Advertisement

SHARE

เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เตรียมบุกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จี้ถามแนวคิด “ปิดผับตี4” ชี้ไม่รอบคอบ ไม่มีข้อมูลรองรับ หวั่นสร้างปัญหาซ้ำเติมสังคม

แฟ้มภาพ

จากแนวคิดของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะเสนอนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ขยายเวลาปิดสถานบริการต่างๆ ในยามค่ำคืนไปปิดที่เวลา 04.00 น. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว คาดว่า จะเพิ่มค่าใช้จ่ายกินดื่มเที่ยว เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 25 % จากค่าใช้จ่ายเดิม ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ว่า เป็นความคิดที่ไม่รอบคอบอย่างที่สุด แม้กระทั่งฐานที่อธิบายว่า นักท่องเที่ยวที่มาจะมาจับจ่ายตรงนี้ ถามว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มไหน ที่บอกว่า จะเพิ่มค่าใช้จ่าย 25 เปอร์เซนต์ ฐานคิดมาจากไหน มีข้อมูล หรืองานวิชาการมารองรับหรือไม่ หรือ “มโนเอาเอง” เคยไปถามหรือไม่ว่า นักท่องเที่ยวที่มาบ้านเรา เขาจินตนาการ ฝันอยากจะมาเที่ยวเมืองไทยเพราะอะไร มีสักคนที่ฝันอยากจะมาเมา ผับ บาร์ มาใช้จ่ายบ้านเราซึ่งดีกว่าบ้านเขาหรือ อยากถามกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งตนคิดว่าไม่ใช่ เพราะเครือข่ายเราเคยไปสำรวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 300 คน พบว่า แทบไม่มีเลยที่เขาจะมาสนใจดื่มเที่ยวในบ้านเรา ส่วนใหญ่มาเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ วัดวาอาราม เพราะถ้าจะกินดื่มเขาอยู่บ้านเขาดีกว่าเราเยอะ ทำไมต้องถ่อมาถึงบ้านเรา ดังนั้นข้อมูลที่มาอธิบายไม่จริง จินตนาการเอาเอง

ชูวิทย์ จันทนรส

นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า ในประเด็นที่สอง คือ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น อยากถามว่า เคยคิดบ้างหรือไม่ เพราะ ณ วันนี้ ที่สถานบันเทิงปิดตี 2 อุบัติเหตุเกิดขึ้นและทำให้คนตาย กว่า 20,000 คน โดยมีเหล้าเข้าไปเกี่ยวข้องเกือบครึ่ง ถามว่าเหล้าพวกนี้มาจากไหน จำนวนมากที่มาจากการกินดื่มร้านเหล้าผับบาร์ กฎหมายปัจจุบัน ในพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกฮอล์ บอกว่า ห้ามขายให้กับคนเมาครองสติไม่ได้  ถ้าถ่างเวลาไปขนาดนั้น เท่ากับว่า จะมีการขายให้กับคนเมาเต็มไปหมด จะมีการทำผิดกัน แล้วจะต้องมีการแก้พ.ร.บ.ให้ขายเหล้าให้คนเมาได้ด้วยเหรอ

“ผมมองว่า คิดแบบนี้ไม่รอบด้านและมักง่าย มักง่ายเกินไป พรุ่งนี้ผมและเครือข่ายจะไปแสดงจุดยืนที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปตั้งคำถามผลกระทบเรื่องอุบัติเหตุ เรื่องครอบครัว ความรุนแรง ต่างชาติที่มาที่ใช้จ่ายแบบนี้ไม่ได้มากและมีปัญหา ทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ ผมเป็นคนพังงา ผมรู้ดี คนพวกนี้เวลามามีความเสี่ยงแค่ไหน อยู่บ้านเขา เขาทำตามกฎหมาย แต่มาบ้านเราเขาไม่ เราต้องการนักท่องเที่ยวแบบนี้หรือ เราภูมิใจหรือ

แล้วถ้าจะจำกันเฉพาะโซนท่องเที่ยว ก็อยากถามว่า จำกัดได้จริงหรือไม่ เพราะทุกวันนี้มีการปิดผับไปกว่า 600 แห่ง สาเหตุจากปล่อยให้เด็กเข้าไปใช้บริการ ซึ่งมีตามคำสั่งคสช. ห้ามเปิดสถานบริการใกล้สถานศึกษา แล้วคิดเหรอว่า เปิดรูแบบนั้น เด็กไม่ไหลไป คราวนี้ตำรวจไม่ต้องทำอะไรแล้ว”

เมื่อถามถึงผู้ประกอบการบางส่วนอาจเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ นายชูวิทย์ กล่าวว่า คำถามคือพวกคุณปฏิบัติตามกฎหมายได้หรือยัง มีเด็กจะเข้าไป ให้เข้าหรือเปล่า มีคนเมา ขายให้หรือเปล่า เอาแค่นี้ 2-3 เรื่อง พร้อมหรือยัง เราเป็นห่วงเด็กเยาวชน คุณทำหรือยัง คุณทำผิดเต็มไปหมด แล้วจะขอเวลาขยายอีก มีคนมาเพิ่มก็จะทำผิดเพิ่มอีก ถ้าทำตามกฎหมายปัญหาสังคมลดลงไปครึ่งแน่นอน เราไม่ใช่บอกให้เลิกขาย แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ถ้าทำได้ ไม่ปิดกว่า 600 ที่เพราะมีผู้ประกอบการพยายามดิ้นไม่เคารพกฎหมาย

“มีงานวิจัยรองรับว่า 1 บาทที่เราได้จากวงจรพวกนี้ ความสูญเสียเราต้องจ่ายไป 2 บาท ความสูญเสียจากชีวิต ทรัพย์สิน ค่าเสียโอกาสในสถานการณ์ปกติ ถ้าเพิ่มเวลาความสูญเสียจะยิ่งมากมาย”

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...