพทย์ และช่วยเหลือผู้ขาดแคลนกลุ่มต่าง ๆ บริจาคครั้งเดียว ได้ทั้งช่วยอุดหนุนกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านและต่อกำลังใจให้ผู้ที่กำลังทำงานหนัก-ประสบภาวะยากลำบากระหว่างโควิด-19

ถ้าอยากร่วมด้วยทำได้ง่าย ๆ

1. หากอยากส่งอาหารทะเลให้บุคลากรทางการแพทย์ โครงการเชิญชวนคนทั่วไปบริจาคเงิน 150 บาท แล้วจะจัดส่งอาหารทะเลส่งถึงบ้านบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่แล้วต้องกักตัวเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน

2. หากต้องการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม โดยโครงการเปิดรับบริจาคและร่วมสมทบทุนซื้ออาหารทะเลแห้ง ส่งให้ผู้ต้องการความช่วยเหลือ กลุ่มผู้ขาดแคลนอาหาร เดือดร้อนเพราะขาดรายได้รายวัน เช่น คนจนเมือง คนไร้บ้าน ผู้พิการ

“โครงการนี้ถือเป็นการช่วยชาวประมงและช่วยสังคมไปด้วย แม้จะไม่เยอะมาก แต่ถือเป็นกำลังใจให้แก่กันในยามนี้ โดยในช่วงแรกทางสมาคมได้จัดสรรทุนให้ก่อนโดยไม่รอการบริจาค และต่อมาได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากสหภาพยุโรปและอ็อกแฟมด้วย เราจึงคิดว่าจะทำโครงการนี้อีกเพื่อช่วยผู้ด้อยโอกาส โดยดูรายละเอียดได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ‘สมาคมรักษ์ทะเลไทย’

“ผมเชื่อว่าหากพ้นโควิดไปแล้วคิดว่าสิ่งที่เราทำกันอยู่จะยังไปต่อได้ เพราะเชื่อว่าอาหารทะเลเป็นที่นิยมจากทั้งสังคมไทยและสังคมโลก และผลผลิตสัตว์น้ำที่ดีเป็นความต้องการของผู้บริโภคอยู่แล้ว ถ้าทำได้ต่อเนื่อง เมื่อหมดโควิดแล้วชาวประมงพื้นบ้านอาจขายตรงสู่ผู้บริโภคได้” วิโชคศักดิ์กล่าว

ความสุขที่ได้แบ่งปันอาหารปลอดภัย

บังมุ เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในเครือข่ายทำงานของสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยและได้ร่วมโครงการทูตอาหารทะเลที่รวบรวมอาหารทะเลจากชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ เขามองว่าโครงการนี้ได้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้พี่น้องชาวประมงบางส่วน แม้ว่าอาจได้ไม่เต็มที่ แต่สิ่งสำคัญที่เขาเห็นคือการได้ช่วยเหลือคนกลุ่มอื่นๆ อีกต่อหนึ่ง

เจริญ โต๊ะอิแต หรือ บังมุ ประมงพื้นบ้านที่ท่าศาลา นครศรีธรรมราช

“ด้วยความเป็นมนุษย์ที่เราอยากช่วยเขา เราเป็นห่วงคนกลุ่มที่ขาดโอกาส เรากินพอแล้วแต่เห็นคนอื่นยังขาดอาหารอยู่เลยอยากช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” เขาเล่าต่อว่าช่วงแรกมีโครงการระดมปลาทะเล 1 ตันส่งไปให้เป็นอาหารแก่ผู้พิการทางสายตาฟรี แล้วก็มีกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ คนกลุ่มต่าง ๆ ที่ไม่มีอาหารการกิน พวกเราจัดส่งไปทำให้หลายคนมีอาหารสดๆ ที่ปลอดภัย

“พวกเราชาวประมงพื้นบ้านมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามที่เกิดปัญหา แม้เราเองก็ได้รับผลกระทบ แต่เรายังพอมีอาหารการกิน ยังมีพี่น้องบางกลุ่มบางพื้นที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารสดที่ปลอดภัยได้ ทำให้พวกเรายินดีช่วยเหลือกันในยามเกิดวิกฤต ยินดีที่ได้ทำให้สถานการณ์ของคนอื่นๆ คลี่คลายลงและได้กินอาหารที่ปลอดภัย” บังมุกล่าว

สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “ทูตอาหารทะเล : ส่งปลาจากทะเลถึงผู้เสียสละ” จัดขึ้นภายใต้ “โครงการอาหารทะเลจากชาวประมงพื้นบ้านสู้โควิด-19” สามารถโอนเงินมาที่บัญชี สมาคมรักษ์ทะเลไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 691-235-323-6

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...