สหรัฐฯ และชาติพันธมิตร ประกาศขึ้นบัญชีดำหลายหน่วยงานในเมียนมา รวมถึงรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในวันครบรอบ 2 ปีรัฐประหาร
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ ขึ้นบัญชีดำ 3 หน่วยงาน และ 6 บุคคล ที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหารเมียนมา รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหภาพ (UEC) ผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจน้ำมันและก๊าซ (MOGE) และนายทหารทั้งที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในอดีตและปัจจุบัน
การประกาศคว่ำบาตรรอบล่าสุดนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ มุ่งเป้าการคว่ำบาตรไปยัง MOGE ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลทหารเมียนมา โดยเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหภาพ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยกองทัพ ออกกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองหลายข้อ ซึ่งถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพันธมิตรของฝ่ายทหาร
โดยระเบียบการเลือกตั้งใหม่ รวมไปถึงการกำหนดให้พรรคการเมืองที่ต้องการลงสนามเลือกตั้งระดับชาติ จะต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 100,000 คน รวมถึงต้องส่งผู้สมัครลงแข่งขันภายในเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่จัดทะเบียนพรรค และเปิดสำนักงานในเมืองต่างๆ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 330 เมืองทั่วประเทศ ภายใน 180 วัน อีกทั้งยังต้องมีเงินทุนพรรคอย่างน้อย 100 ล้านจ๊าดพม่า หรือราว 1.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกฎหมายเลือกตั้งฉบับเดิมถึง 100 เท่า โดยเงินทุนดังกล่าวจะต้องฝากไว้ที่ธนาคารเศรษฐกิจเมียนมา (Myanma Economic Bank) ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐบาลเท่านั้น
นอกจากนี้ แคนาดา ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร ยังออกมาประกาศคว่ำบาตรในลักษณะเดียวกัน โดยพุ่งเป้าไปที่การห้ามส่งออก จำหน่าย จัดหา และส่งเชื้อเพลิงอากาศยานให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา เพื่อไม่เป็นการสนับสนุนให้รัฐบาลใช้อากาศยานโจมตีประชาชน
สำหรับสถานการณ์ในเมียนมาวันนี้ (1 ก.พ.) ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปีรัฐประหาร กลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร ได้ออกมารณรงค์ให้ประชาชนและภาคธุรกิจทั่วประเทศร่วมกันประท้วงเงียบ ด้วยการปิดธุรกิจห้างร้าน และเก็บตัวอยู่ที่บ้านในระหว่างเวลา 10.00-16.00 น. ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในเมียนมาได้ออกคำเตือนพลเมือง ให้ระมัดระวังกิจกรรมต่อต้านระบอบการปกครองและความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น