จังหวัดยะลาเตรียมเปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย 15 เม.ย.นี้ เร่งแผนปูพรมตรวจเชื้อโควิด-19 แบบเข้มในอำเภอบันนังสตาเป้าหมาย 3 พันคนวัน
วันที่ 13 เม.ย.2563 นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จากข้อมูลการตรวจเชื้อ COVID-19 จากผู้ป่วยสงสัย 700 กว่าตัวอย่าง พบผู้ป่วยยืนยัน 82 คน คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับตัวอย่างที่ตรวจ ซึ่งถ้าตรวจไปเรื่อยตามการสอบสวนโรคก็จะไม่รู้ว่าจะเจอกลุ่ม 10 เปอร์เซ็นต์ นั้นตอนไหน และกลุ่มนี้ได้แพร่เมื่อไรก็ไม่อาจทราบได้ จึงเป็นที่มาของการปูพรมตรวจหาเชื้อแบบรวดเดียวหา 10 เปอร์เซ็นต์ นั้นให้เร็วที่สุด เพื่อนำคนกลุ่มนี้มาอยู่ในที่สังเกตอาการ ดูแลเป็นการเฉพาะ และควบคุมไม่ให้โรคแพร่ระบาดในชุมชน ซึ่งการปูพรมตรวจหาเชื้อนั้นต้องเพิ่มศักยภาพงานห้องแล็บ เพิ่มอุปกรณ์ เครื่องมือ ใช้งบประมาณเกือบ 2 ล้านบาท ส่วนน้ำยาที่ใช้ในการตรวจและวัสดุอื่นที่ประกอบการตรวจหาเชื้อ ใช้งบประมาณเกือบ 3 ล้านกว่าบาท
นพ.สงกรานต์ กล่าวว่า เป้าหมายของการปูพรมตรวจจะมีคนที่สังเกตอาการอยู่ที่บ้าน และกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสรวมแล้ว คือ 3,000 กว่าคน นี่ถ้าเจอ 30 คน นี้ถือว่าเร็ว และจะนำมาอยู่ที่ศูนย์สังเกตอาการ ก็จะทำให้โรคไม่เกิดการแพร่เชื้อในชุมชน เมื่อควบคุมได้ก็จะสามารถคลายมาตรการล็อกดาวน์จังหวัดไว้ได้ ทำให้พี่น้องประชาชนมีกิจวัตรประจำวันตามปกติได้เร็วขึ้น รวมถึงเข้าใกล้เดือนรอมฎอนแล้ว จึงต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด และวันที่ 15 เมษายนนี้ ก็จะมีการเปิดด่านไทย-มาเลเซีย จึงต้องเตรียมการรองรับการเดินทางกลับมาของคนไทยในมาเลเซีย ทั้งในเรื่องสถานที่สังเกตอาการ 14 วัน และการตรวจคัดกรอง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเคลียร์เร่งหาผู้ติดเชื้อในพื้นที่ก่อน เพื่อลดภาระของเจ้าหน้าซึ่งจะเริ่มตรวจหาเชื้อจากอำเภอที่มีผู้สงสัยน้อยให้เสร็จก่อน และรวบรวมกำลังคนจากอำเภอตรวจเสร็จแล้ว ไปช่วยตรวจหาเชื้อในอำเภอที่มีผู้ต้องสงสัยเป็นจำนวนมาก
“เป้าหมาย 3,000 คน มีทุกอำเภอ อำเภอที่มากที่สุดคืออำเภอบันนังสตา เราจะทำให้ในอำเภอได้ควบคุมโรคได้เร็วขึ้น ทั้งอำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต อำเภอยะหา ซึ่งมีกลุ่มสัมผัสที่เป็นกลุ่มใหญ่อยู่ ประมาณปลายสัปดาห์นี้วัสดุต่าง ๆ คงจะมาแล้ว สัปดาห์ถัดไปก็น่าจะได้ร่วมทำ คิดว่าในหนึ่งวันจะอยู่ที่ประมาณ 300 กว่าตัวอย่าง ถ้าทำพร้อมกันทั้งหมดจะได้ประมาณ 3,000 ตัวอย่าง ภายใน 10 วันก็น่าจะคลี่คลายและจบได้” นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าว
ขณะเดียวกันวันนี้นายวรเชษฐ์ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และนพ.สงกรานต์ ได้เข้าพบกลุ่มนักศึกษาที่กลับจากประเทศปากีสถาน จำนวน 18 ราย ซึ่งได้เข้ารับการกักตัว เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ จนครบตามกำหนด 14 วัน (ไม่พบเชื้อ) ก่อนปล่อยตัวกลับบ้าน ณ หอพักนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรจังหวัดยะลา