Advertisement

SHARE

สรุปสถานการณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่สองเข้ามาประสานงาน บุคคลสำคัญทยอยกักตัว ขณะที่ “พล.อ.ประยุทธ์” สุขภาพดี เตรียมประชุมครม.นัดพิเศษพรุ่งนี้
วันนี้เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผ่านระบบวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
คาดว่า จะเป็นการทบทวนมาตรการต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องเพื่อเขานำสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) เพื่อออกมาตรการสำคัญทั้งการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและหยุดการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเร็ว
มีรายงานข่าวล่าสุดว่า ตั้งแต่พบผู้ปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาลติดเชื้อโควิด-19 ได้มีคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีหลายคนต้องกักตัว ล่าสุด นายประทีป กีรติเรขา รองเลขานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ศบค. ซึ่งมาร่วมประชุมและทำงานที่ ศบค. อย่างต่อเนื่อง ได้กักตัวเพื่อสังเกตอาการแล้ว แม้จะไม่มีไข้ หรือ อาการป่วยที่เข้าข่ายก็ตาม
มีรายงานว่า นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ได้กักตัวเพื่อสังเกตอาการที่บ้านมาแล้วกว่า 1 สัปดาห์ โดยยังคงทำงานจากที่บ้าน และมีการตรวจเช็คไข้ตลอดทุกวัน
สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น มีการตรวจร่างกายและวัดอุณหภูมิเป็นประจำทุกวัน ยังคงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยคนใกล้ชิดพยายามไม่ให้มีการสัมผัสกับบุคคลภายนอกโดยเฉพาะการเข้าร่วมประชุม
#สรุป ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. เปิดเผยว่า มีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขที่มาปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาล ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องมีการกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิด 30 คน
รายที่สอง คือ เจ้าหน้าที่ตัวแทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มาประสานงานในทำเนียบรัฐบาล ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 1 เมษายน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สื่อมวลชนได้งดไปทำข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะติดตามการแถลงข่าวของศบค. ผ่านไลฟ์สด และมีการฝากคำถามไปกับทางพิธีกร ส่วนผู้ที่ยังต้องเข้าไปปฏิบัติงาน มีการทำตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด
ขอบคุณภาพปก: สำนักนายกรัฐมนตรีทำเนียบรัฐบาล

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...