Advertisement

SHARE

สื่อต่างชาติรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เปิดเผยถึงสาเหตุที่ Ant Group ถูกสั่งระงับเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่เซี่ยงไฮ้และฮ่องกง ว่าเป็นเพราะนายสี จิ้นผิง สั่งการเพราะไม่พอใจการแสดงความเห็นของนายแจ็ค หม่า

หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์ สตรีท เจอร์นัล (the Wall Street Journal) รายงานอ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนที่เปิดเผยว่า สาเหตุที่ Ant Group ฟินเทคยักษ์ใหญ่ของนายแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา ไม่สามารถเปิดการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เซี่ยงไฮ้และฮ่องกงได้ตามแผน เนื่องจากถูกนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนสั่งระงับ เพราะไม่พอใจการให้ความเห็นของนายแจ็ค หม่า

รายงานระบุว่า นายสี จิ้นผิงเป็นผู้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระงับการซื้อขายหุ้นของ Ant Group ซึ่งเดิมมีกำหนดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ในช่วงปลายเดือน ต.ค. รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้นำจีนไม่พอใจนายแจ็ค หม่า น่าจะมาจากการที่นายแจ็ค หม่า ไปพูดในการประชุมที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่เขาระบุว่า ระบบกำกับดูแลของทางการจีนบั่นทอนการสร้างนวัตกรรม และมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูประบบเหล่านี้

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ความเห็นของนายแจ็ค หม่า ถูกเจ้าหน้าที่รวบรวมและส่งขึ้นไปให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีน รวมถึงนายสี จิ้นผิงได้อ่าน ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้เขียนรายงานเกี่ยวกับ Ant Group โดยพูดถึงความพยายามของบริษัทดังกล่าวในการใช้เทคโนโลยีทางการเงินโน้มน้าวให้คนที่มีรายได้น้อยและกลุ่มคนหนุ่มสาวเป็นหนี้มากขึ้น

โดยในช่วงก่อนการสั่งระงับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ Ant Group มีรายงานว่า ธนาคารกลางของจีนและหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบด้านการเงิน ได้เรียกตัวนายแจ็ค หม่า และทีมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทไปพูดคุย แต่ไม่ได้มีรายละเอียดใดๆ ออกมาอย่างเป็นทางการ ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์สพยายามสอบถามความคืบหน้าของเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลจีนและ Ant Group แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ออกมาให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายจับตาการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของ Ant Group ซึ่งเป็นบริษัทด้านการเงิน ผู้ให้บริการระบบจ่ายเงินอาลีเพย์ (Alipay) มีผู้ใช้บริการในจีนกว่า 1 พันล้านคน ขณะเดียวกันยังทำธุรกิจด้านการให้เงินกู้ ประกันภัยและการจัดการทรัพย์สินด้วย โดยหลายฝ่ายเชื่อว่า หาก Ant Group ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ที่เซี่ยงไฮ้และฮ่องกงตามแผนเดิมจะทำให้บริษัทมีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์พุ่งไปแตะ 34,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1.07 ล้านล้านบาท

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...