{{-- --}}
Advertisement

SHARE

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนสังกัดองค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้รัฐบาลชาติต่าง ๆ เพิ่มมาตรการกดดันเมียนมา เช่น ยุติการค้าอาวุธให้ ขณะที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล เรียกร้องให้รัฐบาลทหารปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทันที หลังเมียนมาเกิดการรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564

24 ชั่วโมงหลังเกิดการรัฐประหารที่เมียนมาโดยนายพลมินอ่องไหล องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนออกแถลงการณ์อย่างคับคั่ง หนึ่งในนั้นคือเสียงจากนักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวทุกคนที่ถูกจับกุม กลับมาเชื่อมการสื่อสารด้านอินเตอร์เน็ตและยุติกระบวนการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทอม แอนดรูวส์ เจ้าหน้าที่พิเศษขององค์การสหประชาชาติระบุว่า “สถานการณ์ฉุกเฉินในเมียนมาเป็นอันตรายต่อกระบวนการประชาธิปไตยที่กำลังก่อร้างสร้างตัวขึ้นในเมียนมา ผุ้เรียกร้องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยถูกล้อมและคุมตัว พวกเขาต้องการให้โลกยืนอยู่ข้างพวกเขา จึงต้องมีการตอบโต้จากนานาชาติเกิดขึ้น”

ขณะที่มิงยู ฮาห์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า การจับกุมอองซาน ซูจี เจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักการเมืองคนอื่น ๆ เป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่ง ซึ่งหากไม่มีการตั้งข้อหาต่อผู้ถูกควบคุมตัวตามความผิดอาญาอันเป็นที่ยอมรับในกฎหมายระหว่างประเทศ จะต้องปล่อยตัวบุคคลเหล่านั้นโดยทันที

เธอระบุว่าตามหลักการแล้ว “กองทัพเมียนมาต้องชี้แจงว่ามีการใช้ข้อกฎหมายใดในการควบคุมตัวพวกเขา ทั้งยังต้องประกันให้มีการเคารพสิทธิของผู้ถูกจับกุมอย่างเต็มที่ รวมทั้งไม่ให้มีการปฏิบัติที่โหดร้าย ให้พวกเขาสามารถติดต่อครอบครัวและเข้าถึงทนายความที่ตนเลือกได้ ต้องสามารถยืนยันว่าอยู่ในที่ใด และต้องได้รับการรักษาพยาบาล”

“การทำรัฐประหารและการปราบปรามครั้งก่อนในเมียนมาส่งผลให้เกิดความรุนแรงในวงกว้างและการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เราจึงขอเรียกร้องให้กองทัพใช้ความยับยั้งชั่งใจ ปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายโดยเร็วสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“อีกทั้งมีรายงานว่ามีการสั่งปิดกั้นการสื่อสาร ซึ่งการกระทำดังกล่าวยิ่งเป็นภัยคุกคามมากขึ้นต่อประชาชนในช่วงเวลาที่อ่อนไหว โดยเฉพาะในระหว่างการต่อสู้กับโรคระบาดในเมียนมา และในขณะที่ยังมีการทำสงครามในประเทศกับกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อพลเรือนในทุกส่วนของประเทศ ดังนั้นทางการจำเป็นต้องมีการเปิดให้บริการโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตอย่างเต็มที่อีกครั้งโดยทันที”

นอกเจ้าหน้าที่พิเศษขององค์การสหประชาชาติยังระบุว่าประเทศต่าง ๆ จะมีบทบาทในการเข้ามาเพิ่มแรงกดดัน โดยกล่าวว่า “จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีมาตรการตอบโต้ ตั้งแต่การคว่ำบาตรอย่างแข็งขัน และยุติการค้าอาวุธจนกว่าประชาธิปไตยจะหวนคืนมา”

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...