Advertisement

SHARE

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ทางการจีนประกาศยกเลิกมาตรการปิดเมืองอู่ฮั่น เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก และสร้างความเสียหายต่อชีวิตของผู้คนและเศรษฐกิจของหายประเทศทั่วโลก ที่กินเวลานานถึง 76 วัน ลงอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความโล่งใจของหลายฝ่าย

 

 

แม้ทุกอย่างจะดูเหมือนคลี่คลายลงแล้ว แต่ถึงกระนั้น ความเสียหายและความสูญเสียทั้งต่อชีวิตของผู้คนและต่อสภาพเศรษฐกิจของเมืองอุตสาหกรรมแห่งนี้ ได้ฝากบาดแผลในใจของผู้คนจำนวนมากเอาไว้ เว็บไซต์นิวยอร์กไทมส์ ได้เดินทางไปที่เมืองอู่ฮั่น เพื่อไปพูดคุยกับผู้คนว่า จริงๆ แล้วทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้วจริงหรือไม่ แล้วพวกเขาจะดำเนินชีวิตกันอย่างไรต่อไป

 

แต่เมืองที่ถูกปิดตายมานาน 10 สัปดาห์ นับตั้งแต่เดือนมกราคม ร่องรอยของความเสียหายยังคงไม่หายไปไหน และการฟื้นตัวของที่นี่จะกลายเป็นบทเรียนให้แก่หลายประเทศทั่วโลก ว่าผู้คนที่นี่สามารถก้าวข้ามบาดแผลและเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาได้อย่างไร

 

ชาวเมืองอู่ฮั่นนับแสนคนได้เผชิญหน้ากับความป่วยไข้และความตาย ซึ่งความเจ็บปวดเหล่านี้จะยังคงอยู่กับพวกเขาไปอีกนานหลายสิบปี ในขณะที่ธุรกิจหลายแห่งที่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้ อาจต้องเผชิญหนทางที่ยากลำบากที่รออยู่ข้างหน้า การเดินทางเข้าออกเมืองยังคงมีมาตรการที่เข้มงวด จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เมืองนี้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในเร็วๆ นี้

 

ทางการจีนประกาศใช้มาตรการปิดเมืองอู่ฮั่น เมืองอุตสาหกรรมที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 11 ล้านคน ในช่วงปลายเดือนมกราคม เพื่อพยายามควบคุมการแพร่ระบาด ในขณะนั้น ประเทศอื่นๆ มองว่านี้เป็นมาตรการที่สุดโต่งมากเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้เฉพาะประเทศที่มีระบบการปกครองแบบจีนเท่านั้น

 

 

แต่สิ่งที่ต้องแลกมากับการประกาศมาตรการปิดเมืองอย่างเต็มรูปแบบคือ ผู้คนต้องตกงาน สูญเสียรายได้ ต้องใช้ชีวิตอย่างไม่ปกติสุข

 

การเปิดเมืองอีกครั้งในวันนี้ เกิดขึ้นภายหลังการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเพียง 3 ราย ในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ และหนึ่งวันหลังทางการจีนรายงานว่า ไม่พบผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม และคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกเคหะสถาน เพิ่งถูกยกเลิกไปหลังช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมาในจีน

 

ก่อนหน้านี้ ทางการจีนออกแอปพลิเคชั่นประเมินความเสี่ยงไวรัสโคโรนา ที่มีชื่อว่า “Alipay Health Code” แอปพลิเคชันที่จะประเมินค่าความเสี่ยงต่อไวรัสโคโรนาของผู้ใช้งานเป็น 3 ระดับ คือสีเขียว สีเหลือง และสีแดง เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องยืนยันในการทำกิจกรรมหลายชนิด ไม่ว่าบุคคลนั้นมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ เช่น ใช้บริการขนส่งมวลชน เข้าอาคาร เข้าทำงาน ผ่านทางไปยังเมืองอื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเมื่อแอปดังกล่าวไม่มีความโปร่งใส และมีการรายงานตำแหน่งที่อยู่ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง

 

ด้านสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนรายงานว่า บริษัทผู้ให้บริการรถไฟแห่งชาติของจีน คาดว่าจะมีผู้เดินทางออกจากเมืองอู่ฮั่นโดยทางรถไฟในวันนี้ (8 เม.ย.) ราว 55,000 คน

 

อย่างไรก็ตาม ภายในเมืองอู่ฮั่น ยังคงมีการบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดทั้งต่อบุคคลและธุรกิจต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสกลับมาแพร่ระบาดได้อีก ทางการยังคงร้องขอให้ประชาชนอยู่บ้านให้ได้มากที่สุด และโรงเรียนยังคงปิด

 

ชาวเมืองอู่ฮั่นหลายคนอาจไม่ต้องการให้ใครมาบอกพวกเขาให้กักตัวอยู่แต่ในบ้าน หรือไม่ต้องการให้ใครมาบอกให้พวกเขาไม่ต้องพูดอะไรเกี่ยวกับการเดินทางออกจากเมืองนี้ ประสบการณ์เกี่ยวกับความตายและการเฉียดตายได้สร้างบาดแผลทางใจให้กับหลายคน เพราะกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งประเทศอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น

 

หยานฮุ่ย หญิงชาวเมืองอู่ฮั่นวัย 50 ปีเศษที่หายจากโรคโควิด-19 แล้ว กล่าวว่า ชาวอู่ฮั่นต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งนี้เป็นที่แรก  ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงของพวกเขาถ้าไม่ล้มป่วยก็เสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา ดังนั้น ความเข้าใจเกี่ยวกับหายนะครั้งนี้จึงลึกซึ้งกว่าถ้าเทียบกับคนในเมืองอื่น

 

ตอนนี้ อู่ฮั่นไม่ได้เป็นมหานครที่กาลเวลาดูเหมือนจะหยุดชะงัก เช่นเดียวกับที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ร้านค้าต่างๆ เริ่มทยอยเปิดขายของ และตั้งแผงติดริมถนน เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าต่างๆ เช่น ผัก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ได้โดยไม่ต้องเดินเข้าไปในร้าน สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแยงซีเกียง เริ่มมีประชาชนออกมาพักผ่อนหย่อนใจเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์

 

บรรดาผู้สูงอายุเริ่มออกมาจับกลุ่มกันนอกบ้าน เพื่อพูดคุยหรือเล่นหมากรุกจีน เด็กๆ เริ่มออกมานอกบ้าน โดยมีพ่อแม่คอยดูแล รถเมล์และรถไฟใต้ดินเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้ง แม้จะมีผู้โดยสารใช้บริการไม่มากนัก

 

ตามอพาร์ทเมนต์ต่างๆ เต็มไปด้วยกล่องกระดาษเปล่ากองพะเนิน ซึ่งเป็นผลมาจากการซื้อของออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น จากข้อมูลของบริษัท JD.com เมื่อเดือนมีนาคม ปริมาณการขนส่งสินค้าในมณฑลหูเป่ยเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์

 

JD.com เปิดเผยว่า ผู้คนซื้อสินค้าเพื่อปรนเปรอตัวเองมากขึ้น จากเดิมที่เป็นการซื้อสินค้าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันหรืออุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกายในบ้าน เป็นการซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และอุปกรณ์สำหรับการท่องเที่ยว

 

บริษัทหลายแห่งในเมืองอู่ฮั่นเริ่มแจ้งพนักงานให้กลับมาทำงานแล้ว เพื่อให้เมืองกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง นายหู ยาโป รองนายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮั่น ระบุในการแถลงข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ราวร้อยละ 94 ของธุรกิจต่างๆ ในเมืองอู่ฮั่น หรือเกือบ 11,000 บริษัท ได้กลับมาทำงานตามปกติแล้ว ส่วนบริษัทด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อยู่ที่ราวร้อยละ 97 สำหรับภาคบริการ อยู่ที่ร้อยละ 93

 

ในการแถลงข่าวเดียวกัน ยังระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่าพวกเขาสามารถประกอบธุรกิจได้มากเพียงใด ส่วนบริษัทด้านอุตสาหกรรมในอู่ฮั่น มีลูกจ้างที่กลับมาทำงานเพียงร้อยละ 60 และปริมาณการใช้ไฟฟ้าคิดเป็นเพียง 1 ใน 5 ของช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

 

นายหู ยาโป กล่าวว่า บริษัทฮอนด้า กลับมาดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ส่วนหัวเว่ย บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน เปิดเผยในทวิตเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิจัยของบริษัทที่เมืองอู่ฮั่น ต้องการกลับไปทำงานอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ว่า “คลื่นของพลังบวกที่สดใหม่ได้พัดโอบล้อมตัวอาคารแล้ว”

 

 

แต่ถึงกระนั้น ความกังวลเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจในท้องถิ่นยังคงปรากฏให้เห็น ภาคอุตสาหกรรมหลายแห่งของจีนประสบปัญหาอย่างรุนแรง การระบาดกระทบความต้องการสินค้าจากต่างประเทศ ทำให้ยอดการส่งออกลดลง ขณะที่ธุรกิจต่างๆ อาจต้องลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในด้านสถานที่ และการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์

 

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ระบุว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อการระบาดในจีนพุ่งขึ้นในระดับสูงสุด ในเมืองอู่ฮั่นไม่มีการทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่สร้างขึ้นมาใหม่หรือที่สร้างเสร็จแล้ว

 

เฮเลน ติง วัย 47 ปี ทำงานในบริษัทด้านสถาปนิกและออกแบบในอู่ฮั่น โครงการหลายแห่งของบริษัทล้วนแต่เป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถยกเลิกได้ ทำให้หัวหน้าของเธอต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับธุรกิจในอนาคตและลูกค้าในอนาคต เธอบอกว่า ทั่วโลกต่างตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ และตราบเท่าที่ยังคงเป็นแบบนี้ ไม่มีใครรู้สึกมั่นใจอะไรเลย

 

สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การสูญเสียรายได้อาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคต บริษัทที่ต้องปลดลูกจ้าง ก็อาจไม่สามารถจ้างพวกเขากลับมาได้ เนื่องจากขาดเงินหมุนเวียน  หลายบริษัทกังวลเกี่ยวกับสินค้าค้างสต็อกที่ขายไม่ได้ ค่าบำรุงรักษา และภาษีสินค้านำเข้าหรือส่งออก เนื่องจากการระบาดกระทบกับการค้าขายทั่วโลก

 

ต้นเดือนที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจร้านอาหารขนาดใหญ่ ได้ส่งจดหมายไปยังทางการเมืองอู่ฮั่น เพื่อร้องขอให้ลดค่าเช่า สนับสนุนเงินกู้ และค่าแรง โดยระบุว่า นี่คือหายนะอย่างแท้จริงสำหรับอุตสาหกรรมนี้

 

นายหลิว ตงโจว เจ้าของบริษัทผู้ผลิตอาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็ง กล่าวว่า ตอนนี้เขาหวังที่จะเปิดดำเนินกิจการอีกครั้งในสัปดาห์หน้า แต่คาดว่าจะต้องปลดพนักงานออกราว 1 ใน 5 จากจำนวนทั้งหมด 80 คน แม้ว่าเขาจะเคยได้ยินมาว่า รัฐบาลมีนโยบายในการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก แต่เขาคิดว่ามันอาจไม่เหลือมาถึงมือเขาในระยะอันสั้นนี้

 

แม้ทางการจะอนุญาตให้ประชาชนเดินทางออกจากเมืองอู่ฮั่นแล้ว แต่นายหลิว กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในย่านที่เขาอาศัย ทางการยังคงใช้มาตรการที่เข้มงวดต่อการเดินทางของประชาชน และการประกาศเปิดเมืองวันนี้อาจไม่ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากนัก

 

“สำหรับชาวบ้านธรรมดา ไม่ว่าคุณจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกการปิดเมือง มันก็แทบไม่ต่างอะไรมาก”

 

 

ส่วน “หยาน” พนักงานขายที่ทำงานในบริษัทเจเนอรัล อิเล็กทริกในเมืองอู่ฮั่น บอกว่า เจ้านายของเธอยังรู้สึกกังวลที่ต้องเรียกพนักงานจำนวนมากกลับมาทำงาน เนื่องจากยังกลัวการระบาด “พวกเขาอาจจะต้องยอมกัดฟันและเดินหน้าต่อไป เพราะนี่คือบริษัทขนาดใหญ่”

 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ “หยาน” เคยรับการรักษาตัวจากโควิด-19 ในโรงพยาบาลหั่วเฉินชาน นานถึง 15 วัน หลังการระบาดเริ่มขึ้น เธอเริ่มกักตุนอาหารในอพาร์ทเมนต์ เมื่อเธอกลับมาจากโรงพยาบาล อาหารก็เน่าเสียหมดแล้ว

 

ตอนนี้เธอยังคงอยู่ในช่วงลาป่วย และช่วยทำงานให้บริษัทเท่าที่จะทำได้ และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่อพาร์ทเมนต์ เธอไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่่มา  2 เดือนแล้ว แม้พวกเขาจะอาศัยอยู่ในตึกที่ติดกับเธอก็ตาม

 

สำหรับเธอแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เธอต้องจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในชีวิตเสียใหม่ โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพและครอบครัวเป็นอย่างแรก ตามมาด้วยงาน อาชีพ และความสำเร็จ

 

ประสบการณ์ครั้งนี้ ทำให้เธอมองเห็นเมืองบ้านเกิดในรูปแบบใหม่ หญ้าเขียวขจขึ้น ต้นไม้ดูงอกงาม หรือแม้แต่ได้ยินเสียงนกจากในสวนข้างอพาร์ทเมนต์ “ก่อนหน้านี้ อู่ฮั่นเป็นเมืองที่ต้องใช้ความสามารถในการอยู่รอดสูง ในขณะที่กรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้น เป็นเมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ แต่ตอนนี้อู่ฮั่นเพิ่งเริ่มต้น”

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...