Advertisement

SHARE

นักวิทยาศาสตร์ประจำองค์การอนามัยโลกชี้ว่า โลกของเราอาจสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ต่อต้านไวรัสโควิด-19 ไม่ทันภายในปีนี้ พร้อมย้ำมาตรการรักษาระยะห่าง ล้างมือและสวมหน้ากากยังจำเป็นต่อการควบคุมโรคโควิด-19

วันที่ 12 มกราคม 2564 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างซอมยา สวามินาทัน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ประจำองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เปิดเผยเมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) ว่า แม้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อยับยั้งการระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาวัคซีนที่ไม่ได้มีแค่ 1 ชนิด แต่ในตอนนี้มีวัคซีนโควิด-19 หลายชนิดที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพต้านเชื้อโควิด-19 แล้ว แต่สุดท้ายการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในโลกใบนี้เพื่อต่อต้านโควิด-19 น่าจะเกิดขึ้นไม่ทันปี 2564 อยู่ดี

หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ประจำองค์การอนามัยโลกชี้ว่า การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่จำเป็นต้องมีการผลิตวัคซีนโควิด-19 ออกมาใช้ไม่ใช่แค่ล้านโดส แต่อาจหมายถึงหลักหลายพันล้านโดสทีเดียว ดังนั้นมาตรการที่ยังจำเป็นที่สุดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คือการรักษาระยะห่าง ล้างมือสม่ำเสมอ และการสวมหน้ากาก

ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายตั้งความหวังว่า วัคซีนโควิด-19 อาจเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในการยุติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และทำให้ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนหลายประเทศทั่วโลกจะเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ รวมทั้งการค้นพบไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่า ไวรัสที่กลายพันธุ์จะมีฤทธิ์รุนแรงกว่าไวรัสสายพันธุ์เดิมหรือไม่ รวมทั้งยังไม่มั่นใจว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพต่อไวรัสกลายพันธุ์แค่ไหน แต่ที่มีข้อมูลแน่ชัดแล้วคือ ไวรัสกลายพันธุ์มีส่วนทำให้การแพร่ระบาดรวดเร็วขึ้น

ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมอยู่ที่กว่า 91.3 ล้านคน โดยสหรัฐฯ เป็นประเทศที่พบผู้ป่วยโควิด-19 มากที่สุดกว่า 23.1 ล้านคน ตามมาด้วยอินเดียและบราซิล ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ทั่วโลกอยู่ที่ 1.95 ล้านคนแล้ว

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...