Advertisement

SHARE

วันที่ 15 ต.ค. ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ศาสตราจารย์ ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ บรรยายพิเศษหัวข้อ “ประชาชน พรรคการเมือง ทหารไทย ติดกับดัก ก่อวิกฤติใหม่ประเทศไทย” โดยกล่าวออกตัวก่อนว่า เป็นหน้าที่ของนักวิชาการที่จะติง เตือนสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น และตนไม่ได้เป็นศัตรูกับคนกลุ่มไหนในสังคม มองทุกฝ่ายด้วยสายตาที่เป็นกลาง

ศ.ธีรยุทธ กล่าวว่า สังคมไทยปัจจุบันไม่มีเป้าหมาย จนกลับมาติดกับดักตัวเอง หลังจากผ่านยุคพัฒนาปี 2505-2535 สู่ยุคปฏิรูป ช่วงปี 2535-2557 แต่เป้าหมายการปฏิรูปประเทศหดตัวลีบลงไปเรื่อยๆ จนอาจจะกล่าวได้ว่า “การปฏิรูปตายแล้ว” จนมายุคปัจจุบัน 2557-2562 คือยุคติดกับดัก ไม่พบเป้าหมายที่เป็นทางออก

พรรคการเมืองอย่างไทยรักไทย และเพื่อไทยได้เสนอนโยบายประชานิยมที่จับใจ ต่อมามีพรรคอนาคตใหม่ ที่มีฐานเสียงชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ที่ไม่พอใจระบบเก่า แต่ทั้ง 2 พรรคก็ไม่มีการเสนอยุทธศาสตร์ที่จะนำประเทศข้ามความขัดแย้งไปข้างหน้า ส่วนพลังอนุรักษ์หรือทหารก็ติดกับดักความคิดที่เน้นเฉพาะความมั่นคง ไม่มีเป้าหมายกินใจประชาชนจนเกิดเป็นเป้าหมายร่วมของประเทศ

ศ.ธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า กระบวนทัศน์ใหม่ที่ครอบงำสังคมไทย คือ “ความเมือง” เข้ามาแทนที่ระบบคิดแบบ “การเมือง” ความต่างคือ “การเมือง” เป็นพื้นที่แข่งขันของความคิดที่ต่างกัน ไม่พอใจ โกรธชังกันแต่สามารถหาข้อสรุปโดยเสียงส่วนใหญ่ได้ แต่ “ความเมือง” เป็นการต่อสู้แบบมองกันเป็นศัตรู คนไทยส่วนหนึ่งกำลังรับกระบวนทัศน์นี้ มองการกระทำอีกฝ่ายไม่ว่าเล็กใหญ่เป็นภยันตรายร้ายแรงต่อบ้านเมือง เป็นศัตรูที่ต้องทำลายลงไป ขยายประเด็นเกินเหตุและผล ฟ้องร้องหาเรื่องดำเนินคดีความ ใช้อิทธิพลกดดันกระบวนการยุติธรรม ระบบคิดแบบนี้ทำให้ความขัดแย้งขยายตัวน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ จากความขัดแย้งเหลือง-แดง จนหลังสุด คือ คนรุ่นเก่า รุ่นใหม่

การที่ความขัดแย้งขยายตัวมาตลอด บ่งชี้ว่ารัฐบาล กับทหารจัดการกับวิกฤติการผิดพลาด มองปัญหาใจกลางผิด ทหารเอาค่านิยมของทหารเองในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ ยกให้เป็นปัญหาหลักของประเทศ ซึ่งปัญหานี้สำคัญ แต่ที่ควรหยิบยกเพื่อให้ได้ใจประชาชนส่วนใหญ่ควรเป็นปัญหาปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ ซึ่งกระทบประชาชนสูงมาก ปัญหาความมั่นคง ควรแก้ไขในลักษณะที่นิ่มนวล แบบแสดงความเข้าใจกันและกัน

ศ.ธีรยุทธ เสนอหนทางแก้ไข ให้สังคมมองสถานการณ์ให้กระจ่างตั้งสติอยู่ตรงกลาง ฝ่ายรัฐ ต้องไม่ใช้ “ความเมือง” ทำลายฝ่ายอื่น ศาลและระบบยุติธรรมต้องตริตรองทุกคดี ความหรือทุกปัญหาอย่างมีวิจารณญาณและหลักยุติธรรมอย่างแท้จริง

พร้อมแนะสิ่งที่รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ควรทำคือ โฟกัสการแก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้านจากสภาพ “รวยกระจุก จนกระจาย กลาง กระจ้อน” ซึ่งกระจ้อน หมายถึง แคระแกร็น อย่างจริงจัง เพราะปัญหาความเลื่อมล้ำมีสูง คนจน คนชั้นกลางลำบากจริงๆ และอีกประการคือ การเพิ่มคุณภาพของคนในทุกวัยในด้านการศึกษาพัฒนาทักษะใหม่ อาชีพใหม่สำหรับ เศรษฐกิจแบบ disruptive ที่เกิดขึ้นรวดเร็วในหลายๆ ด้าน

“การแก้ปัญหาครบทั้งต้นน้ำปลายน้ำ เช่นต้องมีการประกันรายได้การงานให้ และควรทำแบบเลือกสรรเฉพาะส่วน เพราะการปฏิรูปทั้งระบบใหญ่โตเกินไป ไม่สามารถทำได้จริง ถ้าทำเช่นนี้ ก็จะเป็นการเลือกลำดับ ความสำคัญได้ถูกต้องใกล้เคียงมากที่สุด”

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...