เวียดนามไฟเขียวสลับยี่ห้อวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้ที่ได้รับ ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ เข็มแรก ฉีดวัคซีน ‘ไฟเซอร์’ เป็นเข็มที่สอง พร้อมเตรียมรับวัคซีนไฟเซอร์ที่คาดว่าจะส่งมาเพิ่มเติมอีกในเดือนนี้
วันที่ 14 ก.ค. 2564 เว็บไซต์ VNExpress สื่อท้องถิ่นภาษาอังกฤษในเวียดนาม รายงานอ้างการตัดสินใจของกระทรวงสาธารณสุข ที่อนุญาตให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 สลับยี่ห้อ ทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกของแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) สามารถรับวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) เป็นเข็มที่สองได้
รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขเวียดนามให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 หลังจากได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว ควรทิ้งระยะประมาณ 8-12 สัปดาห์ โดยในท้ายที่สุดแล้วการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อนี้จะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้รับวัคซีนเป็นหลัก และรัฐบาลเวียดนามยังให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มแรก

สื่อเวียดนามรายงานว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ทางการเวียดนามอนุญาตให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบสลับยี่ห้อ อย่างไรก็ตามมีหลายประเทศเริ่มใช้แนวทางสลับยี่ห้อวัคซีนแล้ว โดยเฉพาะการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ตามด้วยวัคซีนชนิด mRNA เช่นวัคซีนของไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา (Moderna) เช่นกรณีของนางอังเกลา แมร์เคิล ผู้นำเยอรมนีที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มแรก ตามด้วยวัคซีนโมเดอร์นาเป็นเข็มที่สอง
ขณะเดียวกันยังมีผลการวิจัยในสเปนและอีกหลายชาติที่ชี้ว่า การฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ ระหว่างแอสตร้าเซนเนก้ากับไฟเซอร์ มีความปลอดภัยและทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้น
นอกจากนี้สื่อท้องถิ่นของเวียดนามยังยกตัวอย่างกรณีของประเทศไทยที่ออกแนวทางให้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มที่สาม หลังจากได้รับวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ครบ 2 เข็มแล้ว หลังเริ่มพบว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 แม้จะได้รับวัคซีนซิโนแวคครบโดสแล้ว
ก่อนหน้านี้องค์การอนามัยโลกเพิ่งออกคำเตือนถึงการใช้วัคซีนโควิด-19 สลับยี่ห้อ ซึ่งในเวลาต่อมา ผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลกออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า การฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อสามารถทำได้หากได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานสาธารณสุข โดยที่ประชาชนไม่สามารถเลือกสลับวัคซีนเอง
สำหรับความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเวียดนามล่าสุด มีประชาชนฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 1 เข็มแล้วกว่า 4 ล้านคน ขณะที่มีผู้ได้รับวัคซีนครบโดสอยู่ที่ราว 280,000 คนเท่านั้น จากประชากรทั้งประเทศ 98 ล้านคน ซึ่งแผนการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อนี้เป็นการเตรียมความพร้อมที่เวียดนามจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 745,000 โดสที่รัฐบาลจัดซื้อเอง ซึ่งคาดว่าจะถูกส่งมาเพิ่มเติมภายในเดือนนี้










