{{-- --}}
Advertisement

SHARE

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ส.ค. พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอญัตติด่วนแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีตัวแทนพรรคก้าวไกลร่วมด้วย โดยนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า รายละเอียดที่แตกต่างให้พรรคก้าวไกลเป็นผู้แถลงนั้น

ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

วันที่ 18 ส.ค. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคเห็นด้วยกับการยื่นเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เเต่มีบางประเด็นที่ขอสงวนความเห็นไว้ จึงไม่ได้ร่วมลงชื่อ
นอกจากนี้ ยังมีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของพรรคก้าวไกลที่กำลังดำเนินการอยู่คือการปิดสวิตช์ สว. คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 269 – 272 ขณะนี้ร่างดังกล่าวดำเนินการเสร็จเรียบร้อยเเล้ว อยู่ในขั้นตอนระหว่างการให้ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมลงรายชื่อไม่ต่ำกว่า 1 ใน 5 จากนั้นจึงจะยื่นเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
สำหรับประเด็นที่มีข้อสงวนไว้ เนื่องจากในร่างของพรรคเพื่อไทย มีการระบุไว้ว่า จะไม่มีการแก้ไขในหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2 แต่ด้วยเหตุจำเป็นทั้งในเชิงสถานการณ์และสภาพปัจจุบัน พรรคก้าวไกลเห็นว่า ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ก็เคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 ซึ่งเป็นหมวดทั่วไปมาหลายครั้ง เเละในส่วนหมวดที่ 2 ที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ สาเหตุที่พรรคเสนอต่างออกไป เพื่อเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้มีการพูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ โดยไม่กระทบกับการรูปแบบการปกครอง

พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีพรรคก้าวไกล

“มีคำถามในลักษณะที่ว่า ถ้ามีการแก้ไขเกรงว่า สสร.จะนำข้อความแก้ไขเลยเถิดออกไปจากกรอบที่ไม่อาจกำหนดได้ แต่ในเรื่องนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 255 ระบุไว้อยู่แล้วว่า รูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถแก้ไขระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขได้ เเละจะไม่สามารถแก้ไขรูปแบบของรัฐได้ สิ่งเหล่านี้ถูกล็อกไว้เเล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะไปเขียนแก้ไขเพิ่มเติมว่าจะยกเว้นในหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2”
นายณัฐวุฒิ อธิบายเพิ่มเติมว่า รูปแบบของรัฐไทยเป็นรัฐเดี่ยว การระบุว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบดังกล่าวได้ เป็นข้อความที่ไม่อาจตีความเป็นอื่นไปได้และเป็นคำที่มีความหมายชัดเจน ในส่วนที่สองคือประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงประมุข ก็ไม่มีเหตุผลอื่นที่จะเปลี่ยนแปลงคำสำคัญสองประการนี้ไปได้ แต่ทั้งสองหมวดยังมีรายละเอียดอื่น
จากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน สังคมไทยต้องการการพูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ ต้องมีพื้นที่ที่ปลอดภัยให้กับทุกภาคส่วนในการร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งเมื่อมีการตั้ง สสร. ขึ้นเเล้ว ทุกความเห็นจะถูกเสนอย่างเป็นระบบ
“ต้องย้ำว่า 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน 1 ความฝัน เป็นประเด็นหลัก ซึ่งประชาชนตลอดจนนักศึกษาเห็นร่วมกันแล้ว เราจำเป็นต้องมีพื้นที่ที่ปลอดภัยจริงๆ เพื่อให้มีการพูดคุยกันได้ จำเป็นต้องมีกระบวนการรับฟังที่เป็นระบบและเราต้องการความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วเมื่อมีการแก้ไขเสร็จสิ้น ระบบประชาพิจารณ์จะเข้ามากำหนดอีกครั้งหนึ่งว่าผลของการแก้ไขจะเป็นอย่างไร จุดยืนของพรรคก้าวไกล มั่นใจว่า มาตรา 255 จะเป็นตัวกำหนดทิศทางให้ไม่สามารถอธิบายเป็นอื่นไปได้ ในภาพรวมจึงจะไม่กระทบและยืนยันว่าระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยเป็นระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเป็นรัฐเดี่ยวที่ไม่อาจแบ่งแยกได้”
 
ส่วนสาระสำคัญของการเสนอแก้ไข มาตรา 269 -272 จะเกี่ยวกับการลดบทบาทอำนาจของวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี เเละการโละสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ทั้งหมด ต่อไปสมาชิกวุฒิสภาจะต้องมาจากการเลือกตั้ง จำนวน 200 คน เเละในส่วนของการแก้ไขกฎหมายการปฏิรูปประเทศ จะเพิ่มอำนาจให้สภาผู้แทนราษฎรมีส่วนร่วมในการออกพระราชบัญญัติ โดยพรรคก้าวไกลไม่ได้ต้องการเพียงให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน ร่วมลงรายชื่อ เเต่ต้องการให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลร่วมลงชื่อเพื่อยื่นญัตตินี้ด้วย

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...