Advertisement

SHARE

ม็อบเครือข่ายเกษตรกร 3 จังหวัด กว่า 500 คน เดินทางทวงถามความคืบหน้าหนี้สินเกษตรกร เตรียมประชุมเจรจากับตัวแทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ต.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรของพระราชา จาก 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร, นครสวรรค์ และพิษณุโลก จำนวนกว่า 500 คน พร้อมด้วยรถกระบะที่บรรทุกอาหารและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น จำนวนกว่า 65 คัน โดย นายโกวิท เทพไพฑูรย์ อายุ 66 ปี ที่ปรึกษาเครือข่ายเกษตรกรของพระราชา นางราตรี เอี่ยมสะอาด และนายมาโนช อินทะกูล ประธานเครือข่ายฯ ได้เดินทางมาแวะพักค้างคืนที่บริเวณวัดช้าง ริมถนนสายเอเชีย หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เพื่อที่จะเดินทางต่อไปทวงถามความคืบหน้าเรื่องหนี้สินของเกษตรกรและกองทุนฟื้นฟู ที่ทาง ครม.ได้ทำการอนุมัติมาแล้ว ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ปกครอง อำเภอเมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง คอยอำนวยความสะดวก

ด้าน นายโกวิท กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรของพระราชาจาก 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้รวมตัวกันเดินทางด้วยรถกระบะมุ่งหน้าไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทวงถามเรื่องดังต่อไปนี้

1. ขอเพิ่มรายชื่อปรับโครงสร้างหนี้ตามมติ ครม. 2 ต.ค. 61

2. ให้นำรายชื่อที่เพิ่มเติมเข้า ครม.

3. ให้ธนาคารของรัฐทั้งหมด 5 ธนาคาร ซึ่งประกอบไปด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกรุงไทย และสหกรณ์ รวมถึงบริษัทไฟแนนซ์อีก 20 กว่าบริษัท ซึ่งเป็นมติของ ครม.อยู่แล้ว เกษตรกรที่เป็นหนี้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้

ทั้งนี้ เกษตรกรที่เดินทางมาทั้งหมดเป็นเกษตรกรที่มาแจ้งความประสงค์ไว้ ในสมัยที่ คสช.ออกคำสั่งที่ 26/2556 และประเด็นสุดท้ายที่มีการทุจริตในกองทุนฟื้นฟู ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ สตง. และ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดแล้ว แต่เรื่องก็ยังค้างคาอยู่ เป็นเหตุให้กองทุนฟื้นฟูไม่สามารถตั้งงบประมาณได้ จะเบิกจ่ายงบประมาณไม่ได้ เพราะงบประมาณเก่ายังไม่ได้รายงานตามกฎหมาย ซึ่งมีกำหนดไว้ว่าจะต้องรายงานทุกปีถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐ

นายโกวิท ยังกล่าวต่ออีกว่า การฟื้นฟูอย่างเข้มข้นไม่ได้เป็นแบบนโยบายอย่างทุกวันนี้ จำนำบ้าง ประกันราคาบ้าง การฟื้นฟูเบื้องต้นต้องทำข้าวเปลือกให้เป็นข้าวสาร โดยเกษตรกรเองสีข้าวสารขายเพราะราคาข้าวสารแพงกว่าข้าวเปลือก รายได้ของเกษตรกรก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้มีเงินไปใช้หนี้โดยไม่ต้องพึ่งรัฐบาล ซึ่งตนเองได้ทำการประสานกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่าในวันอาทิตย์ที่ 27 ต.ค. 62 ที่จะถึงนี้ นายสุธัญญ์ ฤทธิ์ขาบ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน (สกร.) พร้อมคณะ จะเดินทางมาที่วัดช้าง เพื่อร่วมพบปะพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...