Advertisement

SHARE

นายกฯ แจงเรื่องใช้ ม.44 แค่ระงับเหมืองทองไม่ได้ปิด หลังจากนั้นรายอื่นกลับมาเปิดหมด มีแค่อัคราที่ไปฟ้องเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหลายรัฐบาล ไม่ได้เกิดเฉพาะจากคำสั่ง ม.44  ส่วนการชุมนุมทางการเมืองยันเป็นคนบอกให้เจ้าหน้าที่อะลุ่มอล่วย ไม่เคยคิดใช้ความรุนแรง เหตุการณ์ปี 2553 ก็เกิดจากมือที่ 3 ไม่ใช่เพราะทหาร

วันที่ 9 ก.ย. 2563 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปฯ โดยไม่มีการลงมติ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายตอนหนึ่งว่า ทุกข์ของประชาชนมี 3 เรื่อง คือทุกข์ต้องเสียค่าโง่เหมืองทองอัครา, ทุกข์เรื่องต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเปิดทางจัดซื้อจัดจ้างฟื้นฟูเศรษฐกิจ และทุกข์เรื่องการชุมนุมการเมืองในวันที่ 19 ก.ย. ที่มีข่าวลือว่าจะเกิด ยุทธการสะพานมัฆวานรังสรรค์ ปิดสวิตช์ลูกหลานประชาชน มีกับดักนำไปสู่ความรุนแรง จึงขอให้นายกรัฐมนตรีดูแลการชุมนุมด้วย อย่าให้เป็นเหมือนข่าวลือ

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า การออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อระงับการดำเนินกิจการเหมืองชั่วคราวจนกว่าคณะกรรมการจะมีมติอย่างอื่น ซึ่งถ้าแก้ปัญหาได้ก็ต่อใบอนุญาตให้ กฎหมายเหมืองแร่ฉบับใหม่ก็ออกมาแล้ว ในคำสั่งไม่มีคำว่าเหมืองแร่อัคราเลย เป็นเหมืองแร่ทั่วไปทั้งหมด ซึ่งหลังจากที่มีการตรวจสอบแล้ว เหมืองแร่ทองคำจำนวนมากก็ได้รับการต่อใบอนุญาตสัมปทานไปเรียบร้อยแล้ว การถลุงแร่ทองคำก็ปลดล็อกให้ทำได้แล้ว จากเดิมต้องส่งวัตถุดิบไปที่ต่างประเทศมุลค่าหายไปเยอะเลย

“ต่างชาติและประชาคมโลกก็ทราบดีถึงการใช้กฎหมายของไทย ตามมาตรา 44 ซึ่งบริษัทที่ประกอบกิจการเหมืองทองก็ยอมรับ จึงหยุดดำเนินการ แล้วต่อมาคณะกรรมการบริหารจัดการแร่ก็ได้ออกประกาศให้ผู้ประกอบการกลับมาประกอบกิจการได้ แต่ แต่ แต่ แต่มีบางบริษัทเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหลายรัฐบาลต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี 2550-2559 จึงได้นำเรื่องไปฟ้องร้องประเทศไทยผ่านกลไกระหว่างประเทศ การฟ้องร้องเป็นเรื่องทางคดีรัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขปัญหานี้ ผมใช้คำสั่งมาตรา 44 เป็นเชิงครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งบริษัทอื่นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า มีการไปบิดเบือนว่า ตนสั่งปิดเหมืองทอง ยึดเหมืองทองไม่ใช่เลย ดูคำสั่งแล้วกัน ปัญหาก่อตัวต่อเนื่องมาหลายรัฐบาลแล้ว เรื่องปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมซึ่งตนต้องรับฟัง ใครไม่ฟังก็ไม่รู้แต่ตนต้องฟัง ส่วนการต่อสู้ในอนุญาโตตุลาการยังไม่มีผลตัดสินออกมา จะมีการหารือกันต่อไปในการแก้ปัญหา ที่ตนทำก็เหมือนกับการแก้ปัญหาที่ผ่านๆ มา เช่น คลองด่าน ทางด่วน โฮปเวลล์แล้วก็มาถึงตน แล้วท่านก็มาตีตนอย่างเดียว แล้วทำไมสมัยท่านเป็นรัฐบาลถึงไม่แก้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังชี้แจงถึงเรื่อง การชุมนุมทางการเมืองว่า เกรงว่าจะเป็นการปลุกระดมให้คนไม่เข้าใจ มองเหมือนตนเป็นตัวร้ายที่ต้องกำจัด เหมือนเร่งระดมให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นให้ได้ ไปโยงเรื่องสะพานมัฆวานฯ อดีตก็คืออดีตวันนี้ก็คือวันนี้ ครั้งที่แล้วผ่านมาแล้ว ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก แล้วไปวิเคราะห์เรื่องเคลื่อนย้ายรถเกราะรถถัง มันจะไปรบกับใครไปยิงกับใครครับ (รัฐประหาร) เมื่อปี 2557 ไม่ได้ยิงปืนสักนัด ไม่ได้เอารถถังมายึดใครด้วย

“ท่านอย่าปลุกระดมลักษณะนี้ สิ่งที่ผมห่วงคือ เด็ก นักศึกษา ผมไม่ได้กลัวใครทั้งสิ้น อยู่มาป่านนี้แล้วไม่กลัวหรอก แต่ผมกลัวคนที่อยู่ข้างหลัง ที่จะทำให้เหตุการณ์ต่างๆ มันลุกลามบานปลายขึ้น มีการเร่งระดม ปลุกระดม เรื่องที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวห้ามนักศึกษา กฎหมายก็ว่ากันไป ตำรวจก็ทำหน้าที่ของเขาไป ผมเสียอีกที่ย้ำว่าขอให้ทำอย่างนุ่มนวลที่สุด อะลุ่มอล่วยให้มากที่สุด ดูแลความปลอดภัยของเขาให้มากที่สุด เพราะผมก็เกรงเรื่องมือที่ 3 เพราะมันเกิดเมื่อปี 2553 มาทีแล้ว ไม่ใช่ผมแน่นอนครับ เพราะนั่นคือลูกหลานของผม ลูกหลานของทุกคน ผมคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ ท่านกรุณาฟังทั้ง 2 ข้างบ้าง อย่าบอกว่าผมไม่ฟังใคร เขาให้ประกันตัวก็ยังขอติดคุก มีใครไปยุแหย่อะไรเขาหรือเปล่า ไม่รู้เหมือนกัน ผมรักลูกหลานอยู่แล้ว”

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...