Advertisement

SHARE

วันที่ 29 ม.ค. นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงโอกาสที่เชื้อโคโรนาไวรัส 2019 จะแพร่กระจายจากคนสู่คนว่า การแพร่เชื้อเกิดจากใครคนหนึ่งพ่นน้ำลายออกไป และอีกคนหายใจเอาละอองน้ำลายเข้าไป การพูดคุยปกติก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่การไอและจามจะมีโอกาสมากกว่า
.
ดังนั้นที่กังวลเรื่องผู้ที่ไม่มีอาการสามารถแพร่เชื้อได้หรือไม่ ในทางทฤษฎีเป็นไปได้ แต่โอกาสแพร่เชื้อที่เกิดจากการไอและจาม จะมีสูงกว่า
.
“ความกังวลที่ว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้ติดเชื้อแล้วแต่อาจจะไม่มีอาการแล้วมาเดินเพ่นพ่าน อยู่ในประเทศไทย แต่พอเขามีอาการปุ๊บ เขาก็เข้าโรงพยาบาลทั้งหมดเลย ถ้าบอกว่าเป็นไปได้ไหม 4 คนนี้ที่เดินไปเดินมาในช่วงไม่กี่วัน อาจจะวันเดียวก่อนที่เขาจะมีอาการ อาจจะเริ่มมีเชื้อที่คอ ไม่ได้แปลว่าตั้งแต่เขาเดินเข้าไทยเขาจะมีเชื้อในคอ เขาจะมีเชื้อในคอเพียงไม่กี่วัน ดีไม่ดีไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะเริ่มมีอาการแค่นั้นเอง”
“เพราะฉะนั้นช่วงหน้าต่างที่เขาจะแพร่เชื้อไม่ได้สูง และวิธีการแพร่เชื้อไม่ได้มีประสิทธิภาพสูง”
.
“เพราะฉะนั้นถามว่าโอกาสมีไหม มี แต่ไม่ได้สูง”
เมื่อถามถึงความจำเป็นในการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศ นพ.ธนรักษ์ ตอบว่า คำถามนี้เป็นคำถามแสนล้าน พร้อมยกตัวอย่างการแพร่ระบาดจากคนสู่คนในจีน ญี่ปุ่นและเยอรมนี ทั้ง 3 ประเทศนี้ต้องปิดประเทศหรือไม่ และถ้าเกิดอีกประเทศถัดมาต้องปิดประเทศหรือไม่
.
“คำถามนี้เป็นคำถามร้อยล้านขึ้นอยู่กับว่าเราจะชั่งน้ำหนักอย่างไร เวลาที่เราจัดการ เราชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ที่เราได้รับ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นและวิธีการที่เราสามารถลดผลกระทบจากมันได้”
.
องค์การอนามัยโลก (WHO) พูดเสมอว่า การจำกัดการค้าการเดินทางเป็นวิธีป้องกันโรคที่ไม่แนะนำ ถึงวันนี้ก็ยังไม่แนะนำ
.
ด้าน นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า ในอดีตที่มีเหตุการณ์ เช่น การแพร่ระบาดของอีโบล่าหรือเมอร์สที่รุนแรงกว่า ก็ไม่เคยมีการใช้มาตรการจำกัดการเดินทาง เพราะเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน และการใช้มาตรการนี้จะกระทบด้านอื่น คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของประเทศด้วย เวลาเราทำงานเราไม่ได้มองมิติสุขภาพอย่างเดียว

FOLLOW US

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...