Advertisement

SHARE

การเมืองสหรัฐฯ ทวีความร้อนแรงเป็นเท่าตัว หลังหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส ออกมาแฉถึงการจ่ายภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยรายงานดังกล่าวทำให้คนจำนวนมากวิจารณ์ว่า เขาจ่ายภาษีให้สหรัฐฯ น้อยกว่าที่ควรจะเป็นมาก และอาจถือเป็นการเลี่ยงภาษี

เรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร workpointTODAY สรุปรายละเอียดที่สำคัญมาเป็นข้อๆ ดังนี้

1. หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส ตีพิมพ์รายงานอ้างข้อมูลทางภาษีย้อนหลังของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งนิวยอร์กไทม์สระบุว่า ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากแหล่งข่าวที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลด้านภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์

2. ทีมข่าวนิวยอร์กไทม์สตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว พบว่า ในปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่เขาลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นปีแรก ประธานาธิบดีทรัมป์จ่ายภาษีเงินได้แค่ปีละ 750 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 23,000 บาทเท่านั้น

ภาษีที่ประธานาธิบดีทรัมป์จ่ายถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับสถิติทางภาษีของครอบครัวชาวอเมริกันที่มีรายได้จัดเป็นชนชั้นกลางของประเทศ ที่ต้องจ่ายภาษีเงินได้เฉลี่ย 440,000 บาทต่อปี

3. นิวยอร์กไทม์สยังพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในช่วง 15 ปีที่นิวยอร์กไทม์สมีข้อมูล ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่จ่ายภาษีเลยเป็นเวลา 10 ปี

4. รายงานของนิวยอร์กไทม์สทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามเลี่ยงการจ่ายภาษี

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่สอบสวนต่อจนพบว่า ที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์ มักใช้ข้ออ้างว่าประกอบธุรกิจขาดทุน เพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายภาษี หรือจ่ายภาษีในจำนวนที่น้อยกว่าควรจะเป็น

5. ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือปี 2561 ซึ่งปีนั้นมีข้อมูลชัดเจนว่า เขาได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์และรายได้อื่นๆ จากรายการเรียลลิตี้โชว์ The Apprentice มากถึงกว่า 13,500 ล้านบาท และทำกำไรจากการลงทุนอาคารสำนักงานในปีนั้นอีกเกือบ 5,600 ล้านบาท แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยังแจ้งว่า ในปีนั้นเขาขาดทุนถึง 1,500 ล้านบาท

6. นิวยอร์กไทม์สยังพบว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้วิธีเขียนรายจ่ายทุกอย่างลงในเอกสารภาษี แล้วหักรายจ่ายเหล่านั้นที่มีตั้งแต่ค่าทำผมของตัวเขาเองที่ระบุไว้สูงถึงกว่า 2,200,000 บาท และค่าแต่งหน้าทำผมของอิวานกา ทรัมป์ บุตรสาวเป็นเงินกว่า 3,000,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจทั้งหมด

7. นิวยอร์กไทม์สยังตั้งข้อสังเกตว่า รายจ่ายทางธุรกิจที่ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าเป็น “เงินค่าที่ปรึกษา” แท้จริงแล้วอาจเป็นเงินที่เขาตั้งใจมอบให้กับลูกๆ แต่นำมาเขียนเป็นค่าที่ปรึกษาเพื่อลดหย่อนภาษี

โดยจากการสอบสวนเพิ่มเติม นิวยอร์กไทม์สพบว่า มีเงินจำนวนใกล้เคียงกันกับที่ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุเป็นค่าที่ปรึกษา ไปเข้าเป็นเงินรายได้ของอิวานกา ทรัมป์ บุตรสาว

8. จากการสอบสวนของนิวยอร์กไทม์สยังพบอีกว่า บริษัทของประธานาธิบดีทรัมป์ทำรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศมากถึงกว่า 2,300 ล้านบาท ในช่วงที่ 2 ปีแรกที่เขาเข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ และพบการจ่ายภาษีไม่ต่ำกว่า 4,000,000 บาทให้กับอินเดียและฟิลิปปินส์

9. เมื่อเปรียบเทียบการจ่ายภาษีในปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่ประธานาธิบดีทรัมป์จ่ายภาษีให้สหรัฐฯ 23,000 บาท แต่บริษัทของประธานาธิบดีทรัมป์กลับจ่ายภาษีให้อินเดียในปีนั้นกว่า 4,600,000 บาท และจ่ายภาษีให้ฟิลิปปินส์เกือบ 5,000,000 บาททีเดียว

10. ข้อมูลการลงทุนของประธานาธิบดีทรัมป์ยังชี้ให้เห็นว่า เขายังคงไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่มีผู้นำที่ปกครองแบบอำนาจนิยม เช่นในฟิลิปปินส์และตุรกี ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เคยให้คำมั่นว่า จะไม่มีข้อตกลงทางธุรกิจกับต่างชาติในช่วงที่เขาเป็นผู้นำสหรัฐฯ และยังทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เหมาะสมหรือไม่ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ไปลงทุนในประเทศเหล่านั้น

11. รายงานแฉการจ่ายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ถูกเผยแพร่ในช่วงไม่กี่วันก่อนจะมีการประชันวิสัยทัศน์นัดแรก ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ กับนายโจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า การออกมาแฉรอบนี้ส่งผลสะเทือนต่อประธานาธิบดีทรัมป์โดยตรง และประธานาธิบดีทรัมป์ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเคลียร์ข้อกล่าวหาเลี่ยงภาษีออกไปให้ได้

12. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐฯ เพียงคนเดียวในรอบหลายสิบปีที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลด้านภาษี ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์แถลงข่าวตอบโต้ชี้ว่า ข้อมูลจากนิวยอร์กไทม์สเป็นข่าวปลอม

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...