Advertisement

SHARE

วันที่ 25 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงอธิบายผลของการประกาศ พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนคืนนี้ไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. ซึ่งมีประเด็นสำคัญ คือ
.
ไม่ให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศ ยกเว้นคณะทูต ส่วนคนไทยที่จะกลับเข้ามาต้องมีใบรับรองแพทย์
.
ห้ามการชุมนุม เว้นแต่มีมาตรการในการป้องกันตามหลักการแพทย์
.
ห้ามแพร่ข่าวปลอมและข่าวที่ทำให้ตื่นตระหนกเกี่ยวกับโควิด
ไม่ห้ามการเดินทางข้ามจังหวัด แต่จะตั้งด่านตรวจทำให้ยุ่งยากลำบาก เพราะรัฐไม่สนับสนุนให้มีการเดินทาง จึงใช้มาตรการที่ทำให้ยากลำบากและเสียเวลาแต่จำเป็นต้องทำ
.
ฝ่ายความมั่นคงจะจัดตำรวจ ทหาร ตั้งจุดสกัดด่านรอยต่อจังหวัด ดูว่ายานพาหนะเว้นระยะบนรถเกิน 1 เมตรหรือไม่ (ยกเว้นรถส่วนตัว) ผู้โดยสารสวมหน้ากากหรือไม่ เรียกมาตรวจวัดอุณหภูมิได้ ให้กรอกข้อมูลเพื่อติดตามได้กรณีพบผู้ติดเชื้อ ติดแอปพลิเคชันตาม

“เรื่องการเดินทางไปต่างจังหวัด Social Distancing แปลว่าเว้นระยะห่าง ไม่ให้ติดต่อสัมผัสกันได้ ขณะนี้อย่างน้อยก็คือ เว้น 1 เมตร แต่ที่เรากลัวมากกว่านั้นคือการสัญจรเดินทาง เช่น กลับต่างจังหวัด หรืออยู่ต่างจังหวัดกลับเข้ามาใน กทม. ถ้าเราดูโทรทัศน์จะเห็นว่ามาตรการอย่างนี้ได้ใช้กันหลายประเทศ นั่นเพราะเขามีความเสี่ยงสูงและเมืองใกล้ชิดกัน ขณะเดียวกันความจำเป็นของผู้คนยังไม่ถึงขนาดหนักเขาเลยห้ามได้ แต่ขณะนี้เรื่องการเดินทางข้ามจังหวัดยังอยู่ในมาตรการ “ควร” ตามข้อกำหนดฉบับที่ 1 เพียงแต่ว่าแม้ยังสามารถเดินทางได้ อยู่ กทม.ไปเชียงใหม่ได้ อยู่เชียงใหม่ มา กทม.ได้ แต่ว่าเป็นกรณีที่จะมีมาตรการเข้าไปเกี่ยวข้องกับท่านจนทำให้การเดินทางยากและลำบากจนไม่น่าจะเดินทางเว้นแต่คนที่มีความจำเป็นจริงๆนั่นคือ ฝ่ายความมั่นคงจะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร อาจจะใช้ กอ.รมน. อาสาสมัคร ไปตั้งจุดสกัดหรือด่านโดยเฉพาะตรงรอยต่อระหว่างจังหวัด แล้วดูว่ายานพาหนะมีการเว้นระยะในการนั่งหรือยืนบนรถห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรหรือไม่ ผู้โดยสารทุกคนสวมหน้ากากหรือไม่ เรียกลงมาตรวจวัดอุณหภูมิ รวมทั้งอาจให้ใช้เจลล้างมือ ตรวจดูว่าดื่มสุราสังสรรค์บนยานพาหนะหรือไม่ ซึ่งถ้ามีก็ห้ามหรืออาจดำเนินคดี

ในบางกรณีจะมีมาตรการซึ่งข้อกำหนดให้ทำได้ หาทางติดแอปพลิเคชั่นติดตามตัวผู้โดยสารทั้งหลาย ที่สำคัญต้องเตรียมบัตรประชาชน เรียกให้กรอกแบบฟอร์ม เพื่อว่าถ้าสมมติรถโดยสารตรวจพบ 1-2 คน ติดโควิดจะเรียกทั้ง 20 คนมาพบได้ทันที และอาจจะต้องกักกันทั้ง 20 คนนั้น  หลักคือ สามารถเดินทางได้แต่จะยากลำบาก”


ยังไม่ห้ามออกจากบ้าน “สั่งห้ามทันทีไม่ได้แต่ก็จวนแล้ว” อย่างไรก็ตาม กำหนดบุคคล 3 ประเภท ที่มีความเสี่ยงสูงมากให้อยู่ที่บ้านเว้นแต่ออกมาทำธุระจำเป็นเท่านั้น คือ
1.บุคคลสูงอายุเกินกว่า 70 ปี
2.บุคคลที่มีโรคประจำตัว ตามที่ระบุ เช่น เบาหวาน ความดันสูง ปอด
3.เด็กอายุ 5 ขวบลงมา เสี่ยงติดโรคสูงมาก ขอให้อยู่กับบ้าน
.
สำหรับข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน คนทั่วไปยังเดินทางไปทำงานได้ตามปกติ โรงงาน ธนาคาร ร้านอาหาร (เฉพาะซื้อกลับ) บริการขนส่งสินค้า เปิดได้ตามปกติ
.
ทั้งนี้นายวิษณุ ย้ำว่ายังไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว ที่หมายถึงการห้ามออกจากบ้านบางเวลา ซึ่งในกรณีโควิด เมื่อมีการประกาศจะมีผล 24 ชั่วโมงแต่จะกำหนดข้อยกเว้นไว้เพื่อให้ออกมาซื้ออาหาร ไปพบแพทย์ ไปขึ้นศาลได้ ไปธนาคารได้ ส่งสินค้าได้
LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...