ศบค.เปิดสูตรวัคซีนล่าสุด สำหรับคนที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนและคนที่ต้องการฉีดเข็มกระตุ้น
วันที่ 12 ม.ค. 2565 พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวม ขณะนี้ลักษณะของโรคมีการลดความรุนแรงลง ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานจากการได้รับวัคซีน และระบบการดูแลรักษาที่บ้านเรามีความพร้อม และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากข้อมูลทั้งอัตราการป่วยหนักและการเสียชีวิตอยู่ในระดับที่ต่ำ และด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย เคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคล หรือมาตรการของสถานที่ Covid Free Setting ก็จะมีความหวังว่าในปีนี้โรคนี้จะเปลี่ยนจากโรคระบาดมาเป็นโรคประจำถิ่น
พญ.สุมนี กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดการในระยะนี้ยังต้องเน้นตรวจคัดกรองด้วย ATK เป็นหลัก ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้นโยบายโดยใช้ ATK First หากจะร่วมกิจกรรมใดๆที่มีคนมากให้คัดกรองด้วยการตรวจ ATK ก่อน ซึ่งต้องใช้เป็นประจำให้เคยชิน โดยในช่วงนี้ต้องมีการกระตุ้นให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสองเข็มฉีดวัคซีนเข็มที่สาม ที่สำคัญยุทธศาสตร์ในการจัดการโควิดในปีนี้ คือการชะลอการระบาดให้ได้มากที่สุด
พญ.สุมนี ยังกล่าวถึงแผนการฉีดวัคซีนโควิดในเดือน ม.ค. ว่า แบ่งเป็นคนที่ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน และคนที่ต้องฉีดเข็มกระตุ้น โดยมีสูตรการฉีด คือ
สำหรับคนที่ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน กลุ่มเป้าหมายอายุ 18 ปีขึ้นไป จะฉีดสูตร แอสตร้าฯ – แอสตร้าฯ, แอสตร้าฯ – ไฟเซอร์, และซิโนแวค – แอสตร้าฯ ส่วนกลุ่มเป้าหมายอายุ 12 – 17 ปี จะฉีดสูตร ไฟเซอร์ – ไฟเซอร์
และสำหรับคนที่ต้องฉีดเข็มกระตุ้น คนที่ฉีดสูตร ซิโนแวค – แอสตร้าฯ (ฉีดครบเมื่อเดือน ส.ค. – ต.ค. 64) จะได้ฉีด เข็มกระตุ้นเป็น แอสตร้าฯ
ส่วนคนที่ฉีดสูตรแอสตร้าฯ – แอสตร้าฯ (ฉีดครบเมื่อเดือน ส.ค. – ต.ค. 64) จะได้ฉีด เข็มกระตุ้นเป็น ไฟเซอร์
ในขณะที่คนที่ฉีดสูตรวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม โดยต้องฉีดวัคซีนครบแล้ว 4 สัปดาห์ขึ้นไป จะได้ฉีดเข็มกระตุ้นเป็น แอสตร้าฯ