Advertisement

SHARE

ชีวิตต้องสู้ คือทัศนคติของ ‘แอน’ แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ป่วยเป็นโรคไต กัดฟันลุกขึ้นหันมาใช้ฝีมือสานฝาชีแฟนซี พร้อมจับเทรนด์ฮิตทำเสื้อมัดย้อมออกขาย

นวพร ไทรบุรี หรือ แอน แม่เลี้ยงเดี่ยว วัย 37 ปี ชาวจังหวัดตรัง ที่ป่วยเป็นโรคไตต้องเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อไปล้างไตวันเว้นวัน เมื่อสุขภาพไม่เอื้ออำนวยให้ทำงานแคชเชียร์ได้เหมือนก่อน แอนจึงได้มองค้นหาอาชีพใหม่ที่คิดว่าตัวเองพอจะทำได้ เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวและส่งเสีย ‘น้องแพร’ วัย 14 ปี ลูกสาวคนเดียวให้เรียนหนังสือ

‘สานฝาชีแฟนซี’ ขายดีในออนไลน์

แอน เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเริ่มทำฝาชีแฟนซี ว่า ได้เดินทางไปเยี่ยมป้าที่ป่วยเข้าโรงพยาบาล จึงได้เจอกับพี่สาว (ลูกพี่ลูกน้อง) นั่งทำฝาชีแฟนซี เกิดความสนใจจึงนั่งดูพี่สาวทำอย่างตั้งใจ กลับมาบ้านเลยลองหาอุปกรณ์ คือริบบิ้นและฝาชี มาลองสานดู ปรากฏว่าพอสานทำได้ แล้วก็เปิดยูทูบดูลวดลายอื่นๆ ลองแกะลายแล้วหัดสาน ซึ่งช่วงแรกก็มีเสียไปบ้าง พังไปมากประมาณ 1-2 อัน และแล้วก็สำเร็จเป็นผลงานชิ้นแรก

‘ฝาชีแฟนซี’ แบบที่แอนทำคือการเพิ่มมูลค่าให้สิ่งของที่พบเห็นได้โดยทั่วไปขายได้ราคาสูงขึ้น ตามปกติแล้วฝาชีพลาสติกราคาหลักสิบบาท แต่เมื่อสานด้วยริบบิ้นสีสันสวยงามเกิดเป็นลวดลายก็ขายได้ตั้งแต่ราคา 50 – 500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของฝาชี ซึ่งลูกค้าฝาชีแฟนซีที่ซื้อไปก็จะใช้ครอบอาหาร แต่ถ้าเป็นโรงแรม โฮมสเตย์ ก็ใช้เป็นของประดับตบแต่งกำแพงฝาผนังได้ และขนาดเล็กดัดแปลงเป็นโคมไฟ

ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่มากมาย แค่มีเพียงริบบิ้นกับฝาชีก็สามารถทำอาชีพนี้ได้แล้ว แต่ก็ต้องอาศัยความอดทนสูง แอน เผยวิธีตั้งต้นการสานฝาชีแฟนซี คือใช้ริบบิ้นใหญ่ 2 เส้นต่อ 1 ช่องฝาชี จากนั้นกรีดริบบิ้นให้เป็นเส้นเล็กๆ ขนาดเท่ากัน 5 – 6 เส้นตามลวดลายที่ต้องการสาน กว่าจะสายฝาชีใบเล็กเสร็จ 1 อันต้องใช้เวลา 2 วัน ใบกลางขึ้นมาหน่อยใช้เวลา 4 วัน และใบใหญ่สุดต้องใช้เวลา 6 วัน ก่อนโควิด-19 แอนวางสินค้าขายอยู่ริมถนนตรังปะเหลี่ยน แต่เมื่อเกิดวิกฤติต้องปิดร้าน เลยต้องรับออเดอร์ทางออนไลน์เป็นหลัก

มีคนสั่งเยอะมาก ทำไม่ทัน เป็นร้อยใบ ส่วนมากไซส์เล็ก บางคนสั่งเป็นสิบๆ ใบ ช่วงนี้เลยต้องทยอยรับออเดอร์ และแจ้งให้ลูกค้าเข้าใจว่าเราทำไม่ทัน ก็ต้องขอโทษลูกค้าไปบางคนเข้าใจบางคนก็ไม่เข้าใจ ตอนนี้ที่ร้านไม่มีสินค้าวางขาย เนื่องจากทำไม่ทัน และสุขภาพที่ยังต้องเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างจากบ้านกว่าร้อยกิโลเมตร  แอนเล่าถึงกระแสตอบรับหลังจากเธอและลูกสาวมาออกรายการ ปัญญาปันสุข 

เทรนด์ ‘มัดย้อม’ หวนคืน

ช่วงโควิด-19 แอนขายฝาชีแฟนซีได้น้อยมากบางวันขายไม่ได้เลย แต่ทว่าเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีครูมาฝึกสอนวิชาชีพทำมัดย้อมด้วยสีสังเคราะห์ในหมู่บ้าน แอนจึงไปกับแม่เพื่อร่ำเรียนวิชาสำเร็จกลับมาถึงบ้านก็ทำเหมือนตอนเริ่มทำฝาชีแฟนซี แอนศึกษาลวดลายมัดย้อมเพิ่มเติมจากในยูทูบเพื่อให้ได้ทำลายแปลกมาขาย เคล็ดลับสำคัญของการทำเสื้อมัดย้อม คือ “แสงแดด” ถ้าแดดดีวันเดียวก็ได้ แต่ถ้าแดดน้อยอาจจะ 2-3 วัน

การไม่หยุดนิ่งของแอนถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับตัวเอง เพราะเป็นจังหวะที่เกิดกระแสดารา นักแสดงหันมาใส่เสื้อผ้ามัดย้อม ทำให้คนทั่วไปฮิตตามกลายเป็นเทรนด์ที่หวนกลับมาในวงการแฟชั่นไทยอีกครั้ง

สินค้ามัดย้อมของแอน มีเสื้อมัดย้อมที่เป็นเสื้อใหม่ (มือ 1) ราคาตัวละ 199 บาท, เสื้อมือสอง ราคาตัวละ 50-99 บาท มีทั้งแบบเสื้อคอวีและคอกลม และยังมีผ้าคลุมไหล่มัดย้อมขายในราคาผืนละ 199 บาทด้วย ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตอนนี้คือ ‘เสื้อมือใหม่’

“ก็ต้องสู้ค่ะ ต้นทุนเราต่ำ เราก็ต้องสู้ สู้ไปเรื่อยๆ สู้จนกว่าจะหมดแรง”  แม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจแกร่งฝากไว้ทิ้งท้าย

สนใจติดต่อสั่งซื้อสินค้าที่ FB : นวพร ไทรบุรี

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...