{{-- --}}
Advertisement

SHARE

แพทย์เผยนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้ามีอานุภาพเสพติดสูงกว่าเฮโรอีน ทำให้เลิกบุหรี่ยากขึ้นเกือบ 30%  ด้าน สธ. ยันไทยยังคงมาตรการห้ามผลิต-นำเข้า-จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โทษสูงสุด จำคุก 10 ปี ปรับ 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันที่ 19 ส.ค.2562 ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวในการประชุมนำเสนอการขับเคลื่อนเชิงนโยบายการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทยว่า ศจย. เป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานพิจารณาทบทวนมาตรการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าที่จัดตั้งโดยกระทรวงพาณิชย์โดยในการประชุมได้มี คณาจารย์ นักวิชาการ ตลอดจนนักกฎหมาย จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอความเห็นเพื่อการคงไว้ซึ่งมาตรการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ศจย. พร้อมสนับสนุนงานวิจัยแก่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้คงไว้ซึ่งมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นมาตรการที่เหมาะสมในการคุ้มครองสุขภาพและปกป้องเยาวชนไทยจากภัยบุหรี่ไฟฟ้า

พญ.นภารัตน์ อมรพุฒิสถาพร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงประเด็นโทษของบุหรี่ไฟฟ้าผลกระทบต่อสุขภาพและสังคมของประเทศไทยว่า บุหรี่ไฟฟ้า เป็นผลิตภัณฑ์เสพยาสูบหรือเสพนิโคตินที่ใช้การทำให้สารน้ำเกิดความร้อน และระเหยเป็นไอน้ำมาให้สูด สูบ โดยที่ไม่เกิดควันจากการเผาไหม้ ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าในตลาดมากกว่าร้อยละ 95 มีสารนิโคตินเป็นส่วนผสมอยู่ในสารน้ำ ซึ่งแปลว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ติดสารนิโคตินได้ มีผู้นำบุหรี่ไฟฟ้ามาเป็นทางเลือกเพื่อหวังผลเป็นตัวช่วยเลิกบุหรี่

ข้อมูลในแง่การช่วยเลิกบุหรี่ พบว่าผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า มีอัตราการเลิกบุหรี่ เพียงร้อยละ 5-9 และมีข้อมูลว่าหากคนที่สูบบุหรี่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวช่วยเลิกบุหรี่เทียบกับคนที่ไม่ได้ใช้ กลับทำให้โอกาสเลิกบุหรี่ลดลงไปกว่าเดิมถึงร้อยละ 27

พญ.นภารัตน์ กล่าวต่อว่า บุหรี่ไฟฟ้านอกจากมีนิโคตินที่มีอานุภาพการเสพติดสูงกว่าเฮโรอีน ผู้เสพสามารถเพิ่มสารนิโคตินในการสูบแต่ละครั้งได้สูงกว่าบุหรี่ธรรมดากว่า 3-10 เท่า นอกจากเสพติดยังทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูง ความดันโลหิตสูง มีภาวะหลอดเลือดสมองหดตัวเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง มีโลหะหนัก เช่น นิเกิล โครเมียมที่มีพิษต่อปอด แคดเมียมที่มีพิษต่อไต สารก่อมะเร็ง เช่น เบนซีน อะเซตตัลดีไฮด์ สารบางชนิดซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของตัวทำละลายของเหลวที่ใช้ในบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อโดนความร้อนเป็นไอน้ำเพื่อเสพ จะแปรเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็งได้คือ ไดเอทธิลีนไกลคอล และสารกลีเซอรอล สารแต่งกลิ่นผลไม้หรือกลิ่นหอมเพื่อเพิ่มจำนวนนักสูบหน้าใหม่มีฤทธิ์ทำลายเยื่อบุหลอดลม มีการปลดปล่อยอนุภาคขนาดเล็กมาก PM 2.5 และอนุภาคนาโนที่แทรกซึมเข้าร่างกายเป็นการสะสมพิษไปก่ออันตรายในอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย

บุหรี่ไฟฟ้าแบบไม่เผาไหม้ ภาพโดย FABRICE COFFRINI / AFP

นายจิระวัฒน์ อยู่สะบาย นิติกรชำนาญการ กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ภายใต้บริบทกฎหมายของประเทศไทย บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากมีกฎหมายควบคุมอย่างเด็ดขาด เริ่มตั้งแต่การห้ามนำเข้า ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนลักลอบนำเข้าจะต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้าหรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงให้ริบสินค้า และพาหนะที่ใช้ในการบรรทุกสินค้านั้นด้วย นอกจากนี้บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสินค้าที่ห้ามขาย หรือให้บริการ ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 ซึ่งกำหนดโทษสำหรับผู้ประกอบธุรกิจทั่วไปให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ที่กระทำผิดเป็นผู้ประกอบธุรกิจในฐานะผู้ผลิต ผู้สั่ง หรือผู้ที่นำเข้ามาเพื่อขายต้องรับโทษเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“หากมีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะที่กำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ เช่น ในโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด ถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 42 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และสำหรับกรณีของผู้ที่ช่วยซ่อนเร้น ซื้อ รับไว้ หรือมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครอง ทั้งที่รู้อยู่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นของที่ห้ามนำเข้ามาประเทศไทย ต้องถือว่ามีความผิดเช่นกัน ซึ่งหากถูกจับกุมดำเนินคดีต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 246 พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งมาตรการทางกฎหมายเหล่านี้ของประเทศไทย ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายและมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในหลายประเทศทั่วโลก” นายจิระวัฒน์ กล่าว

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...