Advertisement

SHARE

ห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่สำหรับจัดงานนิทรรศการงานศิลปะที่ JWD Art Space ในทุกๆ วันคราคร่ำไปด้วยหนุ่มสาวผู้มีความฝันแวะเวียนเข้ามาใช้เวลาเขียนจดหมายถึงตัวเองผ่านไปรษณีย์ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า หนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมของนิทรรศการ ‘A Little Letter From Someone Somewhere’ By Suntur (เต๋อ–ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล) ซึ่งเขาเล่าให้ฟังว่างานชิ้นแรกที่นำมาจัดแสดงเกิดเมื่อ 2 ปีก่อน ในช่วงปี 2018 เขาเริ่มถ่ายทอดเรื่องราวที่พบเจอจากตัวเองและคนรอบข้างสมัยอยู่นิวยอร์กและสะสมมาเรื่อยๆ จนครบ 25 ภาพ ซึ่ง Suntur พบว่าในทุกๆ ภาพล้วนมี Someone อยู่ใน  Somewhere เสมอ

“ตอนอยู่ที่นิวยอร์กก็สนุกมากและก็เศร้ามากเหมือนกัน บางครั้งก็มีคิดว่าเรามาลำบากทำไม แต่สิ่งที่ได้กลับมามันก็คุ้มค่ามากเพราะเราสามารถนำมาต่อยอดเป็นงานได้ เราไปเห็นอะไรเยอะมากๆ พอบวกลบกันแล้วมันโอเค ถ้าเราไม่ได้ไปก็อาจจะไม่เกิดงานเหล่านี้ก็ได้ อย่างเช่นงานที่ชื่อว่า ‘Even if stars shine on me, I’m still invisible’ วาดตอนอยู่นิวยอร์ก เป็นภาพเดียวซึ่งไม่มีคนและเป็นรูปดาวมืดๆ เราวาดตอนที่เราเศร้าและรู้สึกว่าทำไมเราไม่มีตัวตนขนาดนี้ ภาพต้องการจะสื่อว่าต่อให้ดาวส่องลงมาที่เราแต่เราก็ยังไม่มีตัวตนอยู่ดี หรืออีกภาพที่ชื่อว่า ‘I’m Coming Home’ ซึ่งเราวาดเพื่อบันทึกตอนที่เราตัดสินใจว่าจะกลับไทยถาวรแล้วนะ เราหนีมามีชีวิตอิสระนานมากแล้ว ต้องกลับไปดูแลคนที่บ้านได้แล้ว หลายๆ อย่างในงานได้แรงบันดาลใจตอนอยู่ที่นิวยอร์กเยอะเหมือนกันอย่างเช่น คาแรคเตอร์คนที่เราเลือกมาวาดหรือรายละเอียดต่างๆ มันก็เป็นเพราะเราได้ไปใช้ชีวิตที่นั่น หรือแม้แต่ความเหงาก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราทำงานออกมาได้”

นิทรรศการครั้งนี้มีความพิเศษคือแต่ละภาพ Suntur ได้ร่วมงานกับศิลปินกว่า 25 ชีวิตเช่น ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์,อะตอม  ชนกันต์, แสตมป์ อภิวัชร์, สวีด แอนด์ โรล, สิงโต นำโชค, อิ้งค์ วรันธร, เขียนไขและวานิชเพื่อถ่ายทอดบทเพลงซึ่งจะล้อไปกับตัวงานทุกชิ้น การเข้าชมงานครั้งนี้ผู้เข้าชมงานจึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะลืมเอาหูฟังมาด้วย (เตือนแล้วนะ)

“เราสังเกตว่าเวลาคนไปดูงานศิลปะมักจะเดินรอบเดียวแล้วกลับโดยไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับภาพ งานที่เราทำเราตั้งใจและใช้เวลาวาดนานมากก็เลยอยากให้ผู้เข้าชมมองงานเราให้นานขึ้นอีกหน่อย ซึ่งเรามองว่าการฟังเพลงไปพร้อมกับดูงานศิลปะมันช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมงานที่มากขึ้น”

 

นอกเหนือจากส่วนของภาพวาดแล้ว ในงานยังมีส่วนโปรเจกชั่นแมปปิ้งที่ได้ร่วมงานกับ Another Day Another Render (ADAR) ซึ่ง Suntur เลือกนำภาพของ สวีด แอนด์ โรล (Zweed n’ Roll) มาเล่นเพราะเป็นภาพที่ชอบมากภาพนึงและผู้ชมสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก ก็เลยนำมาเล่าเป็นแอนิเมชั่นเพื่อให้คนได้ดูต่อว่าตอนจบของภาพจะเป็นอย่างไร

ห้องถัดมาเป็น Diorama ลักษณะเหมือนบ้านตุ๊กตาที่เราพยายามจะเปลี่ยนงานเป็นสามมิติที่ทำเป็นตู้เล่าผ่านเรื่องราว 4 ฤดู เป็นการร่วมกันกับ Another Day Another Render (ADAR) เช่นกัน

A Letter to Future You

ภายในงานเปิดโอกาสให้ผู้ชมงานเขียนจดหมายส่งให้ตัวเองในอนาคตอีกสิบปีข้างหน้า ซึ่ง Suntur มองว่าบางอย่างจะมีค่าเมื่อวันเวลาผ่านไปแล้ว “เราว่าการเขียนจดหมายให้ตัวเองในอนาคตมันเป็นอะไรที่ทุกคนอาจจะเคยเขียนอย่างเช่น ครูแนะแนวอาจจะให้เขียนในห้องเรียน แต่เราไม่แน่ใจว่ามันเคยมีคนเอามาทำเป็นงานศิลปะจริงๆ หรือเปล่า แต่เรารู้สึกว่าภาพบางภาพหรือข้อความบางข้อความมันจะมีค่ามากๆ เมื่อกาลเวลาผ่านไป ตอนเขียนเราอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่อีกสิบปีข้างหน้าข้อความเหล่านี้มันอาจจะเป็นประโยชน์ก็ได้ ตอนนั้นเราอาจจะกำลังท้อแท้อยู่หรือหมดไฟ ถ้าเราได้กลับมาอ่านข้อความของตัวเองในวันนี้เราอาจจะรู้สึกดีขึ้น หรือถ้าวันนั้นเราไม่อยู่แล้ววันหนึ่งครอบครัวหรือคนที่เรารักได้กลับมาอ่านจดหมายนี้อีกครั้งมันคงจะดีเหมือนกัน”

Unsend Letter จดหมายที่ไม่ได้ส่ง

ไฮไลท์หนึ่งของงานเมื่อเข้ามาถึงจะเห็นประติมากรรมชิ้นใหญ่ที่ดูก็รู้ว่าเป็นจดหมายที่ถูกขยำทิ้งตั้งอยู่กลางห้องและมีข้อความว่า Unsend Letter (จดหมายที่ไม่ได้ส่ง) “งานชิ้นนี้คือประติมากรรมชิ้นแรกที่เราลองทำ เราอยากให้มันล้อไปกับภาพวาด แล้วก็ไปนึกถึงจดหมายที่คนขยำทิ้งและไม่ได้ถูกส่งไป แต่มันคือจดหมายที่สื่อสารเป็นความจริงมากที่สุดหรือมันอาจจะไม่ได้ดีพอที่จะส่งไปให้ผู้รับ หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้ผู้รับรู้ เราก็เลยหยิบเอาจดหมายที่ถูกขยำทิ้งมาทำเป็นประติมากรรม”

จังหวะที่เหมาะสมทั้งเวลาและประสบการณ์

Suntur เล่าให้ฟังว่างานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตมันบอกว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำ แม้ก่อนหน้านี้จะเคยอยากทำงานลักษณะนี้มานานแล้ว แต่หลายอย่างยังไม่พร้อม ครั้งนี้ถึงเวลาแล้วจริงๆ

“เรานอนกับนิทรรศการนี้มาเป็นปี หลายคืนที่นอนไม่หลับเพราะเป็นคนชอบคิดก่อนนอน เราว่าด้วยวัยด้วยมั้งที่ทำให้เรารู้สึกโตขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วเราไม่เคยคิดว่าเราเป็นผู้ใหญ่เลยเพราะทำอะไรก็ทำไม่ค่อยเป็น แต่ด้วยสถานการณ์ต่างๆ มันบังคับให้เราต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ภาระความกดดันที่เพิ่มมากขึ้น จริงๆ ความสนุกในชีวิตมันก็ยังมีอยู่นะเพียงแต่เราเอามาใช้ทุกวันไม่ได้ งานในครั้งนี้เราได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจจะทำมาตั้งนานแล้ว หลายคนอาจจะบอกว่างานมันดูเศร้าๆ แต่สำหรับเรามันก็เป็นความเศร้าที่อบอุ่นหัวใจ”

ก่อนออกจากงานยังมีโซนของที่ระลึก SUNTUR Store เช่นโปสการ์ด เข็มกลัด ผ้าเช็ดแว่นตา เทียนหอมและสเปรย์ฉีดห้องกลิ่นพิเศษสำหรับในงานนี้เท่านั้น แรงบันดาลใจในการสร้างกลิ่นมาจากภาพ 3 ภาพในงาน โดยสินค้าบางส่วน Suntur ได้สร้างสรรค์ร่วมกับแบรนด์ดังอย่าง Karmakamet, Arty & Fern Eyewear, Madmatter Studio จัดทำขึ้นเพื่องานครั้งนี้โดยเฉพาะ

สำหรับผู้สนใจ นิทรรศการ A Little Letter From Someone Somewhere จัดแสดงวันที่ 24 ตุลาคม – 24 พฤศจิกายน 2563 ที่ JWD Art Space (และอย่าลืมเอาหูฟังมาด้วยนะ)

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...