Advertisement

SHARE

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประชุมนัดสำคัญของสมาชิกระดับสูงประจำพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อกำหนดแผน 5 ปี ขณะเดียวกันการประชุมในครั้งนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังกำหนดยุทธศาสตร์ชาติที่หวังให้ 15 ปีข้างหน้า เป็นช่วงเวลาสำคัญปูทางให้จีนเป็นประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่ยอดเยี่ยม
ยุทธศาสตร์ชาติ 15 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในมุมหนึ่งถูกมองว่า เป็นแผนดำเนินการที่มองไปข้างหน้าถึงอนาคตอย่างเป็นระบบ แต่ในอีกมุมหนึ่งถูกวิจารณ์ว่า นี่เป็นการเปิดทางให้นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนคนปัจจุบัน มีเหตุผลที่จะเป็นผู้นำประเทศไปได้ตลอดชีวิต แผนดังกล่าวคืออะไร แล้วทำไมถึงกลายเป็นข้ออ้างให้นายสี จิ้นผิงอยู่ยาวได้ วันนี้ workpointTODAY สรุปมาเป็นข้อๆ ดังนี้
1️⃣ สมาชิกระดับสูงประจำพรรคคอมมิวนิสต์จีนราว 200 คน เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกลางครั้งที่ 19 ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ (26 ต.ค.) โดยในการประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญคือการกำหนดแผน 5 ปี ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปีหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะดำเนินการทุก 5 ปีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบทศวรรษ คือการที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ประกาศยุทธศาสตร์ในปี 2578 หรือในอีก 15 ปีข้างหน้าด้วย
2️⃣ ยุทธศาสตร์ชาติ 15 ปีของจีนไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นบ่อยนัก โดยครั้งสุดท้ายมีการกำหนดยุทธศาสตร์นี้ไว้สำหรับปี 2538-2553 ในสมัยที่นายเจียง เจ๋อหมิน เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ 15 ปีในตอนนั้น เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการทหารเป็นหลัก
3️⃣ สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ 15 ปีในยุคสี จิ้นผิง ที่กำลังจะบังคับใช้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนเน้นให้จีนเป็นประเทศแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในปี 2578 ซึ่งจะเป็นก้าวแรกสู่เป้าหมายสำคัญคือ การที่จีนจะต้องเป็นชาติสังคมนิยมสมัยใหม่ที่ยอดเยี่ยมในปี 2592 ซึ่งจะครบ 100 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนพอดี
4️⃣ ยุทธศาสตร์ชาติ 15 ปี ถูกกำหนดแผนในเชิงรูปธรรมในช่วง 5 ปีแรก คือตั้งแต่ปี 2564-2568 ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะใช้เวลาในช่วงนี้สร้างระบบสาธารณูปโภคใหม่ที่เอื้อต่อการแข่งขันด้านนวัตกรรม เช่นการพัฒนาเครือข่าย 5G และการปรับเปลี่ยนบทบาทของอินเทอร์เน็ตสู่การใช้ในรูปแบบอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี เมืองอัจฉริยะ (Smart cities) ไปจนถึงระบบสอดแนมที่เป็นเลิศ

5️⃣ แม้ยุทธศาสตร์ชาติ 15 ปีจะดูเป็นแผนที่มีความชัดเจน มีการกำหนดเป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้ติดตามสถานการณ์การเมืองมองว่า นี่เป็นการตั้งยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเหตุผลให้นายสี จิ้นผิง ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศจีนไปได้ตลอดชีวิต
6️⃣ นายสี จิ้นผิง ปัจจุบันอายุ 67 ปี เป็นประธานาธิบดีจีนมาตั้งแต่ปี 2556 โดยในตอนนี้เขาอยู่ในวาระที่ 2 ของการดำรงตำแหน่งผู้นำจีน และจะหมดวาระที่ 2 ในปี 2565
อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2561 หรือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีการแก้กฎข้อบังคับ ยกเลิกการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีน จากเดิมที่กำหนดให้ไม่เกิน 2 สมัย เป็นไม่จำกัดวาระ เปิดทางให้นายสี จิ้นผิง เป็นประธานาธิบดีจีนสมัยที่ 3 ได้
7️⃣ ตามปกติแล้วการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน จะพอเห็นได้ว่าใครคือบุคคลที่ถูกวางบทบาทเป็นผู้นำจีนคนต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้นำคนปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งถึง 2 สมัยแล้ว แต่ไม่ใช่กับในครั้งนี้ ที่ดูเหมือนจะไม่มีการวางใครรับไม้ต่อจากนายสี จิ้นผิง
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่ออเมริกัน ตั้งข้อสังเกตว่า นายสี จิ้นผิง พยายามปูทางให้ตัวเองเป็นผู้นำจีนตลอดชีวิตมานานแล้ว ผ่านการกวาดล้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งอาจขึ้นมาเป็นคู่เปรียบ รวมทั้งยังเปิดปฏิบัติการต่อต้านทุจริตตั้งแต่ต้นปีนี้ ไปจนถึงปี 2565 ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกที่สามารถใช้กำจัดคู่แข่งทางการเมืองได้ ไปจนถึงปลายวาระประธานาธิบดีสมัยที่ 2 พอดี
8️⃣ ย้อนกลับไปสมัยที่จีนวางยุทธศาสตร์ชาติ 15 ปีครั้งก่อน คือเมื่อปี 2538-2553 ซึ่งในตอนนั้นเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการทหาร ผลที่ตามมานอกจากเรื่องการพัฒนาตามแนวทางข้างต้นแล้ว ยังทำให้นายเจียง เจ๋อหมิน สามารถทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางต่อได้อีกเกือบ 2 ปี ทั้งๆ ที่ส่งต่ออำนาจให้กับนายหู จิ่นเทาแล้ว
9️⃣ ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีน รวมทั้งนักการทูตที่ประจำอยู่ในประเทศจีนมองว่า นายสี จิ้นผิง น่าจะใช้ยุทธศาสตร์ชาติ 15 ปี เป็นเหตุผลที่ต้องอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ คือตั้งแต่ปี 2564-2569 ที่ถูกอธิบายว่า เป็นก้าวแรกของยุทธศาสตร์ชาติ 15 ปี ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า นายสี จิ้นผิง ต้องการอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีจีนถึง 4 สมัย คือไปจนถึงปี 2575 ซึ่งในตอนนั้น นายสี จิ้นผิง จะมีอายุ 79 ปี

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...