Advertisement

SHARE

วันที่ 4 ธ.ค. เวลา 17.37 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 ที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล พรรคอนาคตใหม่เสนอ ซึ่งประชุมต่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สภาล่มไป 2 ครั้ง เพราะฝ่ายค้านบอยคอตและรัฐบาลรวมเสียงได้ไม่ถึงครึ่งคือ 250 เสียง
.
สำหรับการประชุมวันนี้ องค์ประชุมลดลงเหลือ 249 เสียง จาก 498 เสียงเนื่องจากนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่

นพ.ชลน่าน   กล่าวกับ นายสุชาติ ตันเจริญ ประธานที่ประชุมว่า ฝ่ายค้านพร้อมเดินออกจากห้องเป็นการประท้วงการให้ลงคะแนนใหม่

ฝ่ายค้านได้เสนอให้ ประธานในที่ประชุมคือ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทบทวนความแตกต่างระหว่างนับคะแนนกับลงมติใหม่ เช่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ขอทักท้วงการนับองค์ประชุมว่าต้องใช้องค์ประชุมเท่ากับการลงมติครั้งแรก ไม่ใช่มาเพิ่มเติมนับใหม่ ซึ่งถ้าดึงดันฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ, นายปิยยุตร ที่ระบุว่า ต้องนำเฉพาะ ส.ส.467 คนที่ลงมติด้วยการเสียบบัตรมาขานคะแนนใหม่เท่านั้น ไม่ใช่ใช้จำนวนผู้ลงคะแนนใหม่ แต่นายสุชาติ กล่าวว่านายชวน ได้วินิจฉัยไว้แล้ว

ก่อนหน้านั้นนายสุชาติ ได้ถามนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลว่าจะถอนญัตตินับคะแนนใหม่หรือไม่ ซึ่งนายวิรัช ยืนยันว่าไม่ถอน ส่วน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะเสียงข้างน้อยไม่มีทางเลือกอื่น ขอไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมอยู่ด้วย

ฝ่ายค้านเดินออก ไม่ขอร่วมนับองค์ประชุมด้วย / ภาพ ภาณุมาศ สงวนวงศ์ Thai News Pix

เมื่อนายสุชาติ ให้ดำเนินการต่อ ฝ่ายค้านได้ออกจากห้องประชุม ขณะที่บางส่วนยืนอยู่ท้ายห้องและไม่แสดงตัวนับองค์ประชุม

แสดงตนนับองค์ประชุมโดยกดบัตร 258 คน รวมกับด้วยวาจาอีก 3 คนเป้น 261 คน

อย่างไรก็ตาม ผลการนับองค์ประชุมออกมา 261 เสียง มาจากฝ่ายรัฐบาลรวมฝ่ายค้านอิสระมีเสียง 254 เสียง ขาดประชุม 3 เสียง คือ นายชัย ชิดชอบ (ภูมิใจไทย) และนายเกียรติ สิทธีอมร (ประชาธิปัตย์) ที่ป่วย รวมทั้งนายกรณ์ จาติกวณิช (ประชาธิปัตย์) ที่ไปต่างประเทศ จึงเหลือ 251 เสียง แต่ได้ฝ่ายค้าน 10 เสียงร่วมแสดงตนนับองค์ประชุมด้วย คือ

1. นายขจิตร ชัยนิคม (เพื่อไทย) 2. น.ส.พรพิมล ธรรมสาร (เพื่อไทย) 3. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ (เพื่อไทย) 4. นายจารึก ศรีอ่อน (อนาคตใหม่) 5. พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา (อนาคตใหม่) 6. นายอนุมัติ ซูสารอ (ประชาชาติ) 7.นายภาสกร เงินเจริญกุล (เศรษฐกิจใหม่) 8.นายสุภดิช อากาศฤกษ์ (เศรษฐกิจใหม่) 9.นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ (เศรษฐกิจใหม่) และ 10.นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ (เศรษฐกิจใหม่)

ขั้นตอนต่อมา คือ การลงมติแบบขานชื่อทีละคนผลออกมาฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้ตั้ง กมธ. ได้ 244 เสียง ในจำนวนนี้มีฝ่ายค้านโหวตร่วม 4 เสียง จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด จึงทำให้ญัตติของนายปิยบุตร ตกไป
.
ส่วนฝ่ายเห็นชอบให้ตั้ง กมธ. 5 เสียง คือ 4 เสียงจากประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย,นายเทพไท เสนพงศ์, นายอันวาร์ สาและ,นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ซึ่งทั้ง 4 คน ได้ลงคะแนนแบบกดบัตรให้ตั้ง กมธ. เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและยังยืนยันผลโหวตเดิม ส่วนอีกคนคือ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ พรรคอนาคตใหม่ ที่ไม่ได้แสดงตนนับองค์ประชุม แต่โหวตให้ตั้ง กมธ.ด้วย
.
คะแนนงดออกเสียง 6 เสียง มาจากประธานและรองประธาน 3 คน และ อนาคตใหม่อีก 2 คน ประชาชาติอีก 1 คน

พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เข้าร่วมประชุมสภาแม้มีหมายจับ

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร ที่ถูกศาลออกหมายจับมาแสดงตนนับองค์ประชุมด้วยแต่ไม่ได้ลงมติโหวต รวมทั้งอีก 2 ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่แสดงตนแต่ไม่ออกเสียง คือ นางกันตวรรณ ตันเถียร และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ซึ่งทั้งคู่กดบัตรเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ. สัปดาห์ที่แล้ว แต่เปลี่ยนเป็นไม่ร่วมโหวต
.
ภายหลังออกจากห้องประชุม นายขจิตร ชัยนิคม จากพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อร่วมแสดงตนนับองค์ประชุมด้วย กล่าวว่า ตนเสียบบัตรคาไว้จึงทำให้มีชื่อแสดงด้วย ไม่ได้ตั้งใจลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาล

ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จะมีการตรวจสอบ 3 ส.ส.พรรคเพื่อไทยต่อไป ส่วนกรณี ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่โหวตสวนมติฝ่ายค้าน 4 คน จะต้องสอบถามกันว่าการทำงานร่วมกันต่อไปจะเป็นอย่างไร

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...